ข่าวประชาสัมพันธ์อีเวนท์

ปิดฉาก ฟู้ด อินกรีเดียนท์ เอเชีย ยิ่งใหญ่ ทั่วโลกร่วมโชว์นวัตกรรมยอดเจรจาธุรกิจทะลุ 1,500 ล้าน

          ปิดฉากงานด้านเทคโนโลยีส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่มฯ อย่างยิ่งใหญ่ ใน ฟู้ด อินกรีเดียนท์ เอเชีย 2018 ที่จัดขึ้น ครั้งที่ 23 ณ จาการ์ตา อินเตอร์เนชันแนล เอ็กซ์โป กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ตลอดงานทั้ง 3 วัน มีการประมาณการเม็ดเงินจากการเจรจาธุรกิจต่อเนื่องกว่า 1,500 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรมอาหารและเครื่องดื่มในอาเซียนที่เติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยอินโดนีเซียและไทยเติบโตสูงสุดในภูมิภาค ที่ 10% และ 8.7 ตามลำดับ 
          นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดงาน ฟู้ด อินกรีเดียนท์ เอเชีย 2018 เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทยปีนี้คาดว่ามีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยอุตสาหกรรมอาหารของไทยสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ด้วยการส่งออกเป็นอันดับ 1 โดยการส่งออกอาหารของไทยไปยังอาเซียนนั้นมีสัดส่วนการส่งออกมากถึงร้อยละ 28.1 รองลงมาคือ CLMV ร้อยละ 16.6, ASEAN-5 ร้อยละ 11.6, ญี่ปุ่นร้อยละ 13.5, สหรัฐฯร้อยละ 10.6, จีนและแอฟริการ้อยละ 9 โดยอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งออกเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ได้แก่ ข้าว ไก่ น้ำตาลทราย กุ้ง ทูน่ากระป๋อง แป้งมันสำปะหลัง สับปะรด เครื่องปรุงรส น้ำผลไม้ และอาหารพร้อมทาน อีกทั้งยังมีกลุ่มอาหารที่เป็นดาวรุ่ง หรือ Rising Star ที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างน่าจับตามอง เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง เบเกอรี่ นม อาหารเสริม และไอศกรีม
          อุตสาหกรรมอาหารในอาเซียนยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปัจจัยบวกที่ส่งผลให้เติบโตนั้นนอกจากความต้องการของตลาดและการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคแล้ว การพัฒนานวัตกรรมและกระบวนการการผลิตใหม่ ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้มูลค่าโดยรวมของอุตสาหกรรมเติบโต ซึ่งส่วนผสมอาหารก็มีความสำคัญกับอุตสาหกรรมอาหาร เพราะช่วยสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ อาทิ ส่วนผสมที่ช่วยปรุงรสแต่งกลิ่น สี ส่วนผสมที่ช่วยยืดอายุของอาหารให้เก็บรักษาได้นานขึ้น จะสามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาหาร ถือว่าเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค 
          ภายในงาน Fi Asia 2018 มีเทคโนโลยีส่วนผสมอาหารที่เปิดตัวครั้งแรกภายในงานจำนวนมาก รวมถึงนวัตกรรมส่วนผสมอาหารใหม่ ๆ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด เช่น ไขมันสกัดจากธรรมชาติ ที่นอกจากจะมีไขมันอิ่มตัวระดับต่ำแล้ว ยังมีไขมันโอเมกา-3 ที่มี DHA จากพืช ช่วยรักษาการทำงานของสมองและหัวใจให้เป็นปกติ, Ascentra(R) ส่วนผสมที่ได้จากกระบวนการหมักนม ช่วยลดปริมาณโซเดียมได้มากถึง 50% ขณะเดียวกันก็ช่วยกระตุ้นการรับเกลือ การแยกความแตกต่างของรสชาติ และเสริมรสชาติอร่อยและดีต่อสุขภาพมากขึ้น, SureProtein Fast MPC4868 แหล่งโปรตีนจากนมที่ย่อยได้รวดเร็ว ช่วยให้กล้ามเนื้อดูดซึมกรดอะมิโน ภายในสองชั่วโมงหลังการบริโภค ซึ่งถือว่าเร็วมากเมื่อเปรียบเทียบกับกรดอะมิโนที่ได้รับจากโปรตีนนมทั่วไป, EXBERRY(R) by GNT กลุ่มสินค้ากลุ่ม Coloring Foods เป็นส่วนผสมสีที่ได้มาจากพืชและผัก ให้ความเป็นธรรมชาติ การควบคุมสีสันและมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง เป็นต้น
          อย่างไรก็ตาม จากยอดนักธุรกิจที่เข้าชมงาน กว่า 22,176 คน จาก 66 ประเทศ ที่ร่วมเจรจาธุรกิจภายในงาน เป็นผลจากความตื่นตัวของผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโอกาสและส่วนผสมอาหารใหม่ ๆ เพื่อสร้างจุดเด่นให้ผลิตภัณฑ์ได้รับความสนใจจากผู้บริโภค และเนื่องจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มกว่า 90 % ของไทยเป็น SME ที่ยังต้องการเทคโนโลยีและนวัตกรรมพัฒนาจุดเด่นของสินค้า ลดต้นทุนและรักษาคุณภาพในกระบวนการผลิต งาน Fi Asia 2019 ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2562 จึงเป็นโอกาสที่ดีในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มภายในประเทศให้แข่งขันบนเวทีระดับโลกได้ต่อไป