ข่าวประชาสัมพันธ์เศรษฐกิจ/การเงิน

TEAMG ปลื้มกำไร Q2 พุ่ง 300% ใจดีแจกปันผล 0.11 บาท

TEAMGยิ้มรับ Q2/63 กำไรกระฉูด 300% คุมใช้จ่ายดี พร้อมจ่ายปันผล 0.11 บาท คาด Q4 คว้างานทั้งภาครัฐ-เอกชนเพิ่ม หวังดันครึ่งปีหลังรายได้คงตามเป้า

ดร.อภิชาติ สระมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG เปิดเผยว่า สำหรับผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 ปี 2563 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563ปี 2563 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงาน 43.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.98 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 302% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถึงแม้ว่ารายได้รวมของบริษัทฯจะลดลงโดยมีรายได้รวม 440.06 ล้านบาท ลดลง 36.95 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลง 7.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เนื่องจากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดี โดยเน้นการบริหารการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดให้สอดคล้องกับโครงการที่ดำเนินการอยู่ ทำให้ต้นทุนในการบริหารลดลงเป็นอย่างมาก ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ในส่วนรายได้หลักของบริษัทฯ ยังคงมาจากการให้บริการงานโครงการภาครัฐ โดยมีรายได้อยู่ที่ 255.51 ล้านบาท หรือคิดเป็น 58.31% ของรายได้รวม เป็นการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา เติบโต 12% จากการที่บริษัทยังคงรับรู้รายได้ของโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานอยู่อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของรายได้ที่มาจากภาคเอกชนนั้นอยู่ที่ 125.20 ล้านบาท หรือคิดเป็น 28.57% ของรายได้รวม ซึ่งคิดเป็นเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าภาคเอกชนหลายโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์ชะลอการดำเนินงานจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19) แต่บริษัทฯได้หาโครงการใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมอื่นมาทดแทน ส่งผลให้รายได้จากภาคเอกชนไม่ได้ลดลงต่ำมากนัก

นอกจากนี้ จากมติที่ประชุมของคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากงวดการดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. - 30 มิ.ย. 2563 ในอัตราหุ้นละ 0.11 บาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 25 ส.ค. 2563 และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับปันผล (Record Date) ในวันที่ 26 ส.ค. 2563 และกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 11 ก.ย. 2563

“ช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ บริษัทฯ ยังคงมีรายได้จากโครงการภาครัฐเป็นหลัก โดยคาดว่าในไตรมาส 4 จะมีโอกาสได้รับงานเพิ่มขึ้นทั้งโครงการจากภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาในหลายโครงการมีการชะลอตัวจากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 จึงมองว่าส่งผลต่อเนื่องให้ครึ่งปีหลังโครงการต่างๆ มีการเร่งงานกันมากขึ้น และคาดว่าจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถรักษาผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ในปีนี้” ดร.อภิชาติ กล่าว