ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป

รมช.ธรรมนัส มอบหนังสืออนุญาต ส.ป.ก. 4-01 ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม พัฒนาอาชีพเกษตรกรรม

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลัง ลงพื้นที่ตรวจราชการ และเป็นประธานพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน(ส.ป.ก. 4-01) แก่เกษตรกร ณ หอประชุมโรงเรียนเดชอุดม อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ว่า มีนโยบายที่จะกระจายการถือครองลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการจัดหาที่ดินและจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกิน หรือมีที่ดินเล็กน้อยไม่เพียงพอต่อการครองชีพ และให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม ปรับปรุงทรัพยากรและปัจจัยการผลิต ตลอดจนการผลิตและการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรให้เกิดผลดียิ่งขึ้น

“วันนี้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มามอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) แก่พี่น้องเกษตรกร จำนวน 700 ราย 779 แปลง เนื้อที่ 4,043-1-21 ไร่ ทำให้เกษตรกรได้รับโอกาสและความเสมอภาคทาง ได้มีที่ทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมายในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม อันจะทำให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและยั่งยืนในการประกอบอาชีพทางการเกษตร ก่อให้เกิดประโยชน์การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน รักษาที่ดินไว้เพื่อใช้ในการดำรงชีพและเป็นมรดกตกทอดสู่ลูกหลานต่อไป” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าว

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี ได้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุบลราชธานีเนื้อที่ประมาณ 2,478,061 ไร่ คลอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัด จำนวน 24 อำเภอ จาก 25 อำเภอ โดยมีเกษตรกรได้รับการคัดเลือกเข้าทำประโยชน์และรับมอบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 แล้ว จำนวน 137,095 ราย 164,816 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,609,871 ไร่ คงเหลือพื้นที่สามารถจัดได้อีก จำนวน 276,124 ไร่

ต่อมา ได้ไปเยี่ยมชมกิจกรรมในศูนย์เรียนรู้การเพิ่มการผลิตสินค้าเกษตรเครือข่าย (ศพก.เครือข่าย) ของนายพาสายสมบัติ ณ บ้านเลขที่ 117 หมู่ที่ 2 ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ซึ่งเดิมปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยทำนาและปลูกมันสำปะหลังเป็นหลัก แต่รายได้ก็ยังไม่เพียงพอ ในปี 2552 จึงได้ไปศึกษาดูงานด้านการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และได้ลงมือทำเกษตรแบบผสมผสานอย่างจริงจัง พัฒนาพื้นที่การเกษตรทั้งหมดเป็นไร่นาสวนผสมแบบครบวงจร ทั้งยังได้รางวัลแปลงไร่นาสวนผสมดีเด่น ประจำปี 2560 จ.อุบลราชธานี โดยภายในศูนย์ฯ แบ่งเป็นฐานเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การเลี้ยงปลา การเลี้ยงเป็ด/ไก่ไข่ การเลี้ยงหนูพุก การทำถ่านชีวมวลคุณภาพสูงและผลิตน้ำส้มควันไม้ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเปิดให้บุคคลที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้การทำเกษตรภายในแปลงอีกด้วย