ข่าวประชาสัมพันธ์ธุรกิจ

กลุ่มบริษัทยูนิไทย เปิดให้บริการธุรกิจใหม่ด้านการรื้อถอน ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ใน กิจการปิโตรเลียมที่ทันสมัย และสมบูรณ์แบบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้ชื่อ บริษัท ยูไนเต็ด เวสท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด

          ดร.จุลพงษ์ ทวีศรี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย ดร.อรรถสิทธิ์ กอชัยพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ยูไนเต็ด เวสท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมเปิดบริษัทยูไนเต็ด เวสท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการรื้อถอน ทำความสะอาดสิ่งติดตั้ง และอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม ณ บริเวณบริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมี นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ปลัดอาวุโสอำเภอศรีราชา, ร.ต.อ. ธนาบดี ธูปเทียนรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง, นายเรวัติ เขียวสนิท รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง, นายสุขุม อินแดง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง, รศ. ดร. สุธา ขาวเธียร ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสีย (ศสอ.) กลุ่มผู้นำชุมชนในพื้นที่แหลมฉบัง และแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีเปิดโรงงานในครั้งนี้ด้วย
          ดร. อรรถสิทธิ์ กอชัยพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ยูไนเต็ด เวสท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ได้กล่าวว่า "โรงงานดังกล่าว เป็นบริษัทฯ ในกลุ่มบริษัทยูนิไทย ที่เปิดให้บริการรื้อ ตัด แยกส่วน และล้างทำความสะอาดสิ่งติดตั้ง และอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม แท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล โดยใช้งบลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ บริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งโรงงานมีขนาด 10,891 ตารางเมตร ประกอบด้วยโรง คัดแยกจำนวน 2 โรง โดยมีขีดความสามารถในการรับแท่นหลุมผลิตได้ครั้งละ 2 แท่น หรือเฉลี่ยจำนวน 8-10 แท่นต่อปี 
          ปัจจุบันมีแท่นขุดเจาะน้ำมันปิโตรเลียมในอ่าวไทยทั้งสิ้นประมาณ 400 แท่น โดยมีแท่นขุดเจาะจำนวนมากที่มีอายุการใช้งานมานานกว่า 20-30 ปี และอาจจะไม่คุ้มค่าในการใช้งานต่อไป ซึ่งจะต้องนำมาจัดการโดยผ่านกระบวนการจัดการที่ได้มาตรฐาน ดังนั้นทางบริษัทฯ จึงจัดตั้งโรงงานดังกล่าวขึ้นมาเพื่อให้บริการรื้อถอน ทำความสะอาดสิ่งติดตั้ง และอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียมรวมทั้งแท่นขุดเจาะและโครงสร้างฐานราก (Jackets) เพื่อช่วยรักษาสภาพแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาขีดความสามารถอุตสาหกรรมเกี่ยวกับธุรกิจพลังงานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นธุรกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาฝีมือแรงงานในอุตสาหกรรมไทยเพื่อให้แข่งขันกับต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น ถือเป็นพันธกิจหลักที่กลุ่มบริษัทยูนิไทยให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน การพัฒนาความเจริญด้านชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียทั้งหมด"
          ดร. อรรถสิทธิ์ กล่าวต่อว่า "โรงงานดังกล่าวถือเป็นโรงงานที่ทันสมัยและสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคาดว่าภายในปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคมนี้ จะเริ่มดำเนินการเป็นโครงการแรกของประเทศไทย ที่นำแท่นขุดเจาะน้ำมันปิโตรเลียม มาจัดการอย่างครบวงจรทั้งแท่นผลิต (Topsides) และส่วนของฐานราก (Jackets) ที่บริษัทฯ แห่งนี้"