ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

ก.ล.ต. สนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจใช้เทคโนโลยีในการทำความรู้จักลูกค้า (e-KYC)

          ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นแนวปฏิบัติในการใช้เทคโนโลยีในการทำความรู้จักลูกค้า (e-KYC) สำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการทำความรู้จักลูกค้าและประสงค์จะนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำความรู้จักลูกค้า 
          ปัจจุบัน ก.ล.ต. กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการทำความรู้จักลูกค้า (Know Your Client : KYC) ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในลักษณะที่เป็นการกำหนดวัตถุประสงค์และหลักการ (principle-based) ไม่ได้กำหนดวิธีการใดเป็นการเฉพาะ เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจมีขนาด กลุ่มลูกค้า และมีปริมาณลูกค้าแตกต่างกัน จึงสามารถใช้วิธีการใดก็ได้ในการทำความรู้จักลูกค้า หากบรรลุวัตถุประสงค์และยังคงเป็นไปตามหลักการที่กำหนดไว้ในประกาศ 
          ในครั้งนี้ ก.ล.ต.เปิดรับฟังความคิดเห็นแนวปฏิบัติในการใช้เทคโนโลยีในการทำความรู้จักลูกค้า (e-KYC) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีแนวปฏิบัติและความมั่นใจในวิธีการที่เลือกใช้ รวมทั้งเพิ่มความน่าเชื่อถือในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนในการเปิดบัญชี ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการทำ e-KYC ของตลาดทุน ร่างแนวปฏิบัติมีตัวอย่างวิธีการทำ e-KYC ที่เป็นไปตามหลักการที่ประกาศกำหนด ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจสามารถใช้วิธีการอื่นได้ หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าวิธีการทำความรู้จักลูกค้าดังกล่าวมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับวิธีการที่ ก.ล.ต. เสนอ
          สำหรับกระบวนการทำ KYC หรือทำความรู้จักตัวตนของลูกค้า เป็นขั้นตอนที่ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนทุกรายต้องมีขึ้นก่อนเริ่มให้บริการตามเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าเป็นบุคคลที่ทำธุรกรรมจริง สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างเหมาะสมและป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน ปัจจุบันเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยให้ขั้นตอนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของลูกค้าทำได้ง่ายขึ้น มีการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ช่วยให้ขั้นตอนพิสูจน์ตัวตนและขั้นตอนอื่น ๆ สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น 
          ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. www.sec.or.th/hearing
          ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือโทรสาร 0-2033-9509 หรือทาง e-mail benja@sec.or.th จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561