ข่าวประชาสัมพันธ์ธุรกิจ

ผ่าแนวคิด ‘ศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรานาถ สิงหรา ณ อยุธยา’ กับภารกิจการพัฒนา “ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล” ให้เป็นยุคใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมดิจิทัลในประเทศไทย

          เอสทีที จีดีซี ประเทศไทย บริษัทร่วมทุนระหว่างสองพาร์ทเนอร์ชั้นนำ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย และเอสทีที จีดีซี ผู้นำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลกจากสิงคโปร์ ประกาศแต่งตั้ง นายศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรานาถ สิงหรา ณ อยุธยา เป็น "ซีอีโอ" คนแรกของบริษัทฯ นายศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรานาถ สิงหรา ณ อยุธยา มีภารกิจหลักในการนำทีมเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยให้เติบโต โดยมีมูลค่าการลงทุนโครงการประมาณ 7.3 พันล้านบาท ดาต้าเซ็นเตอร์แคมปัสระดับไฮเปอร์สเกลนี้ จะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2564 โดยจะใช้ระบบเชื่อมต่อเป็นกลางแบบไม่จำกัดมีเดีย (Multiple Carrier Neutral) และเป็นศูนย์ให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
          นายศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรานาถ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้บริหารที่คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจไอที พรั่งพร้อมด้วยประสบการณ์ด้านการบริหารองค์กรระดับโลกมากว่า 15 ปี เดินหน้าสู่ความท้าทายใหม่กับการเข้ารับตำแหน่งซีอีโอของบริษัท เอสทีที จีดีซี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทร่วมทุนภายใต้ความร่วมมือของสององค์กรยักษ์ใหญ่ อย่างบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ "FPT" ผู้นำการให้บริการแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของประเทศไทย และเอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ "เอสทีที จีดีซี" (STT GDC) ผู้นำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลกจากสิงคโปร์ โดยมีภารกิจหลักในการคุมทัพเดินหน้าพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์แคมปัสระดับไฮเปอร์สเกลแบบใช้ระบบเชื่อมต่อเป็นกลางแห่งแรกของประเทศไทย บนสุดยอดทำเลใจกลางกรุงเทพฯ 
          ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยเติบโตประมาณปีละ 14-16% โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้ตลาดเติบโตมาจากภาคธุรกิจเอ็นเตอร์ไพร้ซ์ต่างๆ อาทิ ธุรกิจธนาคารดิจิทัล ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจการสร้างและการบริโภคคอนเท้นต์ที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจวิทยาศาสตร์ข้อมูลและการวิเคราะห์ (Data science and analytics) ความสนใจเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มากขึ้น รวมถึงนโยบายจากภาครัฐที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล "ภารกิจหลักของเรา คือการทำให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตในตลาดประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานแนวคิดที่ว่า การมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าเพื่อดึงดูดลูกค้า และการช่วยผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในการบริการจะเป็นสิ่งที่เสริมให้ธุรกิจแข็งแกร่ง และสามารถแข่งขันในตลาดได้
          นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ เอสทีที จีดีซี ยังเป็นที่ไว้วางใจ และยอมรับจากบริษัทผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี และผู้ผลิตคอนเทนต์ชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยเรามีความตั้งใจที่จะนำเสนอบริการในระดับมาตรฐานเดียวกัน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลในไทย โดยเอสทีที จีดีซี ประเทศไทย ได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบดิจิทัล เพื่อรองรับจุดที่ธุรกิจเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูลระดับไฮเปอร์สเกล และธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วมาผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าอย่างมหาศาลให้แก่ธุรกิจของลูกค้าทั้งใน และต่างประเทศด้วยบริการ 'ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล' แห่งแรกในประเทศไทย" นายศุภรัฒศ์ กล่าว
          ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลระดับไฮเปอร์สเกลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแบบเป็นกลางแห่งนี้ มีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2564 โดยจะตั้งอยู่บนสุดยอดทำเลใจกลางกรุงเทพฯ ภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วยอาคารศูนย์ข้อมูลไฮเปอร์สเกล 2 อาคารด้วยกัน โดยอาคารหลังแรกได้รับการออกแบบบนพื้นที่รวมเกือบ 30,000 ตารางเมตร และมีมูลค่าการลงทุนศูนย์ข้อมูลในโครงการเฟสแรกมากกว่า 7 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าการก่อสร้างเฟส 1 นี้ จะแล้วเสร็จในปี 2564 
          "ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยอยู่ในจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคใหม่ ซึ่งเหตุการณ์ก็จะคล้ายกับการเริ่มต้นของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทย กล่าวคือในช่วงแรกผู้ให้บริการที่สามารถบุกตลาดได้เร็วกว่า จะเป็นผู้ที่ได้เปรียบ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ให้บริการที่มีความสามารถในการขยาย และต่อยอดธุรกิจด้วยความรวดเร็วและต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ โดยไม่มีขีดจำกัดจะเป็นผู้ที่สามารถพลิกสถานการณ์ มาสร้างคุณค่าให้ลูกค้าได้อย่างมหาศาล และจะกลายเป็นผู้นำตลาดในที่สุด นอกจากนี้ เอสทีที จีดีซี ยังเป็นบริษัทที่มีสเกลความสามารถในระดับโลก เราให้บริการลูกค้ารายใหญ่ๆ ทั้งในจีน อินเดีย สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร เรามุ่งหวังพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลในประเทศไทยให้ได้รับประสบการณ์อันมีมาตรฐานเช่นเดียวกับบริษัทชั้นนำทั่วโลก และนำประเทศไทยเข้าสู่ยุคใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม" นายศุภรัฒศ์ กล่าวทิ้งท้าย

          เกี่ยวกับ บริษัท เอสทีที จีดีซี (ประเทศไทย) จำกัด 
          บริษัท เอสทีที จีดีซี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ "FPT" ผู้นำการให้บริการสมาร์ทแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร และเอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ "เอสทีที จีดีซี" (STT GDC) ผู้นำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลกจากสิงคโปร์ โดยเอสทีที จีดีซี ประเทศไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการเดินหน้าพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลแห่งแรกใจกลางกรุงเทพฯ บนพื้นที่ขนาด 75,000 ตารางเมตร (15 ไร่) เพื่อรองรับการเติบโตและการขยายตัวของธุรกิจดิจิทัลในประเทศไทย โดยดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลแห่งนี้จะมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย และมีมาตรฐานระดับโลก ทั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2564
          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู sttelemediagdc.co.th.
          เกี่ยวกับ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
          บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ "FPT" เป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ FPT มีเป้าหมายในการเป็นผู้นำการให้บริการแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภท ปัจจุบัน FPT เป็นหนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยภายหลังจากการเข้าซื้อกิจการของบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ "GOLD" ด้วยจำนวนหุ้นรวมทั้งสิ้นร้อยละ 94.5 ทำให้ FPT เป็นผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย (Residential) และ พาณิชยกรรม และโรงแรม (Commercial and Hospitality) นอกจากนี้ FPT ยังเป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ FTREIT (ซึ่งปัจจุบันเป็นกองทรัสต์ฯ อุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) และภายหลังจากการควบรวมกิจการของ GOLD เข้าในกลุ่ม FPT แล้ว บริษัทจะเป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชยกรรม GVREIT ทั้งนี้ FPT, GOLD, FTREIT และ GVREIT เป็นบริษัทและกองทรัสต์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
          ข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู www.frasersproperty.co.th

          เกี่ยวกับ เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้า เซ็นเตอร์ (เอสทีที จีดีซี)
          บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้า เซ็นเตอร์ หรือ เอสทีที จีดีซี (ST Telemedia Global Data Centres – STT GDC) คือผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์รวมกว่า 80 แห่งในประเทศต่างๆ ที่เป็นตลาดสำคัญทางธุรกิจ เช่น สิงคโปร์ จีน อินเดีย ไทย และสหราชอาณาจักร เป็นต้น เอสทีที จีดีซี ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่สร้างขึ้นตามมาตรฐานสูงสุดของอุตสาหกรรมนี้ มีโซลูชั่นด้านดาต้าเซ็นเตอร์ที่ครบถ้วนตั้งแต่ต้นจนจบและสามารถต่อขยายได้, การเชื่อมต่อ, รวมถึงบริการสนับสนุนต่างๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการด้านการเก็บข้อมูลของลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต
          ข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู www.sttelemediagdc.com

          เกี่ยวกับบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด
          เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ("เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้" หรือ "กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้") เป็นบริษัทข้ามชาติที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ (SGX-ST) ซึ่งมีแนวทางการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการเป็นเจ้าของ ผู้พัฒนา และผู้บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภทแบบครบวงจร โดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ 33.6 พันล้านสิงคโปร์ดอลลาร์ (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562)
          สินทรัพย์ของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้าอาคารพาณิชย์ และบิสซิเนส พาร์ค รวมไปถึงอสังหาริมทรัพย์ทางด้านโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม ทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย ยุโรป และจีน นอกจากนี้บริษัทฯ ยังเป็นเจ้าของ และ/หรือเป็นผู้บริหารจัดการเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์และโรงแรมมากกว่า 70 เมือง ทั้งในทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป ภูมิภาคตะวันออกกลาง และแอฟริกา ทั้งนี้กลุ่มบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นเดียวกันในการส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าและน่าจดจำให้แก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้น โดยอาศัยความรู้และความสามารถจากทุกตลาดและภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อส่งมอบคุณค่าในสินทรัพย์ที่หลากหลายที่มีอยู่
          นอกจากนี้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ยังเป็นผู้สนับสนุนกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จำนวน 3 กอง และกองทรัสต์ สเตเปิ้ลอีกจำนวน 1 กอง (Stapled Trust) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ ได้แก่ เฟรเซอร์ส เซ็นเตอร์พ้อยท์ ทรัสต์ (Frasers Centrepoint Trust) เฟรเซอร์ส คอมเมอร์เชียล ทรัสต์ (Frasers Commercial Trust) และเฟรเซอร์ส โลจิสติกส์ & อินดัสเทรียล ทรัสต์ (Frasers Logistics & Industrial Trust) ซึ่งเป็นกองทรัสต์ที่มุ่งเน้นอสังหาริมทรัพย์ศูนย์การค้า อาคารพาณิชย์ และโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมตามลำดับ ในขณะที่ เฟรเซอร์ส ฮอสพิทัลลิตี้ ทรัสต์ (Frasers Hospitality Trust) ซึ่งเป็น Stapled Trust ประกอบไปด้วย 
          เฟรเซอร์ส ฮอสพิทัลลิตี้ เรียล เอสเตท อินเวสต์เม้นท์ ทรัสต์ (Frasers Hospitality Real Estate Investment Trust) และ เฟรเซอร์ส ฮอสพิทัลลิตี้ บิซิเนส ทรัสต์ (Frasers Hospitality Business Trust) เป็นกองทรัสต์ที่มุ่งเน้นอสังหาริมทรัพย์ด้านฮอสพิทัลลิตี้ นอกจากนี้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) ยังเป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FTREIT) เป็นกองทรัสต์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
          ข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู www.frasersproperty.com