ข่าวประชาสัมพันธ์การเงิน/หลักทรัพย์

ฟิทช์คงอันดับเครดิตภายในประเทศของบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ที่ ‘AA-(tha)’ / แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ

          บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ที่ 'AA-(tha)' และ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ สำหรับรายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดได้แสดงไว้ในส่วนท้าย

          ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
          อันดับเครดิตภายในประเทศของ BAM มีปัจจัยในการพิจารณามาจากการสนับสนุนจากภาครัฐ โดย BAM มีกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (ซึ่งเป็นหน่วยงานของธนาคารแห่งประเทศไทย) เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดในบริษัท BAM ก่อตั้งขึ้นในปี 2541 เพื่อบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ทางการเงิน แม้บทบาทในเชิงนโยบายของ BAM ได้ปรับตัวลดลงเนื่องจากภาคการเงินของประเทศไทยได้ฟื้นตัวจากภาวะวิกฤติดังกล่าวแล้ว แต่โดยภาพรวม BAM ยังคงมีบทบาทที่สำคัญในฐานะที่เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีผลการดำเนินงานที่ค่อนข้างดีและมีความสามารถในการทำกำไรที่สม่ำเสมอ BAM ได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านสิทธิประโยชน์ในด้านกฎเกณฑ์ เช่น การให้ตราสารหนี้ของบริษัทสามารถนับเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ได้และการได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีส่วนช่วยสนับสนุนความสามารถในการระดมเงินกู้ยืมและผลประกอบการของบริษัท 
          แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบนั้นสะท้อนถึงแผนการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน BAM ของกองทุนฟื้นฟูฯ (privatization) โดยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ฟิทช์เชื่อว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ BAM อาจจะเกิดขึ้นได้ในระยะสั้นเนื่องจากได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 แม้รายละเอียดของแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์และระยะเวลายังไม่มีการเปิดเผยแต่การที่แผนการลดสัดส่วนการถือหุ้นดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการ จึงยังเป็นปัจจัยที่อาจชี้ได้ว่าภาครัฐไม่ได้มอง BAM ในฐานะองค์กรหลักของรัฐในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่ BAM อาจจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในด้านกฎเกณฑ์อีกต่อไปหลังจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
          อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ BAM อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัท เนื่องจากหุ้นกู้ประเภทดังกล่าวเป็นภาระผูกพันที่ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของบริษัท

          ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
          การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างผู้ถือหุ้นน่าจะส่งผลกระทบในเชิงลบต่ออันดับเครดิตของ BAM โดยระดับของการปรับลดอันดับเครดิตจะขึ้นอยู่กับระดับความสัมพันธ์ของ BAM กับภาครัฐและสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐในอนาคต ทั้งนี้ฟิทช์น่าจะทำการพิจารณาอันดับเครดิตของ BAM จากความแข็งแกร่งทางการเงินของตัวบริษัทเอง (Stand-alone) หากสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐลดลงไปต่ำกว่า 50% และสิทธิประโยชน์ในด้านกฎเกณฑ์ถูกยกเลิก เนื่องจากการสนับสนุนพิเศษที่นอกเหนือจากการดำเนินงานปรกติ (extraordinary support) จากภาครัฐนั้นอาจไม่สามารถพึ่งพาได้ โดยในกรณีดังกล่าวจะส่งผลให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ BAM ถูกปรับลดอับดับลงหลายอันดับ ทั้งนี้ปัจจัยในการพิจารณาอันดับเครดิตจะขึ้นอยู่กับระดับหนี้สินและฐานะทางการเงินโดยรวมของบริษัทในอนาคตด้วย
          การยกเลิกแผนการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน BAM และสัญญาณที่บ่งชี้ว่าภาครัฐจะยังคงให้การสนับสนุนในระยะยาว โดยการคงสัดส่วนการถือหุ้นใน BAM ของภาครัฐไว้ในระดับเดิม รวมทั้งการคงผลประโยชน์ในด้านกฎเกณฑ์ที่เอื้ออำนวยต่อบริษัท อาจส่งผลให้แนวโน้มอันดับเครดิตถูกปรับเป็นมีเสถียรภาพและมีการทบทวนอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวใหม่ การล่าช้าหรือสัญญาณที่บงชี้ถึงความไม่แน่นอนของกรอบระยะเวลาในแผนการดำเนินการเข้าตลาดหลักทรัพย์ที่เกินกว่ากรอบระยะเวลาของอันดับเครดิตของฟิทช์ อาจส่งผลให้มีการทบทวนอันดับเครดิตและแนวโน้มอันดับเครดิตใหม่ 
          การเปลี่ยนแปลงของอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ BAM น่าจะส่งผลกระทบในทางเดียวกันต่ออันดับเครดิตของหุ้นกู้