ข่าวประชาสัมพันธ์เศรษฐกิจ/การเงิน

TNP โชว์ครึ่งปีแรกกำไรโตกว่า 24% ปันผลระหว่างกาล 0.020 บ./หุ้น ชี้ค้าปลีก H2 โตต่อรับไฮซีซั่นธุรกิจ – สาขาใหม่ที่เปิดหนุน

          บมจ.ธนพิริยะ หรือ TNP ต้นแบบค้าปลีกท้องถิ่นของคนไทย อวดผลงานงวด Q2/62 มีรายได้จากการขายและบริการ 503.77 ลบ. กำไรสุทธิอยู่ที่ 20.91 ลบ. โตกว่า 50.44% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ดันผลงานงวด 6 เดือนแรกปีนี้มีรายได้จากการขายและบริการ 965.37ลบ. กำไรสุทธิโตกว่า 24% หรืออยู่ที่ 36.83 ลบ. เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ไว้วางใจ บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.020 บ./หุ้น รับเงินเข้ากระเป๋าวันที่ 12 ก.ย.นี้ "ธวัชชัย และ อมร พุฒิพิริยะ" สองแม่ทัพใหญ่ ประเมินภาพรวมธุรกิจครึ่งปีหลัง เติบโตกว่าครึ่งปีแรก รับช่วงไฮซีซั่นธุรกิจ และรายได้จากสาขาใหม่ที่เข้ามาเพิ่ม 
          นายธวัชชัย พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในจังหวัดเชียงราย เปิดเผยถึง ผลประกอบการบริษัทฯ งวดไตรมาส 2/2562 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 20.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 50.44 และมีอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 4.12 เนื่องจากยอดขายรวมเติบโตขึ้น โดยมีรายได้จากการขายและ การให้บริการอยู่ที่ 503.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 73.81 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.17 ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 72.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อน 13.55 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 23.12 มีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับร้อยละ 14.32 และมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและภาษี เงินได้เพิ่มขึ้น 6.29 ล้านบาท
          สำหรับผลประกอบการบริษัทฯ งวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 36.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 7.23 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 24.42 โดยมีอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 3.79 มีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 965.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 113.01 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13.26 โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐไปยังผู้มีรายได้น้อย รวมถึง การเพิ่มขึ้นของยอดขายรวมจากการขยายสาขาของบริษัทฯ 
          ขณะที่บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 135.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 18.80 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 16.07 โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับร้อยละ 14.06 การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายผ่านสาขาของบริษัทฯ ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่ารายได้จากการขายส่งของสำนักงานใหญ่
          ทั้งนี้ เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ไว้วางใจบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา คณะกรรมการมีมติให้จ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสด จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม 2562 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562 จำนวน 0.020 บาท/หุ้น รวมเงินจ่ายปันผลทั้งสิ้น 16 ล้านบาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 28 สิงหาคม 2562 และวันที่จ่ายปันผลวันที่ 12 กันยายน 2562 
          ด้านเภสัชกรหญิงอมร พุฒิพิริยะ รองกรรมการผู้จัดการ เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานใน ไตรมาส 2/2562 และงวดครึ่งปีแรกของปีนี้ ออกมาเป็นที่น่าพอใจ TNP มีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนความสำเร็จของร้านค้าปลีกท้องถิ่นคนไทยมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ภาพรวมธุรกิจค้าปลีก จะมีการแข่งขันที่ดุเดือด แต่ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาด และการขยายสาขาในทำเลยุทธศาสตร์ ที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญ สนับสนุนให้ร้านธนพิริยะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค และมองว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีกว่างวดครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ จะมีการจับจ่ายใช้สอยจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้น และเป็นฤดูกาลการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย ประกอบกับการรับรู้รายได้จากสาขาใหม่ที่ส่วนใหญ่ทยอยเปิดในช่วงครึ่งปีหลัง 
          ทั้งนี้ ในปี 2562 บริษัทฯ ตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่มอีก 5 สาขา และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้เปิดสาขาแรกของปีที่สาขาอำเภอปง จังหวัดพะเยา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ด้วยทำเลที่ตั้งสาขา อยู่ใกล้บ้าน สินค้าราคาคุ้มค่า เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างทั่วถึง สนับสนุนให้สิ้นปีบริษัทฯ มีสาขารวมทั้งสิ้น 29 สาขา จากสิ้นปี 2561 มี 24 สาขา แบ่งเป็นสาขาที่จังหวัดเชียงราย 22 สาขา และจังหวัดพะเยา 2 สาขา 
          "การเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ ไม่จำกัดเพียงในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา โดยบริษัทฯ มีแผนการเปิดสาขาใหม่ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นครั้งแรก เพื่อขยายความแข็งแกร่งของร้านค้าปลีกท้องถิ่นไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น มั่นใจรายได้ทั้งปีเติบโตตามเป้าที่วางไว้ไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 1,780 ล้านบาท มองว่าในปีนี้จะเป็นอีกปีที่ดีของธุรกิจ จากภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้น สัญญาณบวกจากการเลือกตั้ง การลงทุนจากภาครัฐบาล และภาคเอกชน การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายด้าน รวมถึง การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเมืองรอง มีจำนวนนักท่องเที่ยว ให้ความสนใจเพิ่มขึ้น จะส่งผลดีต่อบริษัทฯ ให้มีโอกาสขยายช่องทางการเติบโตได้อีก" เภสัชกรหญิงอมร กล่าว