ข่าวประชาสัมพันธ์เศรษฐกิจ/การเงิน

อัตราส่วนหนี้สินของ AIS อาจสูงขึ้นจากคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ

          ฟิทช์กล่าวว่า อัตราส่วนหนี้สินของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS (อันดับเครดิตที่ BBB+/AA+(tha) แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของไทย อาจสูงขึ้นจากผลคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ให้บริษัทชำระเงินผลประโยชน์ตอบแทนจำนวน 3.1 หมื่นล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ให้แก่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT อย่างไรก็ตามการเพิ่มขึ้นของอัตราส่วนหนี้สินไม่น่าจะเกิดขึ้นในทันที เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายต่อจากนี้น่าจะใช้เวลาหลายปีกว่าจะสิ้นสุด โดย AIS อยู่ระหว่างดำเนินการยื่นคำร้องเพื่อขอเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการต่อศาลปกครอง
          การฟ้องร้องค่าเสียหายทางกฎหมายข้างต้น เกี่ยวเนื่องกับการแก้ไขสัญญาสัมปทาน 2 ครั้งในปี 2554 และปี 2555 ซึ่งทำให้ผลประโยชน์ตอบแทนที่ TOT ได้รับต่ำกว่าที่กำหนดในสัญญาหลัก การฟ้องร้องดังกล่าวทำให้ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบต่อ AIS เพิ่มมากขึ้น และทำให้ให้ความสามารถในการรองรับหนี้สินเพิ่มเติมโดยไม่กระทบอันดับเครดิตของ AIS (Rating Headroom) ลดลง ถึงแม้ว่าจำนวนเงินที่เรียกร้องข้างต้นยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาตัดสินของศาลจนคดีถึงที่สุด ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน (FFO-adjusted net leverage) ของ AIS อาจสูงกว่า 2.0 เท่า ชั่วคราว ซึ่งระดับดังกล่าวเป็นระดับที่ฟิทช์อาจพิจารณาปรับลดอันดับเครดิต (ประมาณการปี 2562 อยู่ที่ 1.7 เท่า) หากบริษัทต้องชำระเงินจำนวนดังกล่าวทันที โดยใช้การกู้ยืมทั้งหมด
          อย่างไรก็ตามฟิทช์คาดว่า AIS ยังมีความคล่องตัวทางการเงินในการบริหารจัดการอัตราส่วนหนี้สินดังกล่าวได้ ซึ่งรวมถึงการปรับลดเงินลงทุน หรือลดการจ่ายเงินปันผล ประมาณการของฟิทช์ได้สมมุติฐานว่าบริษัทจ่ายเงินปันผลร้อยละ 75 ของกำไรสุทธิ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่ระดับไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของกำไรสุทธิของงบการเงินรวม
          เงินปันผลจาก AIS และบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Intouch ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40.5 ใน AIS มีสัดส่วนร้อยละ 4-5 ของกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ที่รวมเงินปันผลรับ (Adjusted EBITDA) ของ Singapore Telecom Limited หรือ Singtel (อันดับเครดิตที่ A+ แนวโน้มเครดิตเป็นลบ) ฟิทช์ประมาณการว่าการหยุดจ่ายเงินปันผล 1 ปีของ AIS และ Intouch อาจกระทบอัตราส่วนหนี้สินของ Singtel ที่ 0.1-0.2 เท่า เงินปันผลรับจากบริษัทร่วมของ Singtel คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26 ของ Adjusted EBITDA ของกลุ่ม Singtel สำหรับปีงบการเงินสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2562 โดยเงินปันผลรับส่วนใหญ่มาจาก PT Telekomunikasi Selular ซึ่งเป็นบริษัทร่วมในประเทศอินโดนีเซียที่ Singtel ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 35