ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

ทีเส็บจับมือภาคีดันภูเก็ตไมซ์ซิตี้สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาส

          ทีเส็บจับมือจังหวัดภูเก็ตและภาคเอกชน เปิดยุทธศาสตร์ปั้นภูเก็ตสู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาสแห่งอันดามัน มุ่งเป้าสู่ศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ทางทะเลของภูมิภาคเอเชีย รองรับกลุ่มประชุมอินเซนทีฟระดับไฮเอนด์ ชูจุดขายความสวยงามทางทะเลและความหลากหลายของวัฒนธรรม พร้อมเปิดประสบการณ์กับเส้นทาง 7 มุมใหม่ สไตล์ไมซ์ไทย
          นายจิรุถต์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เปิดเผยทิศทางการขับเคลื่อนภูเก็ตไมซ์ซิตี้สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาสว่า ได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาภูเก็ตให้เป็น "เมืองประชุมไมซ์ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยความสวยงามทางทะเลและความหลากหลายของวัฒนธรรมระดับโลก" โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เอกชน และชุมชน ผลักดันการจัดงานไมซ์ในภูเก็ตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้วยบริการชั้นเลิศ พัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์บนพื้นฐานความรู้เพื่อให้การจัดงานและผู้ประกอบการไมซ์ก้าวสู่มาตรฐานสากล รวมถึงส่งเสริมการทำงานอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว
          "จากการศึกษาข้อมูลและยุทธศาสตร์ของเมืองภูเก็ตไมซ์ซิตี้พบว่า ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาในระดับสูง และมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นเมืองไมซ์ซิตี้เทียบเท่านานาชาติ โดยมีเป้าหมายผลักดันภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ของอันดามัน และศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ทางทะเลของภูมิภาคเอเชีย"
          ภูเก็ตมีจุดเด่นที่หลากหลายในการเป็นไมซ์ซิตี้ระดับนานาชาติ ในฐานะจุดหมายปลายทางไมซ์เวิลด์คลาสที่มีชื่อเสียงระดับโลก การเดินทางเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ผ่านสนามบินนานาชาติภูเก็ต ซึ่งกำลังมีแผนขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มจากปีละ 12.5 ล้านคนเป็น 18 ล้านคนต่อปี มีเที่ยวบินตรงเชื่อมโยงสู่ประเทศต่างๆ มากมาย ทั้งใน เอเชียตะวันออก ตะวันออกกลาง และยุโรป เช่น สิงคโปร่ ฮ่องกง จีน มาเลเซีย เกาหลี รัสเซียสหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ และสวีเดน พร้อมกิจกรรมก่อนและหลังเดินทางให้กับกลุ่มประชุมและอินเซนทิฟ ด้วยกิจกรรมครบครันทั้งกิจกรรมกีฬา การแสดงศิลปวัฒนธรรม สปาผ่อนคลาย กิจกรรมผจญภัย แหล่งเรียนรู้ชุมชนและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เช่น วิถีชุมชนชาวบาบ๋าย่าหยาหรือชาวเพอรานากัน ซึ่งเป็นลูกครึ่งชาวจีนมลายู และชุมชนมุสลิม อีกทั้งยังมีความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและบุคลากรที่มีศักยภาพ อาทิ สถานที่การจัดประชุมสัมมนาจำนวน 220 แห่ง โดยมีจำนวนห้องประชุมกว่า 615 ห้อง จำนวนโรงแรมที่พักกว่า 600 แห่ง ด้วยจำนวนห้องพักมากกว่า 40,000 ห้อง ท่าเทียบเรือโดยสารและเรือสำราญ 14 แห่ง ท่าจอดเรือของเอกชน (Marina) อีก 4 แห่ง และกำลังก่อสร้างรถไฟรางเบาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาไมซ์ซิตี้ของภูเก็ต จะดำเนินงานครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ คือ การพัฒนาฐานที่สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่ทั้งการจัดงาน บุคลากร และความพร้อมของสถานที่ประชุม กลางน้ำ การสร้างสินค้าและบริการให้มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีการสร้างโปรแกรมและกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม และปลายน้ำ มีการจัดทำแผนตลาด พัฒนาช่องทางการตลาดเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์จังหวัดไปยังกลุ่มผู้จัดงานเพื่อดึงดูดงานไมซ์เข้าสู่จังหวัด
          การกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาไมซ์ซิตี้ของจังหวัดภูเก็ตผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย การส่งเสริมประชาสัมพันธ์และการตลาดไมซ์แบบมุ่งเป้าหมาย โดยเตรียมดำเนินโครงการจัดทำสื่อสังคมออนไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานไมซ์ในภูเก็ต และการสร้างภาพลักษณ์ภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางไมซ์ในฝั่งอันดามัน พร้อมทั้งออกแบบและจัดทำคู่มือการจัดงานไมซ์ในภูเก็ต การยกระดับสินค้าและบริการไมซ์ร่วมกับชุมชน และสร้างโอกาสการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยจัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนสำหรับกิจกรรมหลังประชุม มีการจัดทำโปรแกรมมาตรฐานสำหรับลูกค้าองค์กร และพัฒนาคลัสเตอร์ปฏิทินร่วมงานการจัดประชุมเป็นกลุ่มเพื่อยกระดับการจัดกิจกรรมไมซ์
          การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ ผ่านโครงการพัฒนาหลักสูตรการจัดการประชุมและนิทรรศการในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในพื้นที่ รวมถึงโครงการยกระดับมาตรฐานของผู้จัดงานท้องถิ่น และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนไมซ์ ผ่าน 4 โครงการหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่หอประชุมหรือพื้นที่จัดงานไมซ์ภายในจังหวัดภูเก็ต การประชาสัมพันธ์และสนับสนุนให้โรงแรมเข้าสู่มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย หรือ Thailand MICE Venue Standard (TMVS) ประเภทห้องประชุม การจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านไมซ์ และการพัฒนาเครื่องมือออนไลน์สำหรับวางแผนการจัดประชุมไมซ์ในพื้นที่
          นอกจากนี้ ทีเส็บยังได้จัดโครงการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเส้นทางไมซ์ใหม่ในจังหวัดภูเก็ตเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ ภายใต้แนวคิด 7 มุมใหม่ สไตล์ไมซ์ไทย (Thailand 7 MICE Magnificent Themes) ได้แก่ 1.ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม 2.การผจญภัย 3.การสร้างทีมเวิร์ค 4.กิจกรรม CSR และการประชุมเชิงอนุรักษ์ 5. กิจกรรมบรรยากาศชายหาด 6.การจัดงานและกิจกรรมหรูหรามีระดับ 7.การนำเสนออาหารไทยในทุกการจัดงานที่หลากหลาย ซึ่งภูเก็ตเป็น 1 ใน 5 เมืองไมซ์ซิตี้หลักที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ อาทิ เส้นทางชุมชนเมืองเก่าภูเก็ต ซึ่งใช้โปรโมทในงาน World Harmony Puppet ในปี 2561 หรือ เส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สร้างทีมเวิร์ค กิจกรรม CSR และการประชุมเชิงอนุรักษ์ ณ ชุมชนป่าคลอก และพิพิธภัณฑ์เพอรานากัน
          ทั้งนี้ ผู้อำนวยการทีเส็บ ยังกล่าวสรุปว่า หากพิจารณาจากสถิตินักเดินทางไมซ์เข้าสู่ภูเก็ตในปี 2561 เทียบกับปี 2560 พบว่ามีการเติบโตสูงมาก โดยในปี 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,216,230 คน เพิ่มขึ้น 167.94% จากปี 2560 ทำรายได้รวม 19,544.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.75% ซึ่งมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในทุกตลาดทั้งประชุมสัมมนาบริษัท (Meetings) การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentives) ประชุมนานาชาติ (Conventions) และงานแสดงสินค้า (Exhibitions) สะท้อนให้เห็นทิศทางตลาดและศักยภาพของภูเก็ตในการเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์รองรับการประชุมในกลุ่มลักซูรี่ (Luxury) ทางภาคใต้ และเป็นศูนย์กลางธุรกิจไมซ์แห่งอันดามัน อีกทั้งเชื่อมั่นว่าจากการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็งเพื่อผลักดันภูเก็ตไมซ์ซิตี้สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาสนั้น คาดว่าจะสามารถผลักดันให้จำนวนนักเดินทางไมซ์ในประเทศไปถึงเป้าหมาย 34,662,000 คน สร้างรายได้ 121,000 ล้านบาทได้ในปี 2562 นี้