ข่าวประชาสัมพันธ์เศรษฐกิจ/การเงิน

ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของอีซี่บายเป็น ‘แนวโน้มเป็นลบ’ และคงอันดับเครดิตภายในประเทศ

ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตแนวโน้มอันดับของ บริษัท อีซี่บาย จำกัด (มหาชน) หรือ EB เป็น แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ (Negative Outlook) จาก แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)  พร้อมกันนี้ฟิทช์คงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ EB ที่ 'AA(tha) และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ 'F1+(tha)’

การปรับแนวโน้มอันดับเครดิตดังกล่าวเป็นผลมาจากการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของบริษัทแม่ ซึ่งคือ ACOM CO., LTD. (อันดับเครดิตสากล BBB+/แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ) เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563  (ดูรายละเอียดได้จากประกาศ “Fitch Revises Outlook on MUFG Group and Affiliates to Negative; Affirms Ratings”)

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ EB มีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฟิทช์เชื่อว่า EB เป็นบริษัทลูกที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อ ACOM และบริษัทน่าจะได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษนอกเหนือจากการดำเนินงานตามปรกติ (extraordinary support) จากบริษัทแม่  ทั้งนี้ ACOM มีสัดส่วนการถือหุ้นใน EB ที่ 71% และบริษัทแม่มีอำนาจในการควบคุมและบริหารจัดการและมีการเชื่อมโยงในด้านการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทลูก

อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ EB ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัท ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตของฟิทช์

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

การปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ ACOM กลับไปเป็น “แนวโน้มมีเสถียรภาพ” น่าจะส่งผลกระทบในทิศทางเดียวกันกับแนวโน้มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ EB

การปรับตัวเพิ่มขึ้นของระดับความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของ EB ต่อกลุ่มบริษัทแม่ เช่น การที่ EB มีสัดส่วนการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มที่สูงขึ้นและมีบทบาทในด้านการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้อันดับเครดิตของบริษัทได้รับการปรับเพิ่มอันดับ แต่อย่างไรก็ตามการปรับเพิ่มอันดับเครดิตดังกล่าวต้องสอดคล้องกับการประเมินความแข็งแกร่งด้านเครดิตของ EB เทียบกับบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศโดยฟิทช์ด้วยเช่นกัน  การปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวจะส่งผลให้อันดับเครดิตภายใยประเทศของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตเช่นกัน

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

การที่ ACOM มีความสามารถในการให้ความสนับสนุนแก่ EB ที่ลดลง ซึ่งอาจสะท้อนได้จากการปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ ACOM น่าจะส่งผลให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ EB ถูกปรับลดอันดับเช่นกัน

อันดับเครดิตของ EB อาจได้รับการปรับลดอันดับ หากฟิทช์เชื่อว่าโอกาสที่บริษัทแม่จะให้การสนับสนุน EB มีการปรับตัวลดลง  ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวอาจสะท้อนได้ในกรณีที่มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของระดับการควบคุมด้านการบริหารจัดการและความเชื่อมโยงในการดำเนินงานระหว่างบริษัทลูกกับบริษัทแม่ (integration) และในสัดส่วนการถือหุ้นที่ลดลง (เช่น ลดสัดส่วนการถือหุ้นต่ำกว่า 50% และการมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นส่วนน้อยขนาดใหญ่ (minority shareholder)) แต่อย่างไรก็ตามฟิทช์เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น

การปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ EB จะส่งผลในลักษณะเดียวกันต่ออันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของบริษัท

อันดับเครดิตที่เชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น

อันดับเครดิตของ EB มีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างเครดิตของ ACOM

รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดมีดังนี้

- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว คงอันดับที่ 'AA(tha)’; ปรับเป็น 'แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ’ จาก 'แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ’

- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น คงอันดับที่  'F1+(tha)’

- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน คงอันดับที่ 'AA(tha)’