ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

ดีไอทีพี โชว์ไอเดียสร้างสุขเมื่อก้าวสู่วัย 60+ พร้อมเปิดแนวคิด 2 นักธุรกิจวัยเก๋าไฟแรงกับชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคง

          มีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่กำลังคิดหาช่องทางสร้างรายได้ทั้งจากการขายของ หรือการทำกิจกรรมอื่นๆเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของคนในครอบครัว และปัจจุบันในยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทกับชีวิตแทบจะทุกย่างก้าว การเปิดร้านค้าออนไลน์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยเพิ่มรายได้ทั้งผู้สูงอายุที่เกษียณจากงานประจำหรือแม้แต่ผู้สูงอายุที่มีธุรกิจอยู่แล้ว แต่ปัญหาของกลุ่มคนนี้คือเกิดความเกรงกลัวต่อการใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกรรมหรือทำกิจกรรมอื่นๆ เพราะขาดความชำนาญในการใช้งานและมักจะคิดเสมอว่าอายุมากแล้วไม่จำเป็นจะต้องเรียนรู้เทคโนโลยีอะไรมากนัก อีกทั้งยังมีลูกหลานคอยทำเรื่องพวกนี้ให้ แต่จะดีแค่ไหนหากในวันนี้ผู้สูงอายุสามารถใช้เทคโนโลยีหรือโซเชียลมีเดียได้เอง ไม่ว่าจะใช้เพื่อความบันเทิง หรือสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า
          เมื่อเร็วๆนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ได้จัดฝึกอบรมโครงการ "60+ ค้าออนไลน์ ขายทั่วโลก" ซึ่งเป็นโครงการบ่มเพาะการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ รวมทั้งเทคนิคการทำการค้าออนไลน์ ให้กับผู้สูงอายุวัยเกษียณและผู้ประกอบการที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยโครงการดังกล่าวมุ่งสร้างแรงบันดาลใจ และแรงกระตุ้นให้กับกลุ่มวัยเก๋าให้เท่าทันกับดิจิทัลและเทคโนโลยีออนไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้สูงวัยยุคใหม่ต้องรู้จักเรียนรู้ นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมเทคนิคการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และแนวคิดการการทำธุรกิจให้สำเร็จในวัยเกษียณจากผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรง ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับทั้งผู้ที่กำลังจะก้าวสู่วัย 60 และวัยเกษียณ เพราะแค่เปลี่ยนก็มีความสุขอย่างสะพรั่ง
          เริ่มกันที่เทคนิคการเปลี่ยนชีวิตและพฤติกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ของ วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ผู้คร่ำหวอดในวงการเพลงและ ผู้ก่อตั้งค่ายจีนี่ เรคคอร์ด คือการเปลี่ยนแปลงตัวเองและเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ซึ่งผู้สูงอายุจะต้องออกจากกรอบแนวคิดเดิมๆ แก้ปัญหาและลบข้อจำกัดด้านร่างกายด้วยการเรียนรู้สิ่งที่ยังไม่มีความชำนาญเพื่อเป็นการเพิ่มทักษะและปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตในแบบเดิมๆ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ ทั้งหมด 3 เปลี่ยน ได้แก่
          เปลี่ยนแรก คือ เปลี่ยนวิธีการมองปัญหา โดยการเปลี่ยนมุมมองเรื่องข้อจำกัดของอายุเสียใหม่ เพราะปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีต่างๆมากมายที่จะคอยสนับสนุนให้ผู้สูงอายุสามารถเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ถึงแม้ว่าเราจะอายุมากขึ้นแต่เราก็ยังสามารถปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์และโลกปัจจุบันได้ เพียงแค่เราอย่าหยุดคิดและมองหาโอกาสจากสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ เช่น ขอความช่วยเหลือจากลูกหลานและคนใกล้ตัว ช่วยแนะนำเทคนิคการใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่ดีต่อไป
          เปลี่ยนที่สอง คือ เปลี่ยนตัวเอง ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เริ่มจากเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียจากเดิมที่เคยส่งรูปดอกไม้พร้อมข้อความสวัสดีวันจันทร์-อาทิตย์ไปให้เพื่อนหรือลูกหลานเป็นประจำ ควรลองหันมาอ่านเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจของตัวเองหรือแชร์ข้อมูลดีๆ เพราะผู้สูงอายุถือว่าเป็นกลุ่มที่มีลักษณะการอ่านเนื้อหาได้อย่างละเอียดและสามารถจดจ่อมีสมาธิกับการอ่านได้นานกว่าคนอายุน้อย ซึ่งจุดนี้ถือว่าเป็นข้อดี นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนบุคลิกภาพตัวเองให้ดูมีความเป็นวัยรุ่นมากยิ่งขึ้นด้วยการเปลี่ยนการแต่งตัว หากยังไม่มั่นใจก็ค่อยๆเปลี่ยน หรืออาจจะลองหาตัวอย่างจากเว็บไซต์แล้วนำมาปรับให้เข้ากับบุคลิกตัวเอง 
          เปลี่ยนที่สาม คือ เปลี่ยนให้ทันโลก เพราะในยุค Disruptive Technology คือยุคที่เทคโนโลยีกำลังจะทำลายทุกอย่างที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ดังนั้นวิธีการรับมือคือเราจะต้องเปลี่ยนตามกระแส ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆคือ จะต้องไม่ทำตัวให้สูงวัยไปตามอายุ โดยสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองโดยการอยู่กับเด็กๆให้มากขึ้น ด้วยการรับพนักงานที่ยังเป็นวัยรุ่นเข้ามาทำงาน เนื่องจากการที่มีพนักงานเป็นเด็กอยู่ในบริษัท จะทำให้เราสามารถเรียนรู้และเป็นแบบเขา เพราะเด็กคือผู้ที่จะนำสิ่งใหม่ๆและพาเราไปรู้จักกับโซเชียลมีเดียช่องทางต่างๆ เพื่อใช้เป็นช่องทางในสำหรับการต่อยอดธุรกิจ วิธีการนี้จะทำให้ซึมซับและเปิดรับสิ่งใหม่ๆโดยที่ไม่ต้องปรับตัวเพราะทั้งหมดเกิดจากการเรียนรู้โดยการ"คบเด็ก"
          ด้านเมธาวี อ่างทอง เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า BLACK SUGAR เผยถึงวิธีการทำธุรกิจให้สำเร็จในวัยเกษียณ ว่า เคล็ดลับในการทำธุรกิจในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไปนั้นผู้สูงอายุที่เกษียณหรือผู้ที่ทำธุรกิจอยู่แล้วจะต้องลงมือทำในสิ่งที่อยากทำทันที ซึ่งหากไม่มีแรงบันดาลใจหรือหมดไฟในชีวิตไปแล้ว ให้ลองมองย้อนกลับไปในช่วงที่เรายังเป็นวัยรุ่นว่าเราอยากทำอะไร หรือหาสิ่งของที่จะเป็นตัวจุดประกายความฝันขึ้นมาอีกครั้ง และเริ่มลงมือทำ หากยังมีข้อกำจัดเรื่องอายุที่เพิ่มมากขึ้นให้ลองขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่ส่งเสริมการทำการค้าทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน เพราะหน่วยงานเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนและสอนในสิ่งที่เรายังขาด รวมทั้งยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวผู้ประกอบการและผู้สูงอายุ พร้อมทั้งหาช่องทางให้เรานำสินค้าที่มีอยู่ออกไปสู่ตลาดโลกด้วยการสอนทำการค้าออนไลน์ เทคนิคการทำธุรกิจต่างๆ นอกจากนี้ผู้สูงอายุจะต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่องทั้งทางด้านวิชาการ หรือด้านอื่นๆที่สนใจเพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมาตัวเองก็ได้เข้าอบรมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการออกงานแสดงสินค้าเป็นประจำถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถพาแบรนด์ BLACK SUGAR ไปเดินแฟชั่นโชว์ที่ งาน MQ Vienna Fashion Week ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ดังนั้นหากมีโอกาสที่จะพาสินค้าออกไปสู่สายตาคนหมู่มากผู้ประกอบการจึงควรทำทันที เนื่องจากวิธีการนี้จะทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการทำธุรกิจในวัยเกษียณโดยการทำธุรกิจจะต้องไม่หยุดนิ่ง พยายามหาสิ่งแปลกใหม่และลงมือทำให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งผู้สูงอายุจะต้องไม่ท้อถอย แม้ว่าการทำธุรกิจหรือการเรียนรู้เรื่องควรทำการค้าออนไลน์จะมีความยากและซับซ้อน หากเราทำบ่อยขึ้นก็จะเกิดความเคยชินและทำให้มีความเชี่ยวชาญได้เช่นกัน แต่จะต้องไม่หยุดนิ่งและเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา
          "สิ่งสำคัญที่อยากฝากถึงผู้สูงอายุคือต้องเป็นคนที่ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง และถ้าทำไม่สำเร็จก็ลองทำอย่างอื่นอย่าหยุดนิ่ง อย่าหยุดเรียนรู้ เพราะชีวิตคนเราสามารถเรียนรู้ได้เรื่อยๆไม่ว่าจะแก่แค่ไหน ส่วนตัวก็จบปริญญาตรีตอนอายุ 48 ปี และเรียนจบปริญญาโทในวัย 55 จนถึงตอนนี้ยังคิดอยากจะเรียนงานศิลปะ เช่น ทำสบู่ ทำเทียนหอม เผื่อวันข้างหน้าทำเสื้อผ้าไม่ไหวจะได้สามารถทำของเล็กๆน้อยๆได้ ที่สำคัญคืออย่าคิดนาน คิดซ้ำซาก ในเมื่อล้มแล้วเราจะต้องไม่หมกมุ่นล้มได้ก็ลุกได้" เมธาวี กล่าวทิ้งท้าย.
          นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปให้สามารถเข้าถึงช่องทางการทำการค้าแบบออนไลน์ไปสู่ตลาดโลก กรมฯจึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นมาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า และพาสินค้าของตัวเองออกไปสู่สายตาคนภายนอก สร้างความรับรู้แก่ผู้คนได้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งโครงการดังกล่าวยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในอีก 2 ปีข้างหน้า ที่ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุมากถึงร้อยละ 20 ของจำนวนประชาชนทั้งหมด ตนเองในฐานะที่อยู่ในช่วงวัยใกล้เกษียณ จึงอยากชวนให้ผู้สูงอายุที่มีความฝัน ต้องการหาแรงบันดาลในการใช้ชีวิตให้ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่อยากทำ อย่าให้อายุที่เพิ่มขึ้นมาเป็นตัวกำหนดว่าคนแก่จะต้องนั่งอยู่กับบ้านเท่านั้น เพราะความจริงแล้วเรายังสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต
          สำหรับผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจรายละเอียด หรือสนใจเข้าร่วมอบรมและสัมมนา สามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมได้ที่ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สายด่วน 1169 หรือ nea.ditp.go.th ,facebook.com/nea.ditp