ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

SME D Bank ควงแขน สคช. ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกอบอาชีพอิสระ นำร่องเติมทักษะมาตรฐานวิชาชีพผู้ร่วมโครงการฮักแท็กซี่สำเร็จทะลุร้อยราย

          SME D Bank จับมือ สคช. ลงนาม MOU ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกอบการอาชีพอิสระ ผ่านกิจกรรมเติมทักษะมาตรฐานวิชาชีพ หนุนสร้างโอกาสเติบโต ต่อยอดสู่แหล่งทุน ปูทางชีวิตดีมีสุข เบื้องต้นนำร่องติดปีกผู้แสดงเจตจำนงร่วมโครงการ "ฮักแท็กซี่ฯ" สำเร็จแล้วกว่าร้อยราย เดินหน้าขยายสู่สาขาอาชีพอิสระอื่นๆ เชื่อเกิดประโยชน์สร้างงาน เพิ่มรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายสู่ชุมชน พาเศรษฐกิจและสังคมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
          วันนี้ ( 5 มี.ค.) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกอบการอาชีพอิสระ
นายพิสิฐ รังสฤษฏ์วุฒิกุล ผู้อำนวยการ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. กล่าวว่า สคช. ดำเนินงานตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลในหลากหลายมิติ ประสานความร่วมมือทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะตรงความต้องการของตลาดงาน โดยความร่วมมือกับ SME D Bank ในครั้งนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าของความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพให้แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดย สคช. จะดำเนินการฝึกอบรมเติมทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระในสาขาต่างๆ เมื่อผ่านการฝึกอบรมและประเมินแล้ว ผู้ประกอบอาชีพอิสระจะได้รับใบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ ยืนยันตัวตนในอาชีพ การันตีความสามารถ ช่วยสร้างเสริมโอกาสในอาชีพที่ทำอยู่ ตลอดจนสามารถนำความรู้ไปต่อยอดอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย สร้างความมั่นคง และยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิต สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพคนไทยในทุกๆ สาขาวิชาชีพ 
          นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า จากที่ธนาคาร ร่วมกับ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจสถานภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย พบว่า ประเทศไทยยังมีผู้ประกอบการรายเล็ก หรือ "จุลเอสเอ็มอี" กว่า 3 ล้านราย อยู่นอกระบบ ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพอิสระต่างๆ โดยที่ผ่านมา เข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ และมีขีดความสามารถทางธุรกิจต่ำมาก ดังนั้น ธนาคารจึงกำหนดบทบาทเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของภาครัฐที่จะดูแลสนับสนุนและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระอย่างใกล้ชิดและทั่วถึงแนวทางการสนับสนุนเพื่อให้เกิดความยั่งยืน จะมอบ "3 เติม" ได้แก่ เติมทักษะ เติมทุน และเติมคุณภาพชีวิต โดยด้าน "เติมทักษะ" เพิ่มความรู้ ความสามารถการประกอบอาชีพอิสระให้มีมาตรฐานดีเยี่ยม เป็นที่ยอมรับ น่าเชื่อถือทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยผู้ประกอบอาชีพอิสระที่เข้าร่วมโครงการกับ SME D Bank จะได้รับการเติมทักษะที่จำเป็นต่างๆ เช่น เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต พัฒนาบรรจุภัณฑ์ การบริหารจัดการ ระบบการเงิน ระบบขนส่ง และการส่งเสริมการตลาด ตลอดจนด้านอื่นๆที่จำเป็น เป็นต้น ซึ่งธนาคารได้รับความกรุณาจาก สคช. ที่มีความเชี่ยวชาญด้านพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบอาชีพอิสระ มาทำหน้าที่จัดฝึกอบรมความรู้ และประเมินผล เบื้องต้นนำร่องเติมทักษะให้แก่ผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ ในกิจกรรม "ติดปีกฮักแท็กซี่ ทะยานสู่บริการที่เหนือกว่า" ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง มีผู้ขับแท็กซี่ ผ่านกิจกรรมดังกล่าวแล้ว 137 คน ทั้งหมดต่างพอใจที่ได้รับการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ เพราะช่วยการันตีคุณภาพเป็น "แท็กซี่มืออาชีพ" สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสาร นำไปสู่การสร้างโอกาสดีๆ ในการประกอบอาชีพต่อไป
          นายมงคล กล่าวต่อว่า จากความสำเร็จดังกล่าว ธนาคาร และ สคช. จึงร่วมกันขยายการเติมทักษะให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระสาขาอื่นๆ เช่น ธุรกิจเสริมสวย ธุรกิจขนส่งชุมชน ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ภัตตาคาร และร้านอาหาร เป็นต้น เมื่อได้รับการเติมทักษะแล้ว หากต้องการเงินทุน เพื่อต่อยอดอาชีพ ธนาคารได้เตรียมบริการ "เติมทุน" ผ่านโครงการสินเชื่อต่างๆ เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยถูก สำหรับบุคคลธรรมดา อัตราดอกเบี้ย 3ปีแรกเพียง 0.42% ต่อเดือน ปีที่ 4-7 อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาทต่อราย และหากยกระดับเข้าสู่การเป็นนิติบุคคล จัดทำบัญชีเดียว อัตราดอกเบี้ยจะถูกลงไปอีก โดย 3 ปีแรกเหลือเพียง 0.25% ต่อเดือนเท่านั้น ส่วนปีที่ 4-7 อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาทต่อราย และสินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 สำหรับนิติบุคคล ดอกเบี้ยถูกสุดในระบบ เพียง 0.08%ต่อเดือน คงที่นาน 7 ปี (ตลอดอายุสัญญา) กู้ 1 ล้านบาทผ่อนเพียง 410 บาทต่อวัน เป็นต้น 
          เมื่อได้รับการ "เติมทักษะ" และ "เติมทุน" จะนำไปสู่การ "เติมคุณภาพชีวิต" ช่วยให้ผู้ประกอบการอาชีพอิสระ รวมถึงครอบครัว อยู่ดี กินดี มีสวัสดิการในชีวิตมั่นคง คุณภาพชีวิตดีขึ้น ประโยชน์ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงด้านเศรษฐกิจเท่านั้น ยังส่งผลดีไปในด้านสังคมอยู่ดีมีสุขอีกด้วย