ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

THMUI คว้างานโครงการวางท่อที่ภาคใต้ หนุนงานในมือทะลัก 200 ลบ. เตรียมส่งมอบงานกลางปีนี้ แถมปันผลระหว่างกาลทันที 0.025 บ./หุ้น

          THMUI ผู้นำธุรกิจลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วคุณภาพสูง ประกาศได้รับงานโครงการวางท่อบางส่วนที่ภาคใต้ ทั้งภูเก็ตและพังงา มูลค่างานโครงการราว 165 ลบ. เตรียมส่งมอบงานทั้งหมดภายในมิถุนายนนี้ แถมได้งานลวดสลิงและบริการเปลี่ยนลวดสลิงจากลูกค้ากลุ่มโรงไฟฟ้า และท่าเรือ เป็นสัญญาระยะยาว หนุนให้ปัจจุบันมี Backlog อยู่ในมือแล้วมากกว่า 200ลบ. คาดจะรับรู้รายได้ใน Q2 ปีนี้สูงถึง 80%พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่องอีก ส่วนผลงานปี 61 มั่นใจทำนิวไฮ ปรับเป้ารายได้เพิ่ม เป็นเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้านบอร์ดบริษัทฯ ไฟเขียวจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.025 บ./หุ้น เรียกความเชื่อมั่น 
          นายทชากร ลีลาประชากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมุ้ย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ THMUI ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วคุณภาพสูง ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เซ็นสัญญารับงานโครงการวางท่อประปาบางส่วน ที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงา มูลค่าโครงการรวมประมาณ 165 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ คาดจะแล้วเสร็จและส่งมอบงานภายในกลางปีนี้ สนับสนุนการรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/2561 เข้ามาทันที และได้รับงานลวดสลิงและบริการเปลี่ยนลวดสลิงจากลูกค้ากลุ่มโรงไฟฟ้า มูลค่า 30 ล้านบาท เป็นสัญญาระยะยาว 3 ปี และลูกค้ากลุ่มท่าเรือขนาดใหญ่ในแหลมฉบัง มูลค่า 30 ล้านบาท เป็นสัญญาระยะยาว 2 ปี เข้ามาเสริมงานในมือ (Backlog) ให้แข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่องอีก เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคต 
          นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้อานิสงส์จากการขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐบาลและเอกชน อาทิ โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โครงการขยายท่าเรือ ขยายสนามบิน มอเตอร์เวย์ สนับสนุนความต้องการใช้สินค้าและบริการของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น ชูจุดแข็ง THMUI มีสินค้าที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการในทุกอุตสาหกรรม ครบวงจรด้วยงานบริการตรวจสอบและเปลี่ยนลวดสลิง 
          จากปัจจัยบวกปีนี้ จึงปรับเป้าผลประกอบการทั้งปี 2561 โดยตั้งเป้ารายได้เติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% จากเมื่อต้นปีที่ผ่านมาวางไว้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% เมื่อเทียบกับปี 2560 รายได้อยู่ที่ 387.36 ล้านบาท กำไรสุทธิ 21.34 ล้านบาท อีกทั้ง คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากกำไรสะสมของบริษัทฯ ในอัตราหุ้นละ 0.025 บาท ประกาศวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 1 มิถุนายน 2561 และวันที่จ่ายปันผล 15 มิถุนายนนี้ ตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้นที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา 
          "คาดว่าภาพรวมธุรกิจในไตรมาส 2/2561 มีทิศทางสดใสเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2561 ที่ผ่านมา และเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้รายได้ในงานโครงการวางท่อบางส่วนที่ภาคใต้ ทั้งภูเก็ต และพังงา ซึ่งเป็นโครงการท่อที่บริษัทฯ ได้รับต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว และมีมูลค่างานใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อบริษัทฯ ในสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา งานวางท่อแล้วเสร็จไปราว 30% และคาดจะส่งมอบงานได้ทันภายในสิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้ อีกทั้ง ได้งานลวดสลิงและบริการเปลี่ยนลวดสลิงเข้ามาจากลูกค้ากลุ่มโรงไฟฟ้า และท่าเรือ ที่มีการขยายธุรกิจรองรับโครงการ EEC ซึ่งเป็นการรับรู้รายได้ตามสัญญาระยะยาว สนับสนุนให้ปัจจุบันทุนBacklog อยู่ที่กว่า 200 ล้านบาท จะเป็นการรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/2561 มากกว่า 80%ตอกย้ำความเชื่อมั่น THMUI ในฐานะผู้จัดจำหน่ายลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วจากแบรนด์ผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก รวมทั้ง มีสินค้าอื่นๆ ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า" นายทชากร กล่าว 
          ส่วนผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 1/2561 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 94.76 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าอยู่ที่ 100.81 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้พิเศษเพิ่มเข้ามาจากการขายงานโครงการได้จำนวน 13 ล้านบาท ส่วนกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35.36 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 37.32 และกำไรสุทธิเท่ากับ 4.06 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 4.28 ลดลงเมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 1 ของปีก่อนหน้า เนื่องจากมีงานโครงการที่ได้รับมาในช่วงต้นปีนี้ ส่วนใหญ่จะรับรู้รายได้เข้ามาในไตรมาส 2/2561 
          สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนในช่วงปลายปี 2560 นำไปใช้สั่งซื้อสินค้าใหม่เข้ามา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และจะใช้เวลาขั้นต่ำประมาณ 3 เดือนในการสั่งผลิต จึงทำให้ผลงานในไตรมาส 1/2561 มองว่า ยังไม่สะท้อนการเติบโตของ THMUI ในปีนี้เท่าที่ควร รวมทั้ง ใช้ซื้อเครื่องทดสอบแรงดึงขนาดใหญ่ ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศ คาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จพร้อมให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ รองรับลูกค้าชั้นนำที่มีความต้องการตรวจสอบลวดสลิงคุณภาพสูง รวมทั้ง ขยายฐานลูกค้ากลุ่มท่าเรือ ขุดเจาะน้ำมัน และอื่นๆ เพราะเป็นกลุ่มที่มีการใช้ลวดสลิงขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างโกดังสินค้า ส่งผลให้บริษัทมีความสามารถในการสต็อกสินค้าได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนการเร่งทำยอดขายให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศในอนาคต