ข่าวประชาสัมพันธ์เศรษฐกิจ/การเงิน

MICRO มั่นใจเทรดวันแรกฟอร์มดี ชี้บทวิเคราะห์ให้ราคาสูงสุด 3.78 บาท พร้อมเทรดบนกระดาน 1 ตุลาคมนี้ ด้วยราคาไอพีโอ 2.65 บาท

MICRO มั่นใจเข้าเทรดใน SET วันแรก 1 ต.ค.นี้ ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เชื่อเป็นอีกหนึ่งหุ้นเด่นใน SET ปีนี้ ที่ราคา IPO 2.65 บาท มีค่า P/E Ratio (Pre-Dilution) 14 เท่า ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และสอดคล้องกับสภาวะของตลาดหลักทรัพย์ในปัจจุบัน สะท้อนความเชื่อมั่นและโอกาสในการลงทุน ตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาหุ้นที่มีการเติบโตสูง และมีความสามารถในการทำกำไรเติบโตสูง แม่ทัพใหญ่ “วินิตย์ ปิยะเมธาง” ประกาศชัดพื้นฐานธุรกิจแน่นปึ้ก ชี้เงินที่ได้จากการระดมทุนช่วยหนุนการเติบโตแบบก้าวกระโดดในอนาคต ตอกย้ำการเป็นหุ้น Growth Stock สุดแกร่ง มีเป้าหมายเป็นผู้นำในการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองของประเทศไทย ด้านโบรกฯ ให้กรอบราคาเหมาะสมไว้ที่ 3.20 - 3.78 บาท

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ของ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO คาดจะเป็นหุ้นไอพีโอที่โดดเด่น ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เป็นธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และสินเชื่อประเภทอื่นที่มีรถบรรทุกมือสองเป็นหลักประกัน ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรของ MICRO อยู่ในระดับสูง อัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 30.6% ต่อปี

“จากความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ของผู้บริหารและทีมงาน รวมทั้งความตั้งใจในการทำธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง ซึ่งมีคู่แข่งทางตรงน้อย ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินเราเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน ประกอบกับการกำหนดราคาไอพีโอของ MICRO ไว้ที่ 2.65 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ คิดเป็น P/E (Pre-Dilution) ประมาณ 14 เท่า” ดร.ก้องเกียรติ กล่าว

ขณะที่บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งให้ราคาเป้าหมายในปี 2564 ของ MICRO อยู่ที่ 3.20-3.78 บาทต่อหุ้น สะท้อนโอกาสในการลงทุน และมองเป็นอีกหุ้น Growth Stock ที่มีความสามารถในการบริหารงานและสร้างการเติบโตที่ดี จึงมั่นใจว่า MICRO พร้อมเป็นอย่างยิ่ง ในการเข้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันแรก ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า MICRO

โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ MICRO จะนำมาขยายพอร์ตสินเชื่อเป็นหลัก โดยจะนำไปใช้ขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อจำนวน 460 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ จะนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 150  ล้านบาท เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงินลงบางส่วน และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจของบริษัท

นายวินิตย์ ปิยะเมธาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และสินเชื่อประเภทอื่นที่มีรถบรรทุกมือสองเป็นหลักประกัน เชื่อมั่นว่าหุ้น MICRO มีกำหนดเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 นี้ จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากบริษัทฯ มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมีประสบการณ์ในธุรกิจมายาวนานกว่า 26 ปี ซึ่งการระดมทุนครั้งนี้ จะยิ่งทำให้ MICRO มีความแข็งแกร่งพร้อมรองรับแผนการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่มีเป้าหมายในการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อให้เติบโตเป็น 5,000 ล้านบาท ภายในปี 2565 และเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินแก่ลูกค้าได้อย่างครบวงจร

โดยผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2560 – 2562) บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตของรายได้รวมเฉลี่ย (CAGR) 24.4% ต่อปี และในงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 รายได้รวมอยู่ที่ 202.5 ล้านบาท เติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อน 37.10 % ด้านกำไรสุทธิในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 30.6% ต่อปี ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ และในงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 62.5 ล้านบาท เติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อน 52.1% โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 30.8% และสิ้นปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 330.2 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 110.8 ล้านบาท

“มั่นใจหุ้น MICRO จะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน และสามารถยืนเหนือราคาจองได้ ผมเชื่อมั่นในพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ ที่เป็นหนึ่งในผู้นำในธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง ประกอบกับความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ อยู่ในระดับที่สูง โดยการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยหนุนให้บริษัทฯ เติบโตได้ตามเป้าหมายพร้อมกับนำเงินที่ได้จากการระดมทุนเตรียมพร้อมรับโอกาสในการเติบโตและจะไม่ทำให้นักลงทุนทุกท่านผิดหวัง ” นายวินิตย์ กล่าว