ข่าวประชาสัมพันธ์เศรษฐกิจ/การเงิน

‘พรินซิเพิล’ แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนใน REITs และ Infrastructure Fund พร้อมประกาศเตรียมจ่ายปันผลผ่านกอง PRINCIPAL iPROP ครั้งที่ 32

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนพรินซิเพิลจำกัด (“บริษัทจัดการ”) แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุน REITs และ Infrastructure Fund ผ่านกองทุน 'พรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม’ หรือ PRINCIPAL iPROP (กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน ดังกล่าวผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก) ชี้เป็นจังหวะเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์คุณภาพดีในช่วงที่ราคาปรับตัวเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น พร้อมประกาศเตรียมปิดสมุดทะเบียนเพื่อจ่ายเงินปันผลกองทุน PRINCIPAL iPROP แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนประมาณ 0.10 บาทต่อหน่วย กำหนดปิดสมุดทะเบียน 31 มีนาคม 2563 นี้

นายวิน พรหมแพทย์ , CFA ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนพรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า จากภาวะตลาดของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ในเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีราคาผันผวนต่ำกว่าภาพรวมตลาดหุ้น โดยปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้ REITs ยังคงได้รับความสนใจมาจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ส่วนในเดือนมีนาคม 2563 แม้ว่าราคา REITs ปรับลดลงจากความกังวลจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป สอดคล้องกับภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลก อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาอัตราผลตอบแทนนับจากต้นปีถึงปัจจุบันหรือ YTD (1 มกราคม 2563 - 12 มีนาคม 2563) ของดัชนีอ้างอิงพบว่า REITs ในไทยและสิงคโปร์ให้อัตราผลตอบแทนลดลงในอัตราที่ต่ำกว่าตลาดหุ้น (ที่มา : Bloomberg ณ 12 มีนาคม 2563)

“เรามองว่าเป็นธรรมชาติของ REITs ซึ่งในระยะสั้นราคามีความผันผวนในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นแต่หากเป็นการลงทุนแบบระยะยาวตั้งแต่ 5-7 ปีขึ้นไป REITsจะให้ผลตอบแทนคล้ายกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าเนื่องจากจะได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากรายได้ค่าเช่าและอาจมีผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้นดังนั้นไม่ควรตกใจกับราคา REITs ที่ลดลงและตลาดผันผวนในช่วงนี้รวมถึงเป็นโอกาสเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์คุณภาพดีที่มีราคาถูกลงเพื่อคาดหวังผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงกลางปีที่ผ่านมา” นายวิน กล่าว

นายวิน กล่าวต่อว่าจากสถานการณ์ดังกล่าวแนะนำว่าสามารถเพิ่มน้ำหนักลงทุนใน REITs และ Infrastructure Fund(กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน)ผ่านการลงทุนในกองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม (PRINCIPALiPROP) โดยในช่วงกว่า 2 เดือนแรกที่ผ่านมาได้วางกลยุทธ์Overweight หรือเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน REITs และ Infrastructure Fund สิงคโปร์ รวมถึง Underweightหรือลดน้ำหนักการลงทุน REITs ในไทย ส่งผลให้กองทุนPRINCIPAL iPROP มีความผันผวนต่ำกว่าดัชนีอ้างอิง โดยมีอัตราผลตอบแทนYTD -6.8% เทียบกับดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ -8.9% (ที่มา : Bloomberg ณ 12 มีนาคม2563)  

ขณะที่ผู้จัดการกองทุน PRINCIPAL iPROP ได้วางกลยุทธ์เน้นลงทุน REITs ที่มีสินทรัพย์คุณภาพดีอัตราเช่าพื้นที่สูง และมีรายได้ค่าเช่ามั่นคง โดยเน้นเข้าลงทุนกลุ่มโลจิสติกส์ดาต้าเซ็นเตอร์ อาคารสำนักงาน รวมถึง Infrastructures Fund ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบมากจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและแทบไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อย่างไรก็ตามได้หลีกเลี่ยงลงทุนREITs กลุ่มโรงแรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ปัจจุบัน

ปัจจุบันกองทุน PRINCIPAL iPROP มีให้เลือกลงทุนทั้งชนิดสะสมมูลค่า (Class A) ชนิดจ่ายเงินปันผล(Class D) ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Class R) และชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม (Class C) โดยนับจากเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกเมื่อวันที่17 กุมภาพันธ์ 2555 กองทุน PRINCIPALiPROP (Class D) จ่ายเงินปันผลแล้ว 31 ครั้ง รวม 6.075 บาทต่อหน่วย ซึ่งสามารถจ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่องทุกไตรมาส

ล่าสุด กองทุน PRINCIPAL iPROPกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่32ในอัตราประมาณการ 0.10 บาทต่อหน่วย กำหนดปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่31 มีนาคม 2563 (ผู้ซื้อหน่วยลงทุนตั้งแต่31 มีนาคม 2563 นี้จะไม่ได้รับเงินปันผลดังกล่าว)โดยผู้ถือหน่วยลงทุนชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Class-R)สามารถขายคืนหน่วยลงทุนในกองทุน PRINCIPAL TREASURY ได้ตั้งแต่2 เมษายน 2563 เป็นต้นไป) และชนิดสะสมมูลค่า(Class A) ชนิดจ่ายเงินปันผล (Class D)ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Class R)และชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม (Class C) รับเงินเข้าบัญชีเงินฝากผู้ถือหน่วยลงทุน8 เมษายน 2563

สำหรับนักลงทุนที่สนใจ สามารถขอหนังสือชี้ชวนและรายละเอียดกองทุนได้ที่ ได้ที่ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือผู้สนับสนุนการขายฯ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด โทร. 02 686 9595 www.principal.th

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน/ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต/บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน / กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้/ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานและเงินปันผลของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนใน https://www.principal.th/th/mutual-fundth ก่อนตัดสินใจลงทุน/โปรดศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลโครงการ