ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

วธ.ร่วมมือกต.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เผยแพร่พระราชกรณีกิจด้านอนุรักษ์ส่งเสริมผ้าไทย พร้อมผลักดันผ้าไทยสู่สากล จัดนิทรรศการ-แฟชั่นโชว์ผ้าไทยร่วมสมัย-สาธิตทอผ้าที่ญี่ปุ่น 19-26 ส.ค.นี้

          ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-26 สิงหาคม 2562 ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีเจ้าหญิงทาคามาโดะ พระชายาในเจ้าชายทาคามาโดะ พระภาดาของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น เสด็จฯ เข้าร่วมงาน พร้อมด้วยบุคคลสำคัญฝ่ายไทยและญี่ปุ่น อาทิ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ภริยารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และเครือข่ายด้านวัฒนธรรม 
          นายอิทธิพล กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) มีนโยบายและยุทธศาสตร์ในการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างอัตลักษณ์ ค่านิยมความเป็นไทย รวมทั้งอนุรักษ์สืบทอดและต่อยอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของไทย รวมทั้งสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก จึงได้ร่วมกับหน่วยงานรัฐ เอกชน เครือข่ายทางวัฒนธรรมและภาคประชาชนจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความร่มเย็นเป็นสุข และความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนและประเทศชาติมาโดยตลอด โดยเฉพาะการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมไทยหลากหลายสาขาให้คงอยู่คู่ชาติ อาทิ ทรงส่งเสริมให้ราษฎรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม สนับสนุนอาชีพด้านหัตถกรรมทอผ้าไหม ทำให้ราษฎรมีรายได้และมีความเป็นอยู่ดีขึ้น เป็นการสืบสานภูมิปัญญาทอผ้าไหมจากรุ่นสู่รุ่น และอนุรักษ์ลวดลายผ้าทอในแต่ละภูมิภาคไม่ให้สูญหายไป รวมทั้งสร้างสรรค์ผ้าไหมไทยให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในส่วนที่เกี่ยวกับการส่งเสริมผ้าไทยนั้น วธ.ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ(กต.) และเครือข่ายทางวัฒนธรรมจัดกิจกรรมขึ้นระหว่างวันที่ 19-25 สิงหาคม 2562 ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีกำหนดการจัดกิจกรรม ได้แก่ วันที่ 19 สิงหาคม 2562 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว กรุงโตเกียว วันที่ 22 สิงหาคม 2562 ณ The Garden Oriental Osaka นครโอซากา และวันที่ 25 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรม Okura Fukuoka เมืองฟูกุโอกะ มีกิจกรรมประกอบด้วย 1.การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย ร่วมสมัย โดยการคัดเลือกชุดผ้าไทยของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมทั้งมีการออกแบบชุดใหม่สำหรับการแสดงในครั้งนี้โดยใช้ผ้า Assajan Silk ที่ใช้ไหมทอกับเส้นใย รีไซเคิลแอนตี้แบคทีเรีย (Perma) ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมใหม่ของคนไทย เดินแบบชุดไฮไลท์นี้โดย Yuumi Kato มิส ยูนิเวิร์สญี่ปุ่น ปี พ.ศ. 2018 2.นิทรรศการ The Future of Thai Textile จากแนวคิดผ้าไทยสู่สากล ซึ่งมีเนื้อหา 3 ส่วนคือ (1) ราชินีกับผ้าไทย หมายถึง ความใส่ใจที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อผสกนิกรชาวไทย โดยการส่งเสริมการทอผ้าไทย เพื่อเป็นอาชีพให้แก่คนไทยทั่วประเทศ (2) ประเภทของผ้าไทย ซึ่งสื่อถึงความใส่ใจในการสร้างสรรค์ผ้าไทยที่ประณีตวิจิตรของภูมิปัญญาไทย การคัดเลือกวัตถุดิบ การใส่ใจต่อกระบวนการผลิต การนำไปใช้อย่างใส่ใจในโอกาสพิเศษ ผ่านผ้าไทยประเภทต่างๆ อาทิ ขิด จก ยก มัดหมี่ แพรวา และ (3) ผ้าไทยสู่สากล นำเสนอถึงความเป็นไปได้ของผ้าไทยในตลาดสากล มีการนำไปออกแบบอย่างร่วมสมัยทั้งเครื่องนุ่งห่ม เคหะภัณฑ์ฯลฯ โดยใส่ใจกับผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน รวมถึงการทอผ้าไทยร่วมกับเส้นใยยับยั้งแบคทีเรีย ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ กระบวนการผลิตมีทั้งแบบทอมือและระบบโรงงาน ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกกับผ้าไทยมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผ้าไทยสามารถขยายตลาดไปสู่อุตสาหกรรมการแพทย์และการดูแลสุขภาพ 
          ทั้งนี้ นิทรรศการดังกล่าวมีการนำเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) มาใช้ในการนำเสนอผลงานการออกแบบผ้าไทยร่วมสมัยด้วย นอกจากนี้มีการสาธิตการทอผ้าโดยนักทอผ้ารุ่นใหม่ และ 3.การบรรเลงดนตรีไทยร่วมสมัย โดยการผสมผสานดนตรีไทย ดนตรีสากล และซาวด์อิเล็กทรอนิกส์มาจัดแสดง
          นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า วธ.ร่วมกับกต. เครือข่ายด้านวัฒนธรรมและหน่วยงานต่างๆ จัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเฉพาะการอนุรักษ์และส่งเสริมผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประเทศต่างๆ และเพื่อส่งเสริมให้คนไทยและชาวต่างชาติหันมาใส่ผ้าไหมไทยกันมากขึ้น ซึ่งเป็นการนำทุนทางวัฒนธรรมเรื่องผ้าไทยมาสร้างคุณค่าทางจิตใจและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยจะผลักดันให้นักออกแบบชาวไทยและผลงานเครื่องแต่งกายที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทยให้เป็นที่ยอมรับในวงการแฟชั่นโลกและสามารถจำหน่ายได้ในระดับสากล