ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

อมรินทร์เผยผลประกอบการปี 2561 กำไรเพิ่มขึ้นกว่า 200% เนื่องจากธุรกิจทีวีดิจิทัลที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการภาพรวมของบริษัทและในเครือของปี 2561 มีกำไรเพิ่มขึ้น 206.08% จากปีก่อนขาดทุน 163.84 ล้านบาท มาเป็นมีกำไร 173.91 ล้านบาท ในปี 2561 และมีรายได้รวมทั้งสิ้น 3,526.39 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1,289.20 ล้านบาทหรือคิดเป็น 57.63% เนื่องด้วยในไตรมาส 3 บริษัทฯได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัทอมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์จำกัดซึ่งเป็นผู้จำหน่ายสิ่งพิมพ์ได้แก่นิตยสารหนังสือเล่มและสินค้าอื่นๆเพิ่มขึ้นจากเดิมถือหุ้น 19% เป็น 100% ส่งผลให้รายได้จากการจัดจำหน่ายนิตยสารและหนังสือเล่มเพิ่มขึ้น 145.44% ในขณะเดียวกันรายได้ธุรกิจทีวีดิจิทัลช่องอมรินทร์ทีวีเอชดีมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นผลมาจากการพัฒนาเนื้อหารายการได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นโดยรายได้ในส่วนธุรกิจทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้น 84.72% นอกจากนี้รายได้ธุรกิจสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นการดำเนินการโฆษณาและรับจ้างผลิตงานประเภทดิจิทัลเพิ่มขึ้น 95.04% และธุรกิจงานแฟร์เพิ่มขึ้น 12.24% เมื่อเทียบกับปีก่อน
          นางระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการที่ออกมาถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของบริษัทที่สามารถทำกำไรได้เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากการเติบโตของรายได้ธุรกิจจากหลายภาคส่วนของบริษัทในเครืออมรินทร์ ได้แก่ ทีวีดิจิทัลช่อง อมรินทร์ทีวี เอชดี 34 สามารถทำรายได้เพิ่มขึ้น 68% โดยในปีนี้ อมรินทร์ทีวี ลุยทุ่มงบกว่า 500 ล้านบาท เสริมความแข็งแกร่งให้กับคอนเท้นท์และการตลาด ชูความเป็นอันดับ 1 ด้าน Lifestyle Entertainment โดยจะเพิ่มความเป็น More Variety More Entertainment ทั้งกีฬา, ละคร,เกมส์โชว์ จากทีมผู้ผลิตชั้นนำ และ TV Application "34 HD" เพื่อเสริมประสบการณ์การดูทีวีให้สนุกยิ่งขึ้นกับคอนเซ็ป "ยิ่งดูยิ่งได้" สำหรับธุรกิจสิ่งพิมพ์ทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 14% ด้านนิตยสาร ยังคงสามารถรักษาฐานลูกค้าไว้ได้อย่างดี รุกหน้าเป็นอันดับ 1 เอาชนะกับสถานการณ์ตลาดนิตยสารในปัจจุบันสำเร็จส่วนหนังสือเล่มก็ยังคงเติบโตได้ถึง 16% พร้อมเปิดตัว Mareads.com เว็บไซต์ที่เปิดให้คนเข้ามาเขียนและอ่านนิยายบน online และสามารถพิมพ์ Print on Demand ได้ และ ในส่วนของสายงานจัดจำหน่าย อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ ในปี 2562 พร้อมรุกเข้าตลาดหนังสือเพิ่มเติม คือ หนังสือแบบเรียนตั้งเป้า 200 ล้านใน 3 ปีและเดินหน้าเป็น omni-channel ของกลุ่มอมรินทร์ เพื่อตอบโจทย์ Amarin Eco-system สร้างสรรค์ประสบการณ์ที่มีคุณค่า ทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยจะครอบคลุมทุกช่องทาง นอกจากนี้จะเน้นเรื่องการสร้างแบรนด์นายอินทร์ และ Customer Engagement & Seamless Experience ทั้งออนไลน์ คือ naiin.com และหน้าร้าน โดยจะมีการนำ Data Analytic มาใช้เพื่อตอบโจทย์ประสบการณ์ลูกค้า
          งานแฟร์เนื่องจากในปี 2561 ได้มีการเพิ่ม 3 งานแฟร์ใหม่ ได้แก่ บ้านและสวน Select, กินดีอยู่ดี และ นายอินทร์สนามอ่านเล่น จึงไม่ได้มีการสร้างงานแฟร์ใหม่ในปี 2562 แต่เป็นการการขยายพื้นที่และเพิ่มความถี่ของงานแฟร์ให้มากขึ้นสำหรับ สื่อออนไลน์ ในเครืออมรินทร์สามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 93 % มี Traffic เพิ่มขึ้น 52 % จากกลุ่มแบรนด์นิตยสาร Living , ไลฟ์สไตล์และ สุขภาพ มียอด Reach ลูกค้าต่อเดือนอยู่ที่ 130 ล้าน ในปีนี้ตั้งเป้า Traffic เติบโต 100 % โดยเตรียมกลยุทธ์และแพลตฟอร์มใหม่ๆ เช่น "Amarin Writer"เป็น Platform ที่สร้างโอกาสการเป็น Online Content Creator กับอมรินทร์ พร้อมได้รับค่าตอบแทนเพื่อพัฒนาสื่อออนไลน์ให้มีศักยภาพดียิ่งขึ้น และต่อยอดในการสร้างรายได้ต่อไป
          จากการปรับตัวได้เท่าทันสถานการณ์และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง พิสูจน์ให้เห็นได้แล้วว่าในวันนี้ อมรินทร์ ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำด้านสื่อสิ่งพิมพ์เท่านั้น แต่คืออันดับ 1 ของ Omni Media ที่ครอบคลุมสื่อมากที่สุดในประเทศ จากการผนึกกำลังของทุกภาคส่วนในเครือOn Printนิตยสารและหนังสือเล่ม, Onlineสื่อบนเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย, On Shopร้านนายอินทร์ มีเดียคอมเมิร์ชAmvata.com และ Amarin Shopping , On AirทีวีดิจิทัลAmarin TV 34 HD และ On Groundงานแฟร์คุณภาพและกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเมื่อผนวกร่วมกันแล้ว ถือได้ว่าเป็นจุดแข็งและเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะใช้ในการเดินหน้าทำธุรกิจต่อไป ซึ่งสามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้อย่างแน่นอน