ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

เคล็ดไม่ลับ ปรับเพื่อรอดสู่วิถีออนไลน์ การขายแนวใหม่ของชุมชน

วิกฤตโควิด-19 เป็นคลื่นดิสรัปชันลูกใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ไม่เพียงส่งผลกระทบแบบลูกโซ่ต่อธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากต่างประเทศอย่างธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจนำเข้าและส่งออก แม้แต่วิสาหกิจชุมชนก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน

การปรับตัวได้เร็ว คิดหาโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ ลองทำในสิ่งที่ไม่คุ้นเคย อาจเป็นวิถีที่จะนำพาพ่อค้า-แม่ขาย รวมทั้งวิสาหกิจชุมชน ให้สามารถปรับตัวสู้โควิด-19 ดิสรัปชันครั้งนี้ได้อย่างยั่งยืน สำหรับพื้นที่จังหวัดระยองนั้น มีชุมชนและวิสาหกิจชุมชนหลายกลุ่มที่ตระหนักถึงความจริงนี้ และพร้อมปรับเปลี่ยนเพื่อให้รอดพ้นวิกฤต ซึ่งธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ก็พร้อมส่งเสริมชุมชนสู่วิถีใหม่เป็น “วิถีออนไลน์” โดยเปิดพื้นที่บน “เฟซบุ๊ก” เป็นตลาดนัดออนไลน์ “ระยองชอปฮิ” ซื้อ-ขายของดีท้องถิ่นระยอง เพื่อให้พี่น้องชุมชนได้ทดลองขายสินค้าออนไลน์ในแบบฉบับของตนเองซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่ชุมชนอาจไม่คุ้นเคยเท่าไรนัก นอกจากนี้ ยังได้แนะนำวิธีการโพสต์ขายสินค้า รวมทั้งแนะนำช่องทางการจัดส่งสินค้า ซึ่งชุมชนได้เปิดใจรับความรู้ใหม่และใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มช่องทางการขาย ตลอดจนช่วยรักษาระยะห่าง (Physical Distancing) และดูแลเรื่องความสะอาดเป็นอย่างดี จนสามารถพลิกเกมธุรกิจในยุค New Normal เร่งฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างยั่งยืน

โพสต์ขายออนไลน์ ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด

การขายสินค้าออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ช่วยให้ชุมชนสามารถโพสต์ขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ให้ความยืดหยุ่นทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ อีกทั้งไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า จึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของร้านไปได้ ทำให้พ่อค้า-แม่ขายหลายร้านในจังหวัดระยองเปลี่ยนมาค้าขายทางออนไลน์มากขึ้น  และโพสต์ขายสินค้าในเฟซบุ๊ก “ระยองชอปฮิ” ตลาดนัดออนไลน์ ของดีท้องถิ่นระยอง โดยมีทีมงานจากธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

พี่กบ ลำเพย แว่วเสียง ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มประมงเรือเล็กหาดสุชาดา ต.เนินพระ อำเภอเมืองระยอง จ.ระยอง ประธานกลุ่มฯ ผู้ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์น้ำ และต่อยอดมาเป็นอาหารทะเลแปรรูปหลายประเภท อาทิ ปลาดาบเงินแดดเดียวปรุงรส ก้างปลาเห็ดโคน เนื้อปลาดาบเงินทอดกรอบ ก็เป็นอีกวิสาหกิจชุมชนที่ขยับตัวเพื่อให้รอดจากวิกฤต

“หลังจากที่มีสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 วิสาหกิจชุมชนฯ ขายสินค้าข้ามจังหวัดไม่ได้เลย เราต้องหาวิธีรอดจากจุดวิกฤตนี้ให้ได้ น้อง ๆ จากเอสซีจี ได้แนะนำให้ลองโพสต์ขายทางออนไลน์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก “ระยองชอปฮิ” มันน่าสนใจ ผมก็เลยตัดสินใจเข้ากลุ่ม โดยเอสซีจี ได้ช่วยสอนวิธีการเขียนโพสต์ขายสินค้า การตั้งราคา วิธีการจัดส่งสินค้า รวมทั้งช่วยหาช่องทางการขายแบบอื่น ๆ เพิ่มเติมให้ด้วย จากที่เราสู้ทุกวิถีทางจึงส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเดือนละ 30,000 -35,000 บาท จากเดิมที่เราขายได้ประมาณ 20,000 บาท และได้รับกระแสตอบรับดีมาก นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มอายุการเก็บรักษาของอาหารแปรรูป ชุมชนได้ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ด้วยกระบวนการบรรจุแบบไนโตรเจน ทำให้สินค้าอยู่ได้นาน 2-3 เดือน”

บริการเดลิเวอรี ตัวช่วยสำคัญเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า

ด้าน พี่ลาวรรณ์ ยั่งยืน ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านทิวลิป ชุมชนเนินพยอม จ.ระยอง เดิมทีวิสาหกิจฯ จะรวมกลุ่มแม่บ้านผลิตขนมเปี๊ยะ 8 เซียน ซึ่งเอสซีจีได้ช่วยส่งเสริมและแนะนำ จนได้รับรางวัลมาตรฐาน อย. แต่ขณะที่ไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดหนักในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจขนมเปี๊ยะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก

“ช่วงโควิด-19 ขนมเปี๊ยะ 8 เซียน ไม่มียอดขายเลย จากเคยขายได้เป็นแสน เดี๋ยวนี้กลายเป็นศูนย์ ยังดีที่เราปลูกผลไม้ในสวน จึงสลับมาขายผลไม้แทน แต่เราก็ไม่สามารถไปขายตามตลาดนัดต่าง ๆ ได้ เพราะสถานที่ถูกปิดตามมาตรการล็อกดาวน์ในช่วงแรก เมื่อลูกค้าไม่มาหาเรา เราก็ต้องเป็นฝ่ายไปหาลูกค้าเอง พี่จึงตัดสินใจเข้ากรุ๊ป “ระยองชอปฮิ” เพื่อโพสต์ขายทั้ง มังคุด ทุเรียนหมอนทอง เงาะ ลองกอง และกระท้อน โดยทีมเอสซีจีได้แนะนำบริการจัดส่งเดลิเวอรี “เอสซีจี เอ็กซ์เพรส” เป็นบริการขนส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วนที่ช่วยให้พี่ส่งผลไม้ทางไกลได้”

การ์ดไม่ตก … เข้มงวดเรื่องมาตรการป้องกันและรักษาความสะอาด

การรักษาความสะอาดและการเว้นระยะห่างในระหว่างการให้บริการ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการค้าขายในยุคโควิด-19 ไม่เว้นแม้แต่การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ น้องชมพู ธัญญพัฒน์ สังข์ประเสริฐ สมาชิกชุมชนบ้านบน มาบตาพุด จ.ระยอง ที่เดิมขายมังคุดส่งออกต่างประเทศ แต่เมื่อเจอพิษโควิด-19 จึงปรับมาขายผลไม้ให้คนในชุมชนแทน

“แน่นอนว่าทุกคนต้องปรับตัว เนื่องจากลูกค้าไม่อยากออกจากบ้านเพราะกลัวติดเชื้อโควิด-19 เราก็เริ่มเปลี่ยนระบบการขายเป็นแบบออนไลน์ โดยเริ่มมองหาเพจต่าง ๆ ที่สามารถเข้าไปขายผลไม้ได้ และก็ได้รับการแนะนำให้รู้จักเฟซบุ๊ก “ระยองชอปฮิ” จากทีมงานเอสซีจี เราเห็นว่ามีชุมชนลงขายสินค้ากัน จึงไม่รอช้าที่จะกระจายขายสินค้าของเราในกรุ๊ปนั้นด้วย หลังจากนั้นก็มีโอกาสขยายตลาดในประเทศทดแทนตลาดต่างประเทศที่เราไม่สามารถส่งออกได้ ส่งผลให้ยอดขายมากขึ้นเช่นกัน สำหรับเรื่องมาตรการสุขอนามัยเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ โดยพนักงานส่งสินค้าจะสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะปฏิบัติหน้าที่ และรักษาระยะห่างด้วยการแจ้งให้ลูกค้าวางเงินไว้หน้าบ้านเลย แล้วพนักงานก็แขวนสินค้าไว้หน้าบ้าน เพื่อสร้างความมั่นใจเรื่องความสะอาดให้กับลูกค้า”