ข่าวประชาสัมพันธ์ธุรกิจ

ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จับมือพันธมิตรลุยธุรกิจพลังงาน พร้อมจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ รุกธุรกิจคลังสินค้าอัตโนมัติ

           บมจ. ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น (TRC) ประกาศจับมือ 2 พันธมิตร AGE และ APTECH จัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท แอท เอนเนอจี โซลูชั่น จำกัด (AT Energy) ถือหุ้น 45% แตกไลน์ลุยธุรกิจด้านพลังงาน สร้างความแข็งแกร่ง พร้อมตั้งบริษัทย่อยใหม่ รุกธุรกิจคลังสินค้าอัตโนมัติให้บริการพื้นที่และให้เช่าอุปกรณ์บริหารจัดการคลังสินค้า ด้าน CEO "ภาสิต ลี้สกุล" ขอบคุณผู้ถือหุ้นที่มีความเชื่อมั่นสนับสนุนหลังใช้สิทธิ์จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเกินกว่าสิทธิของตนเป็นจำนวนมาก มั่นใจผลงานครึ่งปีหลัง 2562 โดดเด่น รุกประมูลงานใหญ่และลุยธุรกิจใหม่ 
          นายภาสิต ลี้สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRC ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการงานรับเหมาก่อสร้าง และออกแบบทางวิศวกรรมงานวางระบบท่อ และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งธุรกิจพัฒนาโครงการและการลงทุนด้านพลังงาน อสังหาริมทรัพย์ โรงไฟฟ้า และปิโตรเคมี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เข้าลงนามสัญญาร่วมทุนกับบริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) (AGE) และบริษัท แอพไพลแอ๊นซ์ เทคโนโลยี ซัพพลายส์ จำกัด (APTECH) เพื่อดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน มูลค่าการลงทุน 135 ล้านบาท โดยจัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ บริษัท แอท เอนเนอจี โซลูชั่น จำกัด (AT Energy) สำหรับบริษัท แอท เอนเนอจี โซลูชั่น จำกัด มีทุนจดทะเบียน 300,000,000 บาท โดยบริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นจำนวน 1,350,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45 , บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นจำนวน 1,350,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45 และบริษัท แอพไพลแอ๊นซ์ เทคโนโลยี ซัพพลายส์ จำกัด ถือหุ้นจำนวน 300,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 โดยจะดำเนินธุรกิจด้านพลังงานเป็นหลัก และธุรกิจการจัดหาและให้บริการด้าน สาธารณูปโภค โดยเฉพาะด้านพลังงานให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป เช่น การผลิตและจำหน่ายไอน้ำ ไฟฟ้า และน้ำใช้สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น
          "TRC มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ 2 พันธมิตรทั้ง AGE และ APTECH ในครั้งนี้ ซึ่งผู้ร่วมทุนต่างมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในด้านต่างๆ ทั้งการก่อสร้าง การจัดหาแหล่งเชื้อเพลิง รวมถึงการให้บริการออกแบบและซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสาธารณูปโภค ซึ่งจะทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้นและนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว" นายภาสิต กล่าว
          นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทยังได้มีการอนุมัติให้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ 1 บริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจคลังสินค้าอัตโนมัติให้บริการพื้นที่และให้เช่าอุปกรณ์บริหารจัดการคลังสินค้า อาทิ ชั้นวางของ เครื่องจักร อุปกรณ์ต่างๆ และระบบโปรแกรมในการเก็บและขนย้ายสินค้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อว่า นับจากครึ่งปีหลัง 2562 นี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของบริษัทไปในทิศทางบวกอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่มีความเชื่อมั่นในตัวบริษัท ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในครั้งที่ผ่านมาปรากฏมีผู้ถือหุ้นใช้สิทธิ์จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเกินกว่าสิทธิของตนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนบริษัทก็จะนำไปลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ทั้งธุรกิจพลังงาน และคลังสินค้าอัตโนมัติดังกล่าว รวมถึงเตรียมที่จะเข้าไปประมูลงานใหม่ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและรับเหมาก่อสร้างอีกหลายโครงการ 
          ทั้งนี้ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทและบริษัทย่อยยังมีงานที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างที่ยังไม่รับรู้รายได้อีกหลายโครงการ โดยเป็นงานของบริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 8 โครงการ มูลค่างานที่เหลือ 2,866.23 ล้านบาท , บริษัท สหการวิศวกร จำกัด จำนวน 11 โครงการ มูลค่างานที่เหลือ 5,992.38 ล้านบาท รวมเป็น 19 โครงการ มูลค่างานที่เหลือรวม 8,858.61 ล้านบาท
"ในช่วงไตรมาส 2 บริษัทและบริษัทย่อยได้รับงานใหม่ที่สำคัญประกอบไปด้วยโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำดิบอ่างเก็บน้ำคลองหลวง-ชลบุรี จากบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) มูลค่างาน 1,836 ล้านบาท , โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนทุ่งสง ระยะที่ 1 อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของกรมโยธาธิการและผังเมือง มูลค่างาน 250.51 บาท และในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาบริษัทได้รับงานเพื่มอีก 2 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างสายพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิต ตอน 1 มูลค่าโครงการ 633.01 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างสายพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิต ตอน 3 มูลค่าโครงการ 293.69 ล้านบาท จากกรมทางหลวง