ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

CPL ชี้ 4 ปัจจัยหลักหนุนงบปี 61 พลิกทำกำไร เดินหน้าขยายลงทุน ตั้งเป้ารายได้โต 15%

          CPL เผยผลประกอบการปี 61 พลิกจากขาดทุนในปีก่อนกลับมามีกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากธุรกิจฟอกหนัง ผลิตหนังสำเร็จรูป และเซฟตี้ โปรดักส์ พร้อมรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ขณะที่ปีนี้เดินหน้าลงทุนต่อ รุกขยายโรงงาน-เพิ่มกำลังการผลิต ส่งสินค้านวัตกรรมใหม่ทำตลาด คาดเติบโตเพิ่ม 15%
          นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมฟอกหนังสำเร็จรูปรายใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (เซฟตี้ โปรดักส์) ภายใต้แบรนด์ "แพงโกลิน" ซึ่งเป็นกิจการในกลุ่มบริษัทเจริญสิน เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ประจำปี 2561 (มกราคมถึงธันวาคม) ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีผลขาดทุนสุทธิ 103 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุน 4 ประการ ประกอบด้วย ยอดขายหนังสำเร็จรูปเพิ่มสูงขึ้น การฟอกหนังเต็มกำลังการผลิต ยอดขายที่เพิ่มขึ้นของรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในส่วนของแบรนด์แพงโกลิน และบริษัทฯ ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น
          "ปี 2561 ที่ผ่านมา เป็นปีที่ไม่ดีนักสำหรับอุตสาหกรรมฟอกหนังโดยรวม แต่เนื่องจากเราคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าได้อย่างค่อนข้างแม่นยำ และเตรียมรับมือกับการชะลอตัวของอุตสาหกรรมไว้แล้ว ทำให้เราสามารถพลิกผลการดำเนินงานจากที่เคยขาดทุนให้กลับมามีกำไรได้อีกครั้ง โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพการผลิต ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร ทำให้บริษัทฯ สามารถขยายกำลังการผลิตในส่วนงานผลิตหนังสำเร็จรูป เพิ่มขึ้นจากระดับสูงสุดเฉลี่ย 1.8 ล้านตารางฟุต เป็นเฉลี่ย 2.1 ล้านตารางฟุต และ ปรับปรุงประสิทธิภาพในการส่งมอบสินค้า รวมถึงการเสริมทีมการตลาดให้แข็งแกร่งขึ้น ทำให้รายได้จากการผลิตและจำหน่ายหนังสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นจาก 1,556 ล้านบาทในปีก่อน มาอยู่ที่ 1,971 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 415 ล้านบาท คิดเป็น 26.67%" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPL กล่าว
          เช่นเดียวกับธุรกิจฟอกหนังที่บริษัทฯ ได้ลงทุนเพิ่มเครื่องจักรขยายกำลังการผลิต ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ทำให้สามารถฟอกหนังวัวและหนังหมูได้ตามกำลังผลิตที่คาดการณ์ไว้ โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการฟอกหนัง 271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163 ล้านบาทจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 108 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 150.92% ส่วนธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลหรือเซฟตี้ โปรดักส์ ภายใต้แบรนด์ "แพงโกลิน" ในปีที่ผ่านมา มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 630 ล้านบาทในปีก่อน มาอยู่ที่ 698 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา คิดเป็นเพิ่มขึ้น 68 ล้านบาท หรือ 10.80% โดยนอกจากยอดขายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์ป้องกันภัยเพิ่มสูงขึ้นแล้ว บริษัทฯ ยังมีรายได้จากการให้เช่าอุปกรณ์นิรภัยเพิ่มขึ้นอีกช่องทางหนึ่งด้วย
          สำหรับปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจฟอกหนังเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 50% ธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสำเร็จรูปคาดว่าจะเติบโตประมาณ 10% และธุรกิจเซฟตี้ โปรดักส์ ที่จะส่งสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามารุกตลาดมากขึ้น โดยคาดว่าจะเติบโต 15% ซึ่งจะทำให้เป้าหมายการเติบโตของ CPL โดยรวมในปีนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 15% โดยในปี 2562 ยังคงเป็นปีที่เน้นการลงทุน ซึ่งจะเน้นไปที่การปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรองรับกำลังการผลิตและคำสั่งซื้อในอนาคต

เกี่ยวกับ ซีพีแอล กรุ๊ป
          CPL เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตหนังวัวฟอกสำเร็จรูปรายใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของแบรนด์ชั้นนำของโลก อาทิเช่น อาดิดาส (ADIDAS), ลาคอสต์ (LACOSTE), ทิมเบอร์แลนด์ (TIMBERLAND), พูม่า (PUMA) และอื่นๆ ที่สั่งซื้อเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตรองเท้ากีฬา และรองเท้าลำลอง ซึ่งปัจจุบัน ปริมาณการผลิตหนังวัวฟอกสำเร็จรูปของบริษัทฯ อยู่ที่ 2.5 ล้านตารางฟุตต่อเดือน คิดเป็นการใช้กำลังการผลิตราว 85% โดยตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ จีน, เวียดนาม, อินโดนีเซีย และอินเดีย รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่เป็นฐานการผลิตรองเท้าแบรนด์ชั้นนำ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจด้วยการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ได้แก่ รองเท้านิรภัย (Safety Shoes) ภายใต้แบรนด์ "แพงโกลิน" และสินค้าอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ-จัดซื้อภายในประเทศ รวมทั้งเป็นสินค้ารับจ้างผลิต (OEM)