ข่าวประชาสัมพันธ์การศึกษา

81 โรงเรียนกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมพลังออม เรียนรู้ “หัวใจแห่งการให้”

          การให้ตามกำลัง รวบรวมจากน้อยสู่มากจนเกิดเป็นพลังแห่งการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่ส่งต่อไปสู่เด็กๆ ยากไร้ในพื้นที่ห่างไกลให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นผ่านโครงการ The Heart of Giving โดยมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาถึงปีที่ 11 นับเป็นการเสริมสร้างวินัยแห่งการออม และปลูกจิตสำนึกของการให้และการแบ่งปันให้เติบโตงอกงามในหัวใจของเด็กและเยาวชนไทย
          ล่าสุด มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้จัดพิธีมอบโล่และเกียรติบัตรให้แก่โรงเรียนและนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 81 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการ The Heart of Giving ประจำปีการศึกษา 2561 หลังพร้อมใจออมเงินเพื่อส่งต่อหัวใจแห่งการให้แก่เด็กยากไร้ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นประธานในพิธีมอบโล่และเกียรติบัตร โดยมี ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้การต้อนรับ
นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กล่าวว่า โครงการ The Heart of Giving นับเป็นโครงกาที่เป็นประโยชน์ทั้งการสร้างเสริมวินัยแห่งการออมแก่นักเรียน ได้เรียนรู้เรื่องของการให้และการแบ่งปันบนพื้นฐานการไม่ทำให้ตนเองต้องเดือดร้อน ให้เท่าที่ตนเองมี แบ่งปันเท่าที่ตนเองมีกำลังไหว
          "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2560 กำหนดเป้าหมายไว้ชัดเจน ว่าการศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งให้ผู้เรียนเป็นคนดี มีวินัย สามารถเรียนรู้ได้ตามความถนัด ที่สำคัญต้องเป็นผู้มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ซึ่งโครงการนี้นับเป็นโครงการที่ดีอีกโครงการหนึ่งที่จะช่วยปลูกฝังและสร้างวินัยแห่งการออมให้แก่เด็กนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงได้เรียนรู้ที่จะแบ่งปันด้วยหัวใจแห่งการให้อันเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนเก่งและคนดีของสังคมต่อไป"
ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เผยว่า มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้จัดทำโครงการ The Heart of Giving ขึ้นตั้งแต่ปี 2550 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมด้านคุณธรรมและจริยธรรม สร้างวินัยการออม เป็นการปูพื้นฐานให้นักเรียนรู้จักการแบ่งปันและเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ ให้นักเรียนเป็นทั้งคนเก่งและคนดี
          โดยในปีการศึกษา 2561 มีโรงเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เข้าร่วมโครงการ The Heart of Giving จำนวน 81 แห่ง ซึ่งนักเรียนแต่ละคนในแต่ละโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ช่วยกันออมเงินหยอดกระปุกคนละเล็กละน้อย แล้วนำมารวมกันจนเกิดเป็นทุนทรัพย์ที่สามารถนำไปจัดสรรเพื่อช่วยเหลือเด็กยากไร้ในโครงการ 'อุปการะเด็ก' ได้จำนวน 286 คน และสามารถนำไปสนับสนุนการดำเนินโครงการ 'มื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม' เพื่อจัดเตรียมอาหารเช้าที่ถูกหลักโภชนาการครบ 5 หมู่ ให้กับเด็กเล็กวัย 3-5 ปี ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่อยู่ในพื้นที่ยากไร้ห่างไกลได้จำนวน 34,288 มื้อ
          "เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งว่าในแต่ละปีจะมีโรงเรียนตอบรับเข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญในการปูพื้นฐานด้านคุณธรรมและจริยธรรมให้แก่เด็กนักเรียนของตน ซึ่งผมต้องขอบคุณโรงเรียนต่างๆ และนักเรียนทุกคนที่เข้าร่วมโครงการฯ เพราะเงินจากการออมของพวกเขาจะสามารถนำไปช่วยเหลือเด็กที่ยากไร้อีกหลายคนให้มีโอกาสในการพัฒนาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมูลนิธิศุภนิมิตฯ ทำงานโดยมีเด็กเป็นหัวใจหลักของการทำงาน และมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กยากไร้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านกระบวนการทำงานพัฒนาต่างๆ ด้วยยุทธศาสตร์การดำเนินงานที่มุ่งเน้นการพัฒนาเด็กอย่างเหมาะสมในทุกช่วงวัย ทั้งการสนับสนุนด้านการศึกษา ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ การส่งเสริมด้านสุขภาพอนามัย การสนับสนุนให้ครอบครัวได้มีอาชีพและมีรายได้เลี้ยงดูตนเองได้อย่างพอเพียง รวมถึงงานด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก โดยผสานการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่อยู่ในพื้นที่ดำเนินงาน เพื่อประโยชน์อย่างสูงที่สุดในการสร้างความอยู่ดีมีสุขแก่เด็ก ครอบครัว และชุมชน"
          สำหรับโครงการ 'อุปการะเด็ก' ถือเป็นโครงการหลักในการดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้อุปการะร่วมกันแบ่งปันน้ำใจเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดแก่ชีวิตของเด็กๆ ยากไร้ ปัจจุบัน มูลนิธิศุภนิมิตฯ มีเด็กในความอุปการะโดยผู้อุปการะในประเทศ จำนวน 52,855 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562) กระจายอยู่ในพื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ ทั้งหมด 76 โครงการ ใน 42 จังหวัด ครอบคลุมทุกภาคของประเทศ นอกจากนี้ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังได้ดำเนินงานโครงการพิเศษอื่นๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก ครอบครัว และชุมชน โดยมุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเด็ก เช่น โครงการมื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน รวมถึงโครงการพัฒนาเรื่องน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค เป็นต้น