ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

เปิดประสบการณ์แชมป์ในชีวิตจริงกับ “ไมโล แชมเปียนส์คัพ” ของ 8 เด็กไทยที่มากกว่าการแพ้หรือชนะ

          ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไมโล ต้อนรับน้องๆ นักเตะรุ่นจิ๋วตัวแทนไมโลประเทศไทยทั้ง 8 คนกลับประเทศอย่างยิ่งใหญ่ หลังคว้าอันดับ 3 ของโลก จากการแข่งขัน "ไมโล แชมเปียนส์คัพ" ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลระดับโลกครั้งแรกของไมโล ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการส่งเสริมให้เด็กไทยเติบโตสู่ความสำเร็จด้วยกีฬา ตามแนวคิดกีฬาคือครูชีวิต ซึ่งผลการแข่งขันในครั้งนี้ยืนยันถึงทักษะและความสามารถของเด็กไทยได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสปิริตและน้ำใจนักกีฬา นอกจากเด็กๆ จะได้เรียนรู้การเป็นแชมป์ในชีวิตจริงที่มากกว่าการแพ้หรือชนะผ่านประสบการณ์การแข่งขันระดับโลก ได้ท่องเที่ยวเปิดโลกการเรียนรู้นอกห้องเรียนแล้ว ยังสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยมุ่งมั่นฝึกฝนและเล่นกีฬาจนประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับโลกอีกด้วย
          นายไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์นมและโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า "รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่เยาวชนไทยสามารถคว้าอันดับ 3 มาให้กับประเทศไทยได้ เพราะนี่ถือเป็นก้าวแรกของพวกเขากับประสบการณ์การแข่งขันระดับโลก ถึงแม้จะไม่ได้แชมป์ก็ไม่เป็นไร เพราะรางวัลที่ยิ่งใหญ่สำหรับเด็กๆ ทุกคนคือการได้รับประสบการณ์ชีวิตที่ล้ำค่า ผ่านความตั้งใจ ความพยายามจนเป็นแชมป์ในชีวิตจริง รวมถึงประสบการณ์ในการฝึกทักษะฟุตบอลระดับโลกในโปรแกรมบาร์ซ่า อคาเดมี่ ณ คัมป์นู สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ที่สอนทั้งเทคนิค การวางแผนและการมีน้ำใจนักกีฬาแบบนักเตะระดับโลก ซึ่งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนพัฒนาตนเองและสานฝันการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของไมโลในการส่งเสริมให้เด็กไทยเติบโตสู่ความสำเร็จด้วยกีฬาเพราะกีฬาคือครูชีวิต"
          ตัวแทนเด็กไทยทั้ง 8 คนได้ถ่ายทอดประสบการณ์และความประทับใจระหว่างการไปแข่งขันไมโล แชมเปียนส์คัพ ที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน พร้อมทั้งความรู้สึกหลังได้ครองถ้วยอันดับ 3 ของโลก เริ่มจาก
          ด.ญ.ณชนก โกศลศักดิ์สกุล หรือ น้องข้าวปั้น เผยว่า "ตอนที่รู้ว่าได้ที่ 3 ก็ภูมิใจมากค่ะ เพราะพวกเราทำเต็มที่แล้ว แม้ไม่ได้ที่ 1 แต่เราก็ได้ทักษะ ประสบการณ์ชีวิตจากการแข่งขัน แถมยังได้เพื่อนใหม่มาจากหลายประเทศเลยค่ะ จากที่หนูได้แข่งแล้วก็ดูคู่อื่นแข่งกัน นักเตะผู้หญิงจากประเทศอื่นเขาก็เก่งกันทุกคนเลยค่ะ ฝีมือดีมาก ดูรู้เลยว่าได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี แต่หนูก็จะไม่ยอมแพ้แล้วก็พัฒนาฝีมือต่อไปค่ะ"
          ด้าน ด.ช.นฤกฤศ แสงสว่าง หรือ น้องโอม กล่าวว่า "ผมก็ดีใจแล้วก็ภูมิใจมากๆ ครับ เพราะทีมจากประเทศอื่นๆ เขาก็เตรียมตัวกันมาดี แล้วก็แข็งแกร่งมาก ตอนแข่งผมมีบาดเจ็บบ้าง อย่างโดนเตะขา หรือโดนเหยียบนิ้ว แต่ผมก็ฮึดสู้แล้วเล่นต่อไปครับการที่ได้ไปดูแมตช์การแข่งขันที่สนามบาร์เซโลน่า เป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากจะเก่งขึ้นอีกครับ เพราะผมมีความฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ และเก่งแบบแทร์ สเตเกิน นายประตูชื่อดังจากทีมบาร์เซโลน่าครับ"
          ด.ช.โธมัส จูเนียร์ ไท ชมิทท์ หรือ น้องทีเจ "ทีมเราเป็นเดียวจากเอเชียที่ได้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศครับ และผลการแข่งขันของเราได้อันดับ 3 ผมรู้สึกดีใจมาก สิ่งที่นำชัยชนะมาให้ทีมเราก็คือการวางแผนอย่างรอบคอบและทีมเวิร์คที่ดีครับ ถึงแม้จะเจอคู่แข่งที่เก่งขนาดไหนก็ไม่กลัว"
          ด.ช.กอบชัย เจิมประดิษฐ์วงศ์ หรือ น้องโฮจุน เผยว่า "ก่อนไปแข่งก็ไปเก็บตัวและฝึกซ้อมอย่างหนักครับ ถึงแม้ว่าตอนแรกหวังไว้ว่าจะได้ที่ 1 แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ผมว่าทีมของเรามีจุดเด่นที่สู้ประเทศอื่นๆ ได้คือถึงเราจะตัวเล็กกว่า แต่เราเน้นเรื่องความว่องไว แล้วเราก็ใจสู้ด้วยครับ ตอนแข่งขันก็มีอุปสรรคนิดหน่อย อย่างผมบาดเจ็บแล้วก็โดนให้หยุดพัก แต่โค้ชก็ให้คำแนะนำและวางแผนอย่างดีครับ ตอนที่ผมรู้ว่าตัวเองได้รางวัลนักเตะทรงคุณค่า MVP – Most Valuable Player ผมก็ดีใจมากเลยครับ เพราะอยากได้เสื้อเมสซี่พร้อมลายเซ็นต์ของเขามาก รู้สึกว่าความพยายามของผมทำให้ผมทำสำเร็จ ผมจะเอาเสื้อใส่กรอบไปเก็บไว้อย่างดีที่บ้านเลย โตขึ้นผมอยากจะเป็นนักกีฬาที่เก่งแบบเมสซี่ครับ"
          ด.ช.สิปปกร สีดำอ่อน หรือ น้องแจ็ค"ตอนแข่งผมก็หวังว่าจะได้แชมป์ครับ แต่พอไปแข่งจริงเราเสียเปรียบชาติอื่นเพราะเราตัวเล็ก แต่เราก็มีความรวดเร็วแล้วก็ใจสู้ครับ ระหว่างที่ไปฝึกซ้อมและเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อนๆ ทีมอื่นเขาก็พาผมไปเที่ยวด้วย สนุกมากครับ การที่ได้มาบาร์ซ่าทำให้ผมมีกำลังใจแล้วก็ได้แรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง เพื่อที่จะเป็นนักบอลทีมชาติในอนาคตต่อไปครับ"
          ด.ญ.มาติกา ท่าพริก หรือ น้องตั้งใจ"ตอนแรกคิดว่าอาจจะแค่เข้ารอบ 4 ทีม แต่พอได้ถ้วยมาด้วยก็ภูมิใจมาก คิดว่าสิ่งที่ทำให้ได้ถ้วยอันดับ 3 มาเพราะความพยายาม แล้วทีมเราก็ยิงบอล เลี้ยงบอล ส่งบอลกันดีค่ะ ทำให้สู้กับทีมต่างชาติได้ สิ่งที่หนูชอบมากๆ คือการได้คุยกับเพื่อนต่างประเทศ เพราะเราได้สร้างมิตรภาพใหม่แล้วก็ได้ใช้ภาษาอังกฤษด้วย ระหว่างการฝึกซ้อมก็มีไม่สบาย มีบาดเจ็บบ้างแต่ไม่ท้อค่ะ ตอนดูการแข่งคือนักเตะผู้หญิงของประเทศอื่นก็เล่นดีมากค่ะ เขาครองบอลแล้วก็ยิงบอลเก่ง หนูจะเก็บข้อดีของทีมอื่นๆ แล้วก็ประสบการณ์จากการแข่งมาพัฒนาสิ่งที่ตัวเองยังทำไม่ได้ จะซ้อมให้หนักขึ้นเพื่อความฝันในการเป็นนักฟุตบอล ทีมชาติไปเล่นลีกต่างประเทศค่ะ อยากไปเล่นกับลิเวอร์พูล เพราะชอบซาลาห์มากเลยค่ะ"
          ด.ช.ธนวัฒน์ โกพลรัตน์ หรือ น้องเบ็น"ก่อนไปแข่งก็เตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจครับ แต่ผมก็ไม่คิดว่าจะได้แชมป์ พอรู้ว่าได้ที่ 3 ก็แฮปปี้มาก ภูมิใจมาก ตอนที่อยู่สเปนก็ต้องปรับตัวเหมือนกันเพราะต้องตื่น 6-7 โมงเช้าเพื่อมาซ้อมครับ ผมคิดว่าจาไมก้าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวมากเพราะเขาเล่นเก่ง แต่ผมก็ไม่กลัวเพราะจุดแข็งของผมคือการเลี้ยงลูก ผมจะเก็บเอาจุดเด่นของแต่ละทีมมาพัฒนาฝีมือและฝึกซ้อมต่อไปครับ โตไปจะได้เป็นนักฟุตบอลทีมชาติ แล้วก็เล่นเก่งแบบโรนัลโด"
          ด.ช.พีรดา หล้าสวัสดิ์ หรือ น้องพลายกล่าวว่า "รู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นมากครับที่ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนเด็กไทยไปแข่งฟุตบอล ไมโล แชมเปียนส์คัพ ร่วมกับนักเตะอีก 12 ประเทศ และมีโอกาสฝึกทักษะฟุตบอลกับสโมสรบาร์เซโลน่า ผมชอบ ลิโอเนล เมสซี่ เขาเป็นนักบอลที่ถนัดซ้าย วิ่งเร็วและคล่องแคล่ว ซึ่งผมเองก็ ถนัดซ้ายเหมือนกันครับ ผมขอบคุณไมโลมากครับที่สนับสนุนโอกาสดีๆ แบบนี้ ผมจะนำประสบการณ์ในครั้งนี้มาพัฒนาทักษะการเล่นของตัวเองให้เก่งยิ่งขึ้นต่อไปครับ"
          นายยุทธนา พลศักดิ์ หรือ โค้ชยุทธ "ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ ที่ประสบความสำเร็จและทำชื่อเสียงให้ประเทศไทย ก่อนไปเราตั้งเป้าหมายอยู่แล้ว ว่าเราต้องทำให้ดีที่สุด แต่เด็กๆ ทุกคนทำได้เกินเป้าหมาย และเล่นตามแผนที่โค้ชวางไว้ได้ดีมากครับ ยิ่งช่วงเก็บตัวถือว่าเป็นช่วงที่พัฒนาดีมาก เพราะมีโอกาสลงทีมกับสโมสรที่เราไปเก็บตัวด้วย ส่วนปัญหาตอนฝึกที่ต่างประเทศคือน้องๆ จะบาดเจ็บง่าย แล้วก็ต้องปรับเวลานอน ส่วนเรื่องขนาดตัวก็มีฝึกกับเด็กๆ ไว้ว่าเราต้องรับมืออย่างไร เพราะเด็กจากอเมริกาใต้ อเมริกากลางเขาตัวใหญ่กว่าและอายุรุ่น 11-12 ปีกันหมด มีแค่เรากับเวียดนามที่มีรุ่น 9 ปี ผมก็บอกให้เด็กๆ คอยอ่านทางบอลเขาให้ออก ทำให้เกมเขาช้าลง ถ้าคู่แข่งถนัดซ้ายหรือขวา ควรเข้าบอลอย่างไร ซึ่งทุกคนก็รับมือได้ดีเกินคาดเลยครับ ผมหวังว่าชัยชนะครั้งนี้จะเป็นประสบการณ์ชีวิตให้เด็กๆ ทั้ง 8 คนและเป็นกำลังใจให้น้องๆ รุ่นต่อไปของไมโล เพราะเด็กกลุ่มนี้จะเป็นอนาคตของชาติ ในอนาคตอาจจะติดทีมชาติกันหมดก็ได้ครับ"
          สามารถติดตาม และเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ จากไมโลได้ที่ Facebook MILO Thailand