ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

CPL เตรียมขยับเฟส 2 เปิดแนวรุกเจาะลูกค้าใหม่ หลังทุ่มงบลงทุนยกเครื่องโรงงาน-เครื่องจักรรอรับออเดอร์ มั่นใจอุตสาหกรรมฟอกหนังใกล้คัมแบ็ค เดินหน้าขยายกำลังผลิตต่อเนื่อง

          "ซีพีแอล" พร้อมเดินหน้าเฟส 2 ด้วยการรุกทำตลาดรอบใหม่ จัดโครงสร้างทีมขายขยายฐานลูกค้า หลังจากช่วงที่ผ่านอัดงบลงทุนในเฟสแรก ทั้งปรับปรุงโรงงานและติดตั้งเครื่องจักร รอรับออเดอร์ใหม่ มั่นใจเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามเป้าหมาย ทั้งธุรกิจผลิตหนังสำเร็จรูปที่ปัจจุบันผลิตได้ 2.5 ล้านตารางฟุตต่อเดือน วางแผนผลิตเพิ่มเป็น 3.5-4.0 ล้านตารางฟุตต่อเดือน ส่วนธุรกิจฟอกหนังวัวจากปัจจุบัน 60,000 ตัวต่อเดือน เพิ่มเป็น 80,000 ตัวต่อเดือน ก่อนจะเพิ่มเป็น 120,000 ตัวต่อเดือน หนังหมูจาก 70,000 ตัวต่อเดือน เพิ่มเป็น 90,000 ตัวต่อเดือน และธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ป้องกันภัยภายใต้แบรนด์ "แพงโกลิน" ที่มีเป้าหมายเติบโตปีละ 5-10% ยอมรับอุตสาหกรรมฟอกหนังตกต่ำยาวนานกว่าที่คาด แต่มั่นใจใกล้คัมแบค เหตุสินค้าแฟชั่นในระดับโลกยังมีความต้องการใช้หนังสูงมาก เชื่อเมื่อระบบการผลิตพร้อม ทีมขายพร้อม CPL มีโอกาสกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอย่างแน่นอน
          นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL ผู้นำอุตสาหกรรมฟอกหนังสำเร็จรูปรายใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (เซฟตี้ โปรดักส์) ภายใต้แบรนด์ "แพงโกลิน" ซึ่งเป็นกิจการในกลุ่มบริษัทเจริญสิน ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมายาวนานถึง 24 ปี เปิดเผยว่า นับตั้งแต่บริษัทฯ เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยการรับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัท แพงโกลิน เซฟตี้โปรดักส์ จำกัด เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ CPL ตั้งแต่ต้นปี 2560 จนถึงขณะนี้เป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ CPL เดินหน้าปรับปรุงงานในส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนปรับปรุงโรงงานและเครื่องจักร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต
          "เราใช้งบลงทุนและใช้ระยะเวลากับการปรับปรุงทั้งโรงงานและเครื่องจักร ซึ่งรวมถึงการติดตั้งถังฟอกหนังใหม่ เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตและออเดอร์ใหม่ที่จะเข้ามาหลังจากนี้ โดยทั้งหมดนี้ถือเป็นการปรับปรุงในเฟสแรก หลังจากนี้ เราจะเริ่มเดินหน้าในเฟสที่ 2 ซึ่งได้เริ่มทำควบคู่กันไปแล้ว นั่นคือ การทำตลาดของทีมขายและการตลาด ที่มุ่งเน้นรักษาฐานลูกค้าเก่า และขยายฐานลูกค้าใหม่ จะเห็นได้ว่า เราสามารถเปิดตลาดได้มากขึ้น จากฐานเดิมที่เน้นอุตสาหกรรมรองเท้า เราก็ได้แบรนด์รองเท้า "พูม่า" (PUMA) เป็นลูกค้าใหม่ที่ CPL รับงานผลิตหนังสำเร็จรูปให้ ขณะเดียวกันเรายังได้ออเดอร์ผลิตหนังสำหรับกระเป๋าแบรนด์ไมเคิล คอรส์ (Michael Kors) จุดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการใช้หนังในอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่ CPL มีความชำนาญนั้นยังมีอีกมาก เราจึงเชื่อว่า ด้วยระบบการผลิตที่ทันสมัยขึ้น และทีมการตลาดที่เข้มแข็งขึ้น จะทำให้ CPL จะกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมฟอกหนังอย่างแน่นอน" นายภูวสิษฏ์กล่าว
          ทั้งนี้ ปัจจุบันธุรกิจของ CPL แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ธุรกิจผลิตหนังสำเร็จรูป (Finished Leather) ธุรกิจฟอกหนัง (Tanning) แบ่งเป็นหนังวัว และหนังหมู และการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล (เซฟตี้ โปรดักส์) ภายใต้แบรนด์ "แพงโกลิน" ซึ่งแบ่งเป็นการผลิตและจำหน่ายรองเท้านิรภัย และการนำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์ป้องกันภัยอื่นๆ
          ในส่วนของการผลิตหนังสำเร็จรูป (Finished Leather) ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.5 ล้านตารางฟุตต่อเดือน ซึ่งบริษัทฯ วางเป้าหมายระยะกลางถึงระยะยาวในการขยายกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 3.5-4.0 ตารางฟุตต่อเดือน ขณะที่ธุรกิจฟอกหนัง (Tanning) ในส่วนของหนังวัว กำลังการผลิตปัจจุบันอยู่ที่ 60,000 ตัวต่อเดือน โดยกำลังการผลิตเป้าหมายอยู่ที่ 80,000 ตัวต่อเดือน ก่อนจะเพิ่มเป็น 120,000 ตัวต่อเดือน เช่นเดียวกับหนังหมู ซึ่งมีกำลังการผลิต 70,000 ตัวต่อเดือน จะเพิ่มเป็น 90,000 ตัวต่อเดือน และในส่วนของธุรกิจเซฟตี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายสร้างการเติบโตให้ได้ปีละ 5-10%
          "ต้องยอมรับว่า อุตสาหกรรมฟอกหนังซบเซากว่าที่เราคิดไว้ ดังนั้น เราจึงใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในการปรับปรุงทุกอย่างเพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับมาของวัฏจักรธุรกิจ ที่ใกล้จะกลับมาแล้ว ขณะเดียวกัน ความซบเซาที่เกิดขึ้นยาวนานกว่าที่ประเมินไว้ ก็ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ แตกต่างจาก CPL ที่ยังมีฐานะการเงินที่เข้มแข็ง และที่ผ่านมาเราบริหารจัดการโดยกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ พร้อมๆ ไปกับความพยายามสร้างการเติบโตไปในธุรกิจที่หลากหลาย โดยเฉพาะการผลิตหนังหมูที่ตลาดมีความต้องการสูงขึ้น รวมถึงสินค้าเซฟตี้ที่ยังเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น จำนวนผู้ประกอบการที่น้อยลง ขณะที่ความต้องการใช้หนังฟอกยังมีอยู่อีกมาก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของCPL ในอนาคต" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPL กล่าว

          เกี่ยวกับ ซีพีแอล กรุ๊ป
          CPL เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตหนังวัวฟอกสำเร็จรูปรายใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของแบรนด์ชั้นนำของโลก อาทิเช่น อาดิดาส (ADIDAS), ลาคอสต์ (LACOSTE), ทิมเบอร์แลนด์ (TIMBERLAND), พูม่า (PUMA) และอื่นๆ ที่สั่งซื้อเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตรองเท้ากีฬา และรองเท้าลำลอง ซึ่งปัจจุบัน ปริมาณการผลิตหนังวัวฟอกสำเร็จรูปของบริษัทฯ อยู่ที่ 2.5 ล้านตารางฟุตต่อเดือน คิดเป็นการใช้กำลังการผลิตราว 85% โดยตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ จีน, เวียดนาม, อินโดนีเซีย และอินเดีย รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่เป็นฐานการผลิตรองเท้าแบรนด์ชั้นนำ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจด้วยการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ได้แก่ รองเท้านิรภัย (Safety Shoes) ภายใต้แบรนด์ "แพงโกลิน" และสินค้าอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ-จัดซื้อภายในประเทศ รวมทั้งเป็นสินค้ารับจ้างผลิต (OEM)