ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

สรรพสามิตกับแนวทางการพัฒนาการตรวจวิเคราะห์คุณภาพสุรา

          คณะรัฐมนตรีไฟเขียวอนุมัติในหลักการให้กรมสรรพสามิตเป็นผู้ตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพสุราให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งสุราที่ผลิตในประเทศและสุรานำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและตามหลักสากล
          ก่อนพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ สุราในประเทศกำหนดให้ผู้ผลิตสุราต้องส่งตัวอย่างสุราที่ผลิตให้กรมสรรพสามิตตรวจวิเคราะห์คุณภาพ โดยสุราดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม แต่ในกรณีของสุรานำเข้าไม่มีข้อกำหนดให้ต้องส่งตัวอย่างสุราเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพ มีเพียงข้อกำหนดเรื่องแรงแอลกอฮอล์ของสุรานำเข้าว่าจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ถือเป็นการปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่างสุราในประเทศและสุรานำเข้า 
          ต่อมาได้มีการแก้ไขประเด็นดังกล่าวในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันระหว่างสุราที่ผลิตในประเทศและสุรานำเข้า โดยได้ออกกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2560 และนำมาตรการควบคุมคุณภาพสุรามากำหนดไว้เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติเช่นเดียวกับสุราในประเทศ โดยให้ผู้ผลิตสุราในประเทศต้องส่งตัวอย่างสุราที่ผลิตได้เพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพก่อนอนุญาตให้ผลิตออกจำหน่าย และให้ผู้ประสงค์จะนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายในประเทศจะต้องส่งตัวอย่างสุราให้กรมสรรพสามิตตรวจวิเคราะห์คุณภาพหรือส่งหนังสือรับรองผลการวิเคราะห์ตัวอย่างสุราว่าสุราดังกล่าวมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมก่อนขออนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร 
          อนึ่ง ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่กำหนดโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เป็นมาตรฐานทั่วไปที่ผู้ผลิตในประเทศต้องส่งตัวอย่างสุราเพื่อตรวจสอบตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมก่อนมีการผลิตสุรา ประกอบกับมาตรฐานดังกล่าวสามารถให้ผู้ผลิตในประเทศยื่นขอใช้เครื่องหมายแสดงมาตรฐาน (มอก.) ได้ โดยกำหนดให้ใช้มาตั้งแต่ปี 2544 ซึ่งปรากฏว่าการกำหนดมาตรฐานดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีด้านการผลิตที่ใช้ในปัจจุบัน ประกอบกับผู้นำเข้า สถานทูตของประเทศต่างๆ ได้แสดงข้อกังวลเกี่ยวกับความแตกต่างของเทคโนโลยีด้านการผลิตและมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์คุณภาพสุราของไทยไม่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติตามหลักสากล จึงขอให้ไทยพิจารณาทบทวนมาตรฐานดังกล่าว
          กรมสรรพสามิตได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร และหลักเกณฑ์การตรวจและวิเคราะห์คุณภาพสุรา เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2561 และได้มีการประชุมหารือกันอย่างกว้างขวางจำนวน 4 ครั้ง โดยในการประชุมประกอบด้วยคณะทำงานฯ ซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงาน อาทิ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ กรมควบคุมโรค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมศุลกากร เพื่อศึกษาแนวทางในการพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การขออนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร และมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์คุณภาพสุราให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะคำนึงถึงด้านสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคสุราเป็นสำคัญ อีกทั้งให้สอดคล้องตามแนวทางปฏิบัติตามหลักสากล โดยมีหลักการในการพิจารณา ดังนี้
          1. หลักการด้านสุขภาพอนามัย โดยคำนึงถึงสุขภาพ อนามัย และต้องไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งใช้ข้อมูลสถิติผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างสุราที่ผลิตในประเทศและสุรานำเข้า ผลการศึกษาหรือผลงานวิจัย และข้อมูลต่างประเทศสำหรับการอ้างอิงในการกำหนดเกณฑ์ดังกล่าว
          2. หลักปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและสอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล ซึ่งจะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจหรือต้องไม่เป็นการกีดกันทางการค้า 

          ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตจึงได้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2560 เพื่อให้กรมสรรพสามิตมีอำนาจในการออกประกาศมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์คุณภาพสุรา โดยคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนและสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติตามหลักสากล โดยขอแก้ไขข้อ 5 (2) จากเดิม"ส่งตัวอย่างสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรต่ออธิบดีเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพก่อนยื่นคำขอใบอนุญาต หรือส่งหนังสือรับรองผลการวิเคราะห์ตัวอย่างสุราดังกล่าวว่ามีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ..." เป็น "ส่งตัวอย่างสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรต่ออธิบดีเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพก่อนยื่นคำขอใบอนุญาต หรือส่งหนังสือรับรองผลการวิเคราะห์ตัวอย่างสุราดังกล่าวว่ามีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานที่อธิบดีประกาศกำหนด ..." ซึ่งจะได้ออกประกาศกรมสรรพสามิตเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ การตรวจวิเคราะห์คุณภาพสุราสำหรับสุราที่ผลิตในประเทศและสุรานำเข้าใหม่ตามแนวทางที่คณะทำงานฯ ได้ให้ความเห็นชอบ โดยแบ่งมาตรฐานในการตรวจวิเคราะห์คุณภาพสุราเป็น 4 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานไวน์ มาตรฐานสุราแช่อื่น มาตรฐานสุรากลั่น และมาตรฐานเบียร์ ต่อไป