ข่าวประชาสัมพันธ์เศรษฐกิจ/การเงิน

CPL นำทัพสินค้าเซฟตี้โปรดักส์บุกเมียนมา เจาะลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมรับการเติบโตสูง-ตั้งเป้ายอดขายโต 15%

          CPL เดินหน้าบุกตลาด CLMV ล่าสุดนำทัพสินค้ากลุ่มเซฟตี้ โปรดักส์ เจาะลูกค้ากลุ่มโรงงานและอุตสาหกรรมในเมียนมา โดยเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกๆ ที่เข้าตลาดเมียนมา หลังมองเห็นโอกาสในการเติบโตจากการค้าและการลงทุนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เผยส่งทีมการตลาดให้คำแนะนำและจัดเทรนนิ่งติวเข้มให้กับตัวแทนจำหน่ายสินค้าแบรนด์ "แพงโกลิน" หวังยอดขายในเมียนมาเติบโต 50% ย้ำชัดพร้อมลุยตลาด CLMV ตั้งเป้าเติบโตสินค้ากลุ่มอุปกรณ์ป้องกันภัยปีนี้ 15% ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มช่องทางหารายได้ด้วยการให้เช่าอุปกรณ์นิรภัย
          นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมฟอกหนังสำเร็จรูปรายใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (เซฟตี้ โปรดักส์) ภายใต้แบรนด์ "แพงโกลิน" ซึ่งเป็นกิจการในกลุ่มบริษัทเจริญสิน เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เดินหน้าขยายตลาดสำหรับสินค้าในกลุ่มเซฟตี้ โปรดักส์ โดยล่าสุดได้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายสินค้าแบรนด์ "แพงโกลิน" อย่างเป็นทางการในประเทศเมียนมา เนื่องจากมองเห็นโอกาสในการเติบโต หลังจากเศรษฐกิจของเมียนมามีการขยายตัวทั้งทางด้านการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นภาคการก่อสร้างหรือภาคการผลิต
          "ขณะนี้แบรนด์แพงโกลิน นับว่าเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกๆ ที่เข้าไปทำตลาดในเมียนมา ซึ่งต้องบอกว่า ได้รับการตอบรับที่ดีมาก เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เศรษฐกิจของเมียนมาอยู่ในระหว่างการขยายตัว มีการลงทุนเกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความต้องการใช้อุปกรณ์ป้องกันภัยที่ได้มาตรฐานเป็นจำนวนมาก โดยลูกค้าหลัก จะเป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม บริษัทในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง รวมถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของเมียนมา ขณะที่สินค้าที่เป็นตัวทำตลาดของเรา ได้แก่ รองเท้านิรภัยและหมวกนิรภัย ที่มียอดขายสูงเป็นอันดับต้นๆ และเพื่อให้การทำตลาดในเมียนมาประสบความสำเร็จมากขึ้น บริษัทฯ จึงได้จัดส่งทีมการตลาดเข้าไปให้คำแนะนำและจัดฝึกอบรมเรื่องการขายให้กับทีมเมียนมา ซึ่งคาดว่า ยอดขายแบรนด์แพงโกลินในเมียนมาจะเพิ่มขึ้น 50% ขณะที่เราตั้งเป้าหมายยอดขายรวมของแบรนด์แพงโกลินในปีนี้ว่าจะเติบโตราว 15%" นายภูวสิษฏ์กล่าว
          ทั้งนี้ ในปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้จากรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 630 ล้านบาทในปี 2560 เป็น 698 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 10.79% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น เพิ่มขึ้นจาก 253 ล้านบาทเป็น 286 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.04% ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการขายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งได้มีการให้เช่าอุปกรณ์นิรภัย ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทฯ อีกช่องทางหนึ่งด้วย
          ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPL กล่าวด้วยว่า ตลาดของสินค้ากลุ่มเซฟตี้ โปรดักส์ ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ไม่ว่าจะในประเทศไทย หรือในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา และเวียดนาม) ซึ่งเป็นเป้าหมายต่อไปในการขยายตลาดของCPL ผ่านแบรนด์แพงโกลิน ที่มีความได้เปรียบ ทั้งความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชั้นนำ รวมถึงคุณภาพของสินค้าที่ได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากล อีกทั้งยังมีทีมงานที่มีประสบการณ์พร้อมให้คำแนะนำการใช้งานอย่างถูกวิธีเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนการบริการหลังการขายที่พร้อมจะดูแลและให้คำปรึกษากับลูกค้า ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่แข็งแกร่งของแบรนด์แพงโกลิน

          เกี่ยวกับ ซีพีแอล กรุ๊ป
          CPL เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตหนังวัวฟอกสำเร็จรูปรายใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของแบรนด์ชั้นนำของโลก อาทิเช่น อาดิดาส (ADIDAS), ลาคอสต์ (LACOSTE), ทิมเบอร์แลนด์ (TIMBERLAND), พูม่า (PUMA) และอื่นๆ ที่สั่งซื้อเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตรองเท้ากีฬา และรองเท้าลำลอง ซึ่งปัจจุบัน ปริมาณการผลิตหนังวัวฟอกสำเร็จรูปของบริษัทฯ อยู่ที่ 2.5 ล้านตารางฟุตต่อเดือน คิดเป็นการใช้กำลังการผลิตราว 85% โดยตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ จีน, เวียดนาม, อินโดนีเซีย และอินเดีย รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่เป็นฐานการผลิตรองเท้าแบรนด์ชั้นนำ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจด้วยการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ได้แก่ รองเท้านิรภัย (Safety Shoes) ภายใต้แบรนด์ "แพงโกลิน" และสินค้าอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ-จัดซื้อภายในประเทศ รวมทั้งเป็นสินค้ารับจ้างผลิต (OEM)