ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

‘เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย’ ยืนหนึ่ง โชว์กำไรปี 62 ทำได้ 252.8 ล้านบาท จ่ายเงินปันผลเป็นหุ้น ในอัตรา 8 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ และจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.14 บาทต่อหุ้น รับแผนเตรียมมูฟจาก mai เข้าซื้อขายในตลาด SET ช่วงครึ่งปีหลัง


'บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย หรือ JKN’ ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล โชว์กำไรสุทธิสุดแกร่ง ทำได้ 252.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากความสำเร็จรุกขยายตลาดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในภูมิภาคอาเซียน ขึ้นแท่นเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ ด้านบอร์ดฯ เคาะจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.14 บาทต่อหุ้น และปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 8 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ รับแผนเพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วอีก 33.7 ล้านบาท ก้าวเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครึ่งปีหลังนี้ ส่วนแผนปี 63 เดินหน้ารุกสร้างตลาดต่างประเทศเต็มตัว      





คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2562 (มกราคม-ธันวาคม) บริษัทฯ ประสบความสำเร็จจากการจำหน่ายลิขสิทธ์คอนเทนต์ในภูมิภาคอาเซียนเป็นอย่างดี ที่ทำรายได้รวม 1,710 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.25% เทียบกับช่วงเดียวปีก่อน ที่มีรายได้รวม 1,422 ล้านบาท โดยปัจจัยมาจากการจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในตลาดต่างประเทศเติบโตถึง 34.7% ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ปรับเพิ่มเป็น 31.5% จากปีก่อน มีสัดส่วนอยู่ที่ 29% ของยอดขายรวม ส่วนตลาดในประเทศเติบโตได้ 20% ถือเป็นอัตราการขยายตัวที่น่าพอใจ แม้ในช่วงปีที่ผ่านมา กสทช. ประกาศให้ผู้ประกอบการคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลก็ตาม    





สำหรับกำไรสุทธิปี 62 ทำได้ 252 ล้านบาท เติบโต 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 227.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากความสามารถจากการทำกำไรขั้นต้น ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 41% จากเดิม 37% เนื่องจากมียอดขายจากการจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากลิขสิทธิ์คอนเทนต์ต่อเรื่องได้ดีขึ้น





“ผลการดำเนินงานของเราในปี 2562 เป็นเครื่องตอกย้ำการเป็นผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในภูมิภาคอาเซียนของ JKN ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมาจากความเชี่ยวชาญในการทำตลาดลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่ผลักดันการเติบโตได้โดดเด่น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพช่วยผลักดันกำไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก และสะท้อนเป็นกำไรสุทธิที่เติบโตต่อเนื่อง” คุณจักรพงษ์ กล่าว





ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท อนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามัญในอัตรา 8 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ คิดเป็นจำนวน 67.5 ล้านหุ้น และจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดอีกในอัตรา 0.14 บาทต่อหุ้น รวมเป็นการจ่ายปันผลทั้งสิ้นประมาณ 0.2025 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) เท่ากับ 5% (คำนวณจากราคาปิด ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563) โดยมีวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับหุ้นปันผลและเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 17 มีนาคม 2563 และจ่ายหุ้นปันผลและเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 พร้อมดำเนินการแจ้งเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 104.8 ล้านหุ้น ในราคาพาร์ 0.50 บาท หรือคิดเป็น 52.4 ล้านบาท  รองรับการจ่ายปันผลเป็นหุ้น การปรับสิทธิของหุ้นกู้แปลงสภาพ และการปรับสิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ JKN-W1 ในครั้งนี้ สอดรับแผนงานที่ต้องการย้ายการซื้อขายหลักทรัพย์ JKN จากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้





ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JKN กล่าวว่า ส่วนแผนงานปีนี้ ตั้งเป้าเติบโต 10% โดยรุกตลาดจำหน่ายลิขสิทธิ์ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์และเวียดนาม) ที่ JKN สามารถเข้าไปขยายตลาดลิขสิทธิ์คอนเทนต์ซีรีส์อินเดีย ฟิลิปปินส์และคอนเทนต์สารคดีชั้นนำจากต่างประเทศเพิ่มเติม รวมถึงขยายตลาดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ซีรีส์ละครไทยจากช่อง 3 ไปยังประเทศใหม่ๆ ในภูมิภาคอาเซียน  ซึ่งมั่นใจว่าจากแผนงานจะผลักดันการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้