ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำของเหลือใช้ ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีดีไซน์ พร้อมจำหน่ายได้จริง เพื่อชุมชนปากน้ำปราณ ความคิดริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนิสสัน ‘แค่ใจก็เพียงพอ’ เพื่อลดของเสีย สร้างงาน และสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

          นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จำนวนกว่า 70 คนจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้นำเสนอผลงานต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสิ่งของเหลือใช้ซึ่งเก็บรวบรวมได้จากพื้นที่บริเวณรอบปากน้ำปราณให้แก่ผู้นำชุมชน
          โครงการนิสสัน 'แค่ใจก็เพียงพอ' เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2560 และมีการสานต่อโครงการเป็นปีที่สองในปีนี้ ที่ได้มีความแตกต่างไปจากปีแรก โดยได้ริเริ่มการนำเอาคนรุ่นใหม่ คือ กลุ่มนักศึกษา โดยแบ่งออกเป็นหกกลุ่มทำการออกแบบและสอนขั้นตอนการทำผลิตภัณฑ์จากของเหลือใช้ในท้องถิ่นให้แก่คนในชุมชน 
          นักศึกษากว่า 70 คนของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้แบ่งกันเป็นหกกลุ่มที่ชุมชนปากน้ำปราณและเข้าร่วมทำงานกับผู้แทนจากชุมชนในท้องถิ่นเพื่อเก็บของเหลือใช้แล้ว และวางแผนวิธีการออกแบบของเหล่านี้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม จากนั้นพวกเขาจะร่วมกันถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และนำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน
          "ดิฉันรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ที่น้อมนำคำสอนแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความคิดริเริ่มนี้จะช่วยลดปริมาณของเหลือใช้ ด้วยการออกแบบของเหล่านี้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถจำหน่ายได้" วรรณอนงค์ เติมวัฒนางกูร นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่เข้าร่วมในโครงการนี้ กล่าว "สิ่งนี้จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงสำหรับคนในชุมชนให้มีชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว"
          โครงการนี้อยู่ภายใต้การดูแลและแนะนำ ของอาจารย์ จารุพัชร อาชวะสมิต อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่เห็นประโยชน์ของโครงการนี้ต่อนักศึกษาและต่อชุมชน
          "การร่วมงานกับนิสสันครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักศึกษาที่จะได้รับประสบการณ์จริงที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้จากในห้องเรียน นักศึกษาไม่เพียงแค่เรียนรู้วิธีการคัดแยกของเหลือใช้สำหรับการออกแบบของเหล่านี้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม แต่พวกเขายังได้รับประสบการณ์ตรงจากการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปจำหน่ายได้โดยชุมชนปากน้ำปราณ"อาจารย์ จารุพัชร กล่าว
นักศึกษาได้นำเสนอผลงานต้นแบบผลิตภัณฑ์ต่อผู้นำชุมชน โดยตัวอย่างของผลงานเหล่านี้ได้แก่ โคมไฟประดับที่ทำจากอวนจับปลาที่ถูกทิ้ง กระเป๋าที่ถักจากกะลามะพร้าว เชือก รวมถึง รองเท้าแตะที่ทำจากพลาสติกที่รีไซเคิลจากขวดน้ำ นอกจากนี้มีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เครื่องประดับ และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกมากมาย
          นักศึกษาได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งของเหลือใช้ที่พบและรวบรวมระหว่างการลงพื้นที่ปากน้ำปราณที่ผ่านมา อีกทั้งการได้พบปะและพูดคุยกับสมาชิกของชุมชนระหว่างการลงพื้นที่ครั้งนั้น
          ธัญชนก เกียรติโอภาส นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า พวกเขาได้เรียนรู้อย่างมากจากโครงการนี้ "คิดว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักศึกษาอย่างเราที่จะได้รับประสบการณ์ในชีวิตจริงและพวกเราเองต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง ที่สามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจให้ชุมชนอย่างยั่งยืน"
          ปีเตอร์ แกลลี รองประธาน สายงานสื่อสารองค์กร นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย แสดงความยินดีและชื่นชมที่นักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่เข้าร่วมในโครงการนี้ พร้อมความตั้งใจและความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างหนัก "ผมรู้สึกประทับใจทั้งคุณภาพของผลงานต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาคิดค้นขึ้นรวมถึงความคิด ความพยายาม ความคิดสร้างสรรค์ และไอเดียที่จับต้องได้ที่เหล่านักศึกษาใส่ลงไปในผลงานต้นแบบผลิตภัณฑ์เหล่านี้ โดยออกแบบให้ของเหลือใช้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม ผลงานต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่ผมได้เห็นนั้น มีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นสินค้าของชุมชนเพื่อนำไปจำหน่าย และสร้างรายได้ให้กับชุมชน"
          ผู้นำชุมชนยังชื่นชมนักศึกษาสำหรับความมุ่งมั่นและความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา "ผมรู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งกับผลงานต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่นักศึกษาคิดค้นขึ้นโดยใช้ของเหลือใช้ที่รวบรวมได้จากพื้นที่นี้" สมเดช นาคดี ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนและสิ่งแวดล้อมบ้านคลองเก่า (ทสม.) กล่าว "มันเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเราชุมชนปากน้ำปราณ เพราะน้องๆ นักศึกษามีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาสิ่งที่สวยงามซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับผู้คนในชุมชนของเรา"

          เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
          นิสสัน ก่อตั้งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ 2476 โดยมีนโยบายหลักที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับลูกค้า (Innovation that Excites) ทำให้ลูกค้าได้รับความสุขกับรถของนิสสัน ขณะเดียวกันนิสสันยังต้องการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม โดยนิสสันได้ประกาศเป้าหมายในการมีส่วนร่วมลดค่ามลพิษให้เป็นศูนย์ และลดการสูญเสียบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ นิสสันจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่อัจฉริยะ โดยมีแผนที่จะแนะนำระบบขับขี่อัตโนมัติ ในรถยนต์รุ่นหลักในภูมิภาคต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนไปพร้อมๆ กับการสร้างความสุขให้กับผู้ขับขี่ สำหรับประเทศไทยนิสสันเริ่มดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 ปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 5 แห่ง และฐานการผลิตรถยนต์รวม 2 แห่ง มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมากกว่า 180 แห่ง โดยมีผลิตภัณฑ์รถยนต์ตอบสนองลูกค้าทุกเซกเมนต์รวม 10 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์อีโค คาร์ รถยนต์อเนกประสงค์ รถยนต์พรีเมี่ยมซีดาน รถกระบะ และรถตู้ 

          เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด
          นิสสัน เป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกที่จำหน่ายรถยนต์มากกว่า 60 รุ่นภายใต้แบรนด์นิสสัน อินฟินิตี้ และดัทสัน ในปีงบประมาณ 2560 บริษัทฯ มียอดขายรถยนต์มากกว่า 5.77 ล้านคันทั่วโลก สร้างรายได้มูลค่า 11.9 ล้านล้านเยน ในวันที่ 1 เมษายน 2560 บริษัทฯ เริ่มดำเนินการแผนกลยุทธ์ระยะกลาง Nissan M.O.V.E. to 2022 ซึ่งเป็นแผนธุรกิจ 6 ปีที่มีเป้าหมายในการเพิ่มรายได้ 30% เป็นมูลค่า 16.5 ล้านล้านเยน เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2565 โดยมีกระแสเงินสดสะสมจำนวน 2.5 ล้านล้านเยน ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว นิสสันมุ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ผ่านรถยนต์นิสสัน ลีฟ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ สำนักงานใหญ่ของนิสสันที่ตั้งอยู่ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น แบ่งเขตปฏิบัติการออกเป็น 6 พื้นที่ ประกอบไปด้วย เอเชียและโอเชียเนีย แอฟริกา ตะวันออกกลางและอินเดีย จีน ยุโรป ละตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ นิสสันเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ เรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 และ ได้เข้าซื้อหุ้นเป็นจำนวน 34% จากมิตซูบิชิในปี พ.ศ. 2559 ปัจจุบันเรโนลต์ นิสสัน และมิตซูบิชิ มอเตอร์สเป็นพันธมิตรธุรกิจยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดและมียอดขายรวมกันมากกว่า 10.76 ล้านคันในปี 2561
          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การบริการ และความมุ่งมั่นในการนำเสนอยานยนต์เพื่อความยั่งยืน สามารถติดตามได้ที่ nissan-global.com, Facebook, Instagram, Twitter , LinkedIn และรับชมวีดีโอล่าสุดที่ YouTube