ข่าวประชาสัมพันธ์ธุรกิจ

พาณิชย์ลงพื้นที่สัญจรสงขลา-โคราช เชื่อมโยงภูมิภาคสู่ตลาดโลก หนุนสินค้าเกษตร ผลักดันการค้าชายแดน

          กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศขานรับนโยบายจุรินทร์ เดินหน้าโครงการเชื่อมโยงท้องถิ่นสู่ตลาดโลก จัดพาณิชย์สัญจร บูรณาการความร่วมมือ กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา นำทูตพาณิชย์ทั่วโลกลงสัญจร โคราช และสงขลา 29 สิงหาคม – 1 กันยายนศกนี้ จัดประชุมร่วมกับพาณิชย์จังหวัด คุยผู้ประกอบการ เกษตรกรเจาะข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ผลไม้ ประมง จัดเสวนาเจาะลึกการทำตลาดในต่างประเทศ ยกระดับสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดโลก เดินหน้าประชุมหารือภาครัฐ และเอกชนแก้ไขปัญหาการค้าชายแดนภาคใต้
          นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะจัดกิจกรรมพาณิชย์สัญจรเพื่อเชื่อมโยงท้องถิ่นสู่ตลาดโลก โดยบูรณาการความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และกรมทรัพย์สินทางปัญญาโดยนำทูตพาณิชย์จากทั่วโลกลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาระหว่างวันที่ 29 – 30สิงหาคม และ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม -1 กันยายน เพื่อประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ผู้ประกอบการ เกษตรกร ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ได้แก่ สินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ผลไม้ และสินค้าประมง 
          ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) จะลงพื้นที่จังหวัดสงขลาในระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2562 และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล) จะลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาในระหว่างวันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2562 โดยกิจกรรมหลักในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือ การให้คำแนะนำการเจาะตลาดเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นในกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้โดยทูตพาณิชย์ว่าสินค้าใดบ้างที่มีศักยภาพในการเข้าไปเจาะตลาดในประเทศต่างๆ รวมถึงแนวทางและวิธีการในการเจาะตลาดแต่ละประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้เรียนรู้ภาพรวมการตลาด แนวโน้ม และทิศทางตลาด เพื่อบุกเข้าสู่ตลาดโลก ถือเป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการ และถือเป็นการหาช่องทางตลาดส่งออกใหม่ๆให้กับสินค้าของไทย 
          นอกจากนี้มีสัมมนาสินค้าเกษตรแปรรูปสู่ตลาดโลก กิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ รวมถึงให้บริการข้อมูลคำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ และการมอบหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้กับชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 4 สินค้า ได้แก่ ไวน์เขาใหญ่ ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน และกาแฟวังน้ำเขียว และจำนวน 5 สินค้า ได้แก่ ส้มโอหอมควนลัง (สงขลา) ทุเรียนสาลิกาพังงา (พังงา) ปลาดุกร้าทะเลน้อยพัทลุง (พัทลุง) จำปาดะสตูล (สตูล) และกาแฟเมืองกระบี่ (กระบี่) ให้กับชุมชนในภาคใต้ รวมทั้งการลงพื้นที่ชุมชนด่านเกวียนซึ่งเป็นชุมชนที่กระทรวงพาณิชย์ปั้นให้เป็นชุมชน อี -คอมเมิร์ซต้นแบบของประเทศ ภายใต้ชื่อ "สมาร์ทวิลเลจออนไลน์" ซึ่งเป็นการประยุกต์จากหมู่บ้านต้นแบบ หมู่บ้านเถาเป่า (Taobao Village Model) มาใช้กับผู้ประกอบการสินค้าโอทอปและสินค้าชุมชนของไทย" นางสาวบรรจงจิตต์กล่าว 
          นางสาวบรรจงจิตต์เสริมว่าการลงพื้นที่สงขลาจะมีการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้นำเข้าจากประเทศกลุ่มตะวันออกกลางกับผู้ประกอบการสินค้าฮาลาลท้องถิ่น สินค้าเกษตรและอาหาร และประมง การศึกษาดูงานผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยางพาราเพื่อหาแนวทางการขยายตลาดร่วมกัน นอกจากนี้มีพิธีเปิดการฝึกอบรมการค้าออนไลน์ หลักสูตรนักการค้าออนไลน์รุ่นใหม่ (Young Digital Warrior) ให้กับยุวชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การประชุมร่วมทูตพาณิชย์และพาณิชย์จังหวัดโดยมีประเด็นหารือหลักได้แก่ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญ การเพิ่มยอดการค้าสินค้าเกษตรภายในประเทศ พร้อมรับฟังปัญหา และข้อเสนอแนะ การเยี่ยมชมศูนย์เชื่อมโยงและกระจายผลไม้จังหวัดชายแดนภาคใต้ และตลาดต้องชมคลองแห การเป็นสักขีพยานการลงนาม MOU ซื้อขายลองกองระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกลองกองภาคใต้ กับผู้ประกอบการรับซื้อลองกอง / โมเดิร์น เทรด และผู้ส่งออก การปล่อยขบวนคาราวานรถลองกองจากภาคใต้สู่ตลาดทั่วประเทศ เยี่ยมชมตัวอย่างร้านค้า Smart โชห่วย ร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบ และลงพื้นที่ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ และสำรวจจุดเชื่อมไทย - มาเลเซีย และมีการประชมหารือภาครัฐ และเอกชนเรื่องแก้ไขปัญหาการค้าชายแดนภาคใต้ โดยมีประเด็นหารือหลักได้แก่ ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน จุดเชื่อมด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับมาเลเซีย การขนส่งสินค้าการท่องเที่ยวและอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ปริมาณการค้าและการขนส่งข้ามแดนขยายตัวเพิ่มมากขึ้น"