ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

AECS ระบุหุ้นไทยP/E ปรับตัวสูงเทียบกลุ่ม TIPs แนะลงทุนหุ้น TWPC, RS และ TVD, EKH, BCH และ BDMS, SAWAD, MTC

          บล.เออีซี ระบุ หุ้นไทยขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ และหลังประกาศงบ ปี 61 ระดับ P/E ในปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้น และ คาดการณ์ P/E ปี 62 อยู่ที่ระดับ 14.88 เท่า และ EPS Growth ปี 62 อยู่ที่ระดับ 12.96% เมื่อเทียบกับกลุ่ม TIPs และสถานการณ์ต่างประทศเป็นไปตามคาดการเจรจาการค้าสหรัฐ- จีน มีทิศทางที่ดีขึ้น เฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย แนะกลยุทธ์ลงทุน หุ้น Turnaround Stock-กลุ่มโรงพยาบาล-กลุ่มจำนำทะเบียนรถ - หุ้นกลุ่มที่มี Performance Improvement 
          บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AECS ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยมีการปรับฐานหลังจากประกาศงบปี 61 เสร็จ ซึ่งจากข้อมูลของ Bloomberg Consensus ได้ทยอยปรับลดประมาณการ EPS ของดัชนีต่อเนื่องโดยตั้งแต่ต้นปี 62 EPS อยู่ที่ 114.91 บาท ขณะที่ปัจจุบันเหลือเพียง 110.34 บาท หรือลดลง 3.98% เมื่อเทียบจากปีก่อน ซึ่งทำให้ P/E Valuation ของ SET Index ปรับตัวสูงขึ้นปัจจุบัน FWD P/E ปี 62 อยู่ที่ระดับ 14.88 เท่า และ EPS Growth ปี 62 อยู่ที่ระดับ 12.96%จากปีก่อน
ขณะที่ประเทศอื่นในกลุ่มตลาด TIPs Market คือ ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ล้วนแล้วแต่มี P/E G ต่ำกว่า 1 เท่า ได้แก่ JCI Index (อินโดนีเซีย) FWD PER ปี 62 อยู่ที่ระดับ 15.65 เท่า และ EPS Growth ปี 62 อยู่ที่ระดับ 31.8%เมื่อเทียบจากปีก่อน และ PCOMP Index (ฟิลิปปินส์) FWD PER ปี 62 อยู่ที่ระดับ 16.22 เท่า และ EPS Growth ปี 62 อยู่ที่ระดับ 17.83% เมื่อเทียบจากปีก่อน
          ประกอบกับปัจจัยตลาดต่างประเทศที่ยังมีความผันผวนอยู่ไม่น้อย เนื่องจากคาดนักลงทุนรับรู้ความคืบหน้าของปัจจัยลบไปแล้ว อาทิ การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนมีความคืบหน้าหลักจีนเปิดเผยข้อเสนอในการลดภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯในสินค้าเกษตร เคมีภัณฑ์และยานยนต์ และสินค้าอื่นๆ โดยทางสหรัฐฯมีแนวโน้มที่จะเซ็นข้อตกลงในเดือน มี.ค.นี้ 
          ขณะที่ ประธาน FED นายเจอโรม พาวเวล แถลงนโยบาย ศก. และการเงินออกมาในโทน Dovish โดยส่งสัญญาณชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยและพร้อมที่จะเปลี่ยนนโยบายการปรับลดงบดุล แม้สถานการณ์ในหลายๆปัจจัยเริ่มดีขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงจาก ตัวเลข ศก. ที่สำคัญอย่างตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) ทั้งทางสหรัฐฯและจีนที่ประกาศออกมาชะลอตัว ทำให้เราคาดว่าในสัปดาห์นี้ตลาดจะยังคงมีความเคลื่อนไหวผันผวน
          ดังนั้นมองว่าความน่าสนใจการลงทุนตลาดหุ้นไทย เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคแล้ว ยังน่าลงทุนน้อยกว่า และส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ในช่วงนี้ได้ โดยให้กรอบการแกว่งตัวของดัชนี SET แนวรับที่ระดับ 1,630 จุด และแนะนำการลงทุนในหุ้น ดังนี้1. Turnaround Stock แนะนำ TWPC, RS และ TVD 2. กลุ่มโรงพยาบาล แนะนำ EKH, BCH และ BDMS 3. กลุ่มจำนำทะเบียนรถ แนะนำ SAWAD และ MTC และ 4. หุ้นกลุ่มที่มี Performance Improvement น่าสนใจจากงบปี 61 โดยรายได้,กำไร,อัตรากำไรขั้นต้น,อัตรากำไรสุทธิดีขึ้น และซื้อขายที่ PER ต่ำกว่าอุตสาหกรรม จึงแนะนำ MAJOR, PORT, TVO, PSH และ ASK