ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

ปรับโฉม!! EIC เปลี่ยนชื่อใหม่ “บริษัท วาว แฟคเตอร์ จำกัด (มหาชน)” พร้อมเปลี่ยนชื่อย่อเป็น “W” เริ่ม 2 มิ.ย.นี้

สืบเนื่องจากมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 ของบริษัท วาว แฟคเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือชื่อเดิม บริษัท อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 มีมติอนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทฯ และชื่อย่อหลักทรัพย์จากชื่อเดิมเป็นชื่อใหม่ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์และโครงสร้างธุรกิจใหม่ที่ปัจจุบันมุ่งเน้นสู่การดำเนินกิจการด้านอุตสาหกรรมอาหารอย่างเต็มตัว บริษัทได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทฯ ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเริ่มใช้ชื่อ “บริษัท วาว แฟคเตอร์ จำกัด (มหาชน)” ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา ด้านชื่อย่อหลักทรัพย์ จะเปลี่ยนแปลงจากเดิม “EIC” เป็นชื่อย่อใหม่คือ “W” เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทฯ ข้างต้น โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่2 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

ปัจจุบันบริษัท วาว แฟคเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ W ถือว่าก้าวเข้าสู่การธุรกิจ Food and Beverage เกือบเต็มตัวแล้ว โดยมีบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นอยู่เป็นผู้บริหารจัดการธุรกิจร้านอาหารและร้านขนม 6 แบรนด์ดังคือ 1.Bake Cheese Tart (เบค ชีส ทาร์ต) : ชีสทาร์ตสุดฮิตจากเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น 2.Zaku Zaku (ซากุ ซากุ) : ชูครีม Croquant ต้นกำเนิดจากฮอกไกโด อบสดใหม่ตรงหน้าคุณ 3.RAPL (แรปเปิ้ล) : พายแอปเปิ้ลครีมคัสตาร์ดนำเข้าจากฮอกไกโด 4.Crepes & Co. (เครปส์ แอนด์ โค) : ร้านเครปสไตล์ฝรั่งเศสแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร 5.Kagonoya (คาโกะโนยะ) : ร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูระดับพรีเมี่ยมชื่อดังจากเมืองโอซาก้า ที่เปิดให้บริการในไทยมากว่า 8 ปี 6.Le Boeuf : ร้านอาหารแนว Fine Dining ภายใต้คอนเซ็ป Steak & Fries Bistro Le Boeuf เป็นร้านที่เสิร์ฟเมนูหลักเพียงเมนูเดียวคือสเต็ก ซึ่งมีความพิเศษอยู่ที่ซอสสูตรลับที่สืบทอดมารุ่นต่อรุ่น

ด้านนายณัฐวุฒิ เภาโบรมย์ ประธานกรรมการบริษัท วาว แฟคเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม้ว่าในปัจจุบันบริษัทฯ W Press Release For 1-June-2020 ยังคงถือเงินลงทุนบางส่วนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่อิเล็คทรอนิคส์ แต่จะเห็นได้ว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีการปรับพอร์ตการลงทุนโดยมุ่งเน้นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage) มากขึ้น โดยแนวทางการในการลงทุนของบริษัทฯ ในอนาคต จะพยายามมุ่งเน้นการลงทุนในแบรนด์ที่มีจุดขายเฉพาะตัว และเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและมาตรฐานที่ดีในระดับโลกเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทย ทั้งนี้แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และปัญหาการแพร่ระบาดของ Covid-19 อยู่บ้าง แต่ฝ่ายบริหารเชื่อว่า แนวทางการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าและวางกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างหลากหลายมากขึ้น จะเป็นการกระตุ้นยอดขายและเพิ่มผลกำไรให้กับกลุ่มบริษัทฯ ได้ในระยะยาวและยั่งยืน”