ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

ฟิทช์คงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่ ‘BBB+(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

          บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS ที่ 'BBB+(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ 'F2(tha)'

          ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
          อันดับเครดิตภายในประเทศของ FSS สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจของบริษัทที่อยู่ในระดับปานกลาง การกระจายรายได้ไปในธุรกิจอื่นนอกจากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ยังไม่มาก และยังมีความเสี่ยงในด้านการปฏิบัติตามแผนการขยายธุรกิจที่บริษัทได้วางไว้ (Execution risks) อีกทั้งสภาวะแวดล้อมในการดำเนินงานที่ยังคงมีความท้าทายจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้ารายย่อยที่มีปริมาณลดลง อย่างไรก็ตามระดับหนี้สินที่ยังต่ำน่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของรายได้ของบริษัทได้
          ฟิทช์เชื่อว่าภาวะตลาดและบรรยากาศการลงทุนของลูกค้ารายย่อย (sentiment) ที่อ่อนแอได้ส่งผลให้ระดับกำไรจากการดำเนินธุรกิจของ FSS อ่อนตัวลงในปี 2561 FSS มีรายได้ที่กระจุกตัวในธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ในสัดส่วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมในขณะที่ระดับต้นทุนคงที่ของบริษัทที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูงก็อาจกดดันผลประกอบการของบริษัทต่อเนื่องในอนาคตได้ ดังนั้นในระยะยาวผลประกอบการของบริษัทจึงขึ้นอยู่กับผลสัมฤทธ์ของการลดต้นทุนและการเพิ่มรายได้จากธุรกิจอื่นที่นอกเหนือจากธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ 
          ฐานะด้านเงินทุนของ FSS อยู่ในเกณฑ์แข็งแรงเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมที่มีอันดับเครดิตใกล้เคียงกันซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของตลาดและของตัวธุรกิจเองได้ สำหรับระดับเงินกองทุนสภาพคล่อง (net capital ratio) ของบริษัทที่สามารถดำรงอยู่ในระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ตามกฎหมายอยู่มากนั้นสะท้อนถึงสภาพคล่องที่ดีและช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจของบริษัทลงได้บ้าง
          ฟิทช์คาดว่า FSS จะสามารถรักษาระดับความสามารถในการดำเนินธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ไว้ได้ในระยะกลางจากการที่บริษัทมีฐานลูกค้ารายย่อยที่มีขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามรายได้จากธุรกิจอื่นที่นอกเหนือจากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น ผลิตภัณฑ์ตราสารอนุพันธ์ หรือ การให้บริการบริหารความมั่งคั่ง (wealth-management) คาดว่าจะทยอยเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป 
          ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
          ฟิทช์อาจพิจารณาปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศของ FSS ถ้าบริษัทมีความสามารถในการทำกำไรและรายได้ลดลงมากอย่างต่อเนื่องจนฐานะเงินทุนของบริษัทไม่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง ยกตัวอย่างเช่นในกรณีที่บริษัทมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อส่วนทุน (operating profit/equity ratio) ลดลงเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมติดต่อกันเป็นเวลานาน
          ฟิทช์อาจพิจารณาปรับเพิ่มอันดับเครดิตของ FSS ถ้าบริษัทมีโครงสร้างทางธุรกิจที่แข็งแรงขึ้นอย่างสม่ำเสมอซึ่งจะสะท้อนได้จากการกระจายตัวของฐานธุรกิจที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ในการดำเนินธุรกิจ (risk appetite) ของบริษัทไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือบริษัทไม่ได้ลดมาตรฐานในการควบคุมความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ (risk controls) ซึ่งทำให้ฐานะทางการเงินของบริษัทเติบโตต่อไปอย่างมีเสถียรภาพและสามารถคงอยู่ในระดับดังกล่าวตลอดวัฎจักรของการดำเนินธุรกิจได้ อย่างไรก็ตามฟิทช์คาดว่าการเปลี่ยนแปลงในลักษณะดังกล่าวจะยังไม่เกิดขึ้นในระยะสั้นถึงระยะกลาง