ข่าวประชาสัมพันธ์อสังหาฯ

‘ไซมิส แอสเสท’ เปิดแผนธุรกิจปี 63 ขยายไลน์อสังหาฯ ครบวงจร ชู 3 กลยุทธ์หลัก รุกเพิ่มพอร์ตรายได้ธุรกิจให้เช่า

'บมจ.ไซมิส แอสเสท’ หรือ SA ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร เปิดกลยุทธ์ปี 2563 เดินเกมรุกเพิ่มพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ชู 3 กลยุทธ์หลัก เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจให้เช่า จากเดิมเน้นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายกรรมสิทธิ์ พร้อมโชว์พอร์ตโครงการอสังหาฯ ที่อยู่ระหว่างเปิดขาย รวมมูลค่าโครงการกว่า 40,000 ล้านบาท

นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอทเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด 'Asset of Life สร้างกำไรให้กับทุกการใช้ชีวิต’ ทั้งโครงการแนวสูงและแนวราบครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกระดับ โดยมุ่งเน้นพัฒนาโครงการบนทำเลที่มีศักยภาพในย่านใจกลางเมือง ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และย่านศูนย์กลางธุรกิจใหม่ (New CBD) ตลอดจนสร้างความแตกต่างของโครงการในแต่ละทำเล ด้วยการนำนวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกมาใช้เพื่อสร้างจุดเด่นแต่ละโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อา ศัยภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี สามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อลงทุนในระยะยาว ทำให้ผลประกอบการ (Revenue) จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เติบโตโดยเฉลี่ยสะสม 3 ปีย้อนหลังที่ 62.2% และมีผลกำไรเติบโตโดยเฉลี่ยสะสม 3 ปีย้อนหลังมากกว่า 100% โดยปี 2019 บริษัทมีผลกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 512 ล้านบาท

ด้วยผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง บริษัทจึงมีแผนดำเนินธุรกิจในปี 2563 โดยขยายไลน์การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น และมุ่งเป็น Living’s Value Creator หรือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างฉับไว สร้างคุณค่าในทุกประสบการณ์ของการอยู่อาศัยและการลงทุน โดยการเพิ่มธุรกิจด้านอาหาร (F&B) ด้านบริการพื้นที่ให้เช่า เช่น Cloud Kitchen ธุรกิจด้านบริการการเช่าได้แก่ Serviced Residence ซึ่งจะเพิ่มความมั่นคงแก่รายได้ยิ่งขึ้น และการเพิ่มมูลค่า Asset ของลูกค้าด้วยการปรับปรุงบริการหลังการขายจากคอนโดมิเนียมปกติเป็น Branded Residence โดยจะดำเนินการภายใต้ 3 กลยุทธ์หลักคือ

  1. การพัฒนาห้องชุดแบบมีบริการเพื่อปล่อยเช่าที่เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกค้า โดยการออกแบบและพัฒนาห้องชุดที่เหมาะกับการปล่อยเช่า (Serviced Residence) เพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากค่าเช่า โดยมีแผนพัฒนาห้องชุดดังกล่าวในโครงการ เกือบทุกโครงการ เช่น The Collection, Siamese Exclusive 42, Siamese Exclusive Ratchada , Siamese Rama 9, Siamese Sukhumvit 87 และ Siamese Sukhumvit 48 ซึ่งจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการแก่ผู้เช่าเสมือนพักอาศัยในโรงแรม
  2. การพัฒนาอาคารให้เช่าที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ บริษัทฯ มีแผนถือครองกรรมสิทธิ์โครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ เช่น คอนโดมิเนียมที่สามารถเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นโรงแรมหรือ Serviced Residence, พื้นที่เช่าเพื่อการพาณิชย์ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากธุรกิจให้เช่า โดยมีแผนพัฒนาอาคารดังกล่าวในโครงการ The Collection, Siamese Exclusive 42, Siamese Exclusive Ratchada, Siamese Rama 9, Siamese Sukhumvit 48 และSiamese Sukhumvit 87 ซึ่งเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส (Mixed-use)
  3. พัฒนาและปรับปรุง (Renovate) อาคารเก่าเพื่อขายหรือให้เช่า บริษัทฯ มีนโยบายเข้าลงทุนในอาคารที่ตั้งอยู่ในทำเลย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) เช่น สีลม สุขุมวิท หรือหัวเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เพื่อนำมาพัฒนาและปรับเปลี่ยนประเภทการใช้งานอาคารเพื่อสร้างมูลค่าแก่โครงการ เพื่อสร้างรายได้จากการขายหรือให้เช่า ล่าสุดได้เข้าซื้อที่ดินและอาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในซอยสุขุมวิท 39 เพื่อนำพัฒนาเป็นโรงแรมหรือ Serviced Residence

“ทิศทางของบริษัทฯ ในอนาคตต้องการขยายไลน์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้จากค่าเช่าเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้หลักจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายกรรมสิทธิ์ โดยมีโครงการอสังหาริมทรัพย์อยู่ระหว่างเปิดขาย (ณ 31 ธันวาคม 2562) รวมทั้งสิ้น 13 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 40,000 ล้านบาท เช่นโครงการ Siamese Rama 9 (Mixed-Use),โครงการ Siamese Exclusive 31” นายขจรศิษฐ์ กล่าว

กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไซมิส แอสเสท กล่าวอีกว่า จากกลยุทธ์ดังกล่าวบริษัทฯ เตรียมขยายไลน์พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้โมเดลใหม่ 'Branded Residence’ เพื่อเพิ่มพอร์ตรายได้จากค่าเช่าและสร้างมูลค่าเพิ่มแก่โครงการคอนโดมิเนียม โดยจะผนึกกำลังกับเครือโรงแรมชั้นนำ เพื่อให้บริการแบบครบวงจร ด้วยการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบในทุกๆด้าน ทั้งการบริหารอาคาร ส่วนกลาง และห้องพักทั้งหมดในโครงการ พร้อมมอบบริการระดับ Luxury Service ตามมาตรฐานระดับโรงแรม เพื่อเสริมศักยภาพการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แก่บริษัทฯ