ข่าวประชาสัมพันธ์การศึกษา

มรภ.ราชนครินทร์ ผนึกภาคธุรกิจ ปูพรมเตรียมพร้อมบุคลากร-ดิจิทัล-อาหารและท่องเที่ยว รับการขยายตัวตลาด EEC หลังวิกฤตโควิด-19

มรภ.ราชนครินทร์ ร่วมกับไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลและไอเอสเอส คอนซัลติ้งก์ ลงนามความร่วมมือภาคการศึกษากับภาคธุรกิจโรงแรมและกลุ่มธุรกิจดิจิทัล ในโครงการสนับสนุนและส่งเสริมทักษะบุคคลากรรองรับการเติบโตในพื้นที่ EEC มุ่งเสริมทัพการพัฒนาทักษะความรู้และศักยภาพในการพัฒนาผลิตบุคลากรตอบโจทย์และตรงต่อความต่อภาคธุรกิจอย่างแท้จริงเปิดผลสำรวจหลังวิกฤตมีความต้องการตำแหน่งงาน 475,000 ตำแหน่งในเขต EEC พร้อมแนะแรงงานเตรียมความพร้อมพัฒนาและเพิ่มเติมทักษะหลังผ่านวิกฤตการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มั่นใจหลังจากนี้อุตสาหกรรมหลักจะเติบโตอย่างรวดเร็ว

รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ในฐานะผู้บริหารโครการเปิดเผยว่า การลงนามความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจโรงแรมกับกลุ่มธุรกิจดิจิทัล ในโครงการสนับสนุนและส่งเสริมทักษะที่พึงประสงค์ในการทำงานรองรับการเติบโตในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเสริมทัพการพัฒนาทักษะความรู้และศักยภาพในการพัฒนาผลิตบุคลากรตอบโจทย์และตรงต่อความต่อภาคธุรกิจ ทั้งนี้จะเป็นการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมภาคบริการที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย New S curve ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เพื่อพัฒนาศักยภาพบัณฑิตที่จะก้าวไปสู่บุคลากรในแต่ละสายอาชีพที่อัดแน่นด้วยคุณภาพเทียบมาตรฐานสากล  ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3  โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้นสำหรับแรงงานในการพัฒนาด้านสำนักงานดิจิทัลและด้านอาหารและการโรงแรม (ดิจิทัล)

ผศ.ดร.พรพิมล วิริยะกุล ที่ปรึกษาอธิการบดี ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโครงการ กล่าวเสริมว่า  การดำเนินการโครงการพัฒนาผลิตบุคลากรตอบโจทย์และตรงต่อความต่อภาคธุรกิจ  โดยโครงการดังกล่าวได้ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของสถานประกอบการ และมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ สมรรถนะ และทักษะ โดยเน้นการปฏิบัติการจากสถานการณ์จริงในสถานประกอบการกลุ่มธุรกิจโรงแรมและกลุ่มธุรกิจดิจิทัล สำหรับกลุ่มธุรกิจโรงแรมได้มีการนำสมรรถนะของกำลังแรงงานในกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่เป็นทักษะในธุรกิจอนาคต โดย

สามารถให้กำลังแรงงานที่เข้าร่วมอบรมดังกล่าวได้มีมุมมอง และมีแนวคิดในการปรับตัวสู่ธุรกิจทั้งด้านคุณภาพ ด้านประสิทธิภาพ และความเป็นนานาชาติ เพื่อให้นำสิ่งที่ได้จากการ Reskill-Upskill- New skill courses มาพัฒนากับสถานประกอบการที่กำลังสร้างฐานการผลิตในระดับนานาชาติ

“โครงการฯ นี้มีความมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ สมรรถนะ และทักษะ รวมทั้งการปฏิบัติการจากสถานการณ์จริงในสถานประกอบการกลุ่มธุรกิจโรงแรมและกลุ่มธุรกิจดิจิทัล สำหรับกลุ่มธุรกิจโรงแรมได้มีการนำสมรรถนะของกำลังแรงงานในกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่เป็นทักษะในธุรกิจอนาคต  โดยสามารถให้กำลังแรงงานที่เข้าร่วมอบรมดังกล่าวได้มีมุมมอง และมีแนวคิดในการปรับตัวสู่ธุรกิจทั้งด้านคุณภาพ ด้านประสิทธิภาพ และความเป็นนานาชาติ เพื่อให้นำสิ่งที่ได้จากการ Reskill-Upskill- New skill courses มาพัฒนากับสถานประกอบการที่กำลังสร้างฐานการผลิตในระดับนานาชาติ”  รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา กล่าว

อาจารย์ธรรมรัตน์ สิมะโรจนา ผู้อำนวยการส่งเสริมวิชาการ ผู้ดำเนินการโครงการ

กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรการพัฒนาทักษะความรู้และศักยภาพในการพัฒนาผลิตบุคลากรด้านดิจิทัล มหาวิทยาลัย ได้เตรียมความพร้อมและระดมศักยภาพของบุคลากรพัฒนาความร่วมมือกับสถานประกอบการในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้านธุรกิจดิจิทัล เพื่อมุ่งเน้นการสร้างแพลตฟอร์มการพัฒนาบุคลากรและมาตรฐานระดับสากล และยังได้จัดตั้งศูนย์ทดสอบสมรรถนะด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประเมินสมรรถนะดิจิทัลให้กับบุคลากรในภาครัฐและเอกชน รวมทั้งการให้คำปรึกษาในการพัฒนาดังกล่าวสู่การยกระดับให้กำลังแรงงานยุคการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคตะวันออก

อย่างไรก็ตามแม้ปัจจุบันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  จะส่งผลกระทบไปทุกภาคอุตสาหกรรม แต่ประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี  ซึ่งเป็นปัจจัยสร้างความเชื่อมั่นและสร้างโอกาสด้านการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะใน EEC  โดยคาดการณ์ว่าจะขยายตัวและเติบโตมากหลังจากวิกฤต จากผลสำรวจของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ(EEC) 3 จังหวัด ระบุว่ามีตำแหน่งงานที่ต้องการกำลังคนถึง 475,000 ตำแหน่ง ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทด้านการพัฒนาและสร้างบุคลากรเห็นว่าหัวใจสำคัญ คือ ต้องพัฒนาและเพิ่มเติมทักษะอยู่เสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับการเติบโตหลักฟื้นสู่ภาวะปกติ

ทั้งนี้มหาลัยได้ทำการพัฒนาทักษะทางด้านการอาหารและโรงแรมเพื่อยกระดับเข้าสู่มาตรฐานสากลกับโรงแรมในเครือระดับโลกตามแนวนโยบายของ EEC ในการ MOU ครั้งนี้เพื่อร่วมมือกันพัฒนาบัณฑิตให้เป็นบัณฑิตเป็นมืออาชีพ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพใน EEC รวมทั้งสามารถทำงานในโรงแรมแบบ New normal food safety และ green hotel เพื่อรักษา สิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับความร่วมมือจากโรงแรมในเครือไมเนอร์ ทีมีโรงแรมทั่วโลก 502 แห่ง ได้แก่ โรงแรม Avani resort พัทยา สนับสนุนสถานที่และบุคลากรของโรงแรมเป็นผู้ฝึกอบรมทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ส่วนทางด้านดิจิทัล เป็นการปูพื้นฐานให้เข้าใจการทำงานเข้าสู่ระบบดิจิทัลในทุกภาคส่วนขององค์การ ซึ่งจะเน้นในการบริหารทางด้านทรัพยากรมนุษย์แบบดิจิทัล การเงินแลการบัญชีดิจิทัล และการใช้ดิจิทัลในโรงงานอุตสาหกรรมโดยใช้วิทยากรจากบริษัท ระดับโลก ทางด้านดิจิทัล ซึ่งได้เชิญวิทยากรจากบริษัทฝึกอบรมในเครือของ SAP ได้แก่บริษัท ISS consulting  มาเป็นผู้ฝึกอบรมในโครงการ

สำหรับกลุ่มเป้าหมายในการเข้าร่วมอบรมในโครงการฯ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่  1. แรงงานในภาคธุรกิจที่ต้องการพัฒนาบุคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและตอบสนองการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาค

ตะวันออก จำนวน 4 หลักสูตร ๆ ละจำนวน 360 คน ครอบคลุมในพื้นที่ 3 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 1,440 คน  กลุ่มที่ 2. เครือข่ายความร่วมมือร่วมกับกระทรวงแรงงานและสถานประกอบการชั้นนำ

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์เล็งเห็นว่า “การพัฒนาในครั้งนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาแนวใหม่ที่ตอบสนองสถานประกอบการที่เป็นฝ่ายผลิตให้มีกำลังแรงงานที่มีสมรรถนะเป็น “viral transformer” ที่สามารถกระจายความเข้มแข็งด้านศักยภาพและพร้อมผนึกกำลังที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคตได้”

ทางด้านนายศุภดิษฐ์ มณีรัตน์จรัสศรี ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มหาชน และโรงแรม อวานี พัทยา รีสอร์ท กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจอาหารและโรงแรมระดับโลก เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทักษะความรู้ ศักยภาพของบุคลากรและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตโควิท-19 ในพื้นที่จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ให้พัฒนาการบริการให้เข้าสู่มาตรฐานระดับโลก และมีการจัดการแบบ new normal hygiene และ food save

.ทางด้านนายวิศิษฐ์ วิระยากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอสเอส คอนซัลติ้งก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการเทคโนโลยีและการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางธุรกิจ มีความยินดีในการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในโครงการฯ นี้ เนื่องจากจะได้นำองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ทักษะให้กับบุคลากร  เพื่อนำไปต่อยอดในสายงานและธุรกิจที่กำลังจะเติบโตโดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)