<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/attribute/manufacturing_text_th/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/attribute/manufacturing_text_th</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Apr 2026 17:23:52 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[Galaxy S26 Series สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ยอดจองล่วงหน้าทำลายสถิติสูงสุด สะท้อนความเชื่อมั่นคนไทย ตอบรับนวัตกรรม The World’s First Privacy Display]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3700757</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Mar 2026 17:16:16 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3700757</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดมาตรฐานใหม่ของมือถือด้วย Privacy Display นวัตกรรมหน้าจอเพื่อความเป็นส่วนตัวครั้งแรกของโลก บน Galaxy S26 Series Galaxy S26 Series กระแสแรงในไทย ยอดจองล่วงหน้าเติบโต 1.4 เท่า พร้อมสร้างสถิติใหม่ของมือถือแฟลกชิปซัมซุง ตลาดมือถือกำลังเปลี่ยนเกมจากการแข่งขันด้านสเปก สู่การสร้างประสบการณ์ AI Phone Galaxy AI ถูกใช้งานกว่า 400 ล้านเครื่องทั่วโลก สะท้อนบทบาท AI ที่กลายเป็นพื้นฐานของมือถือ ไทยเป็นหนึ่งในตลาด AI Phone ที่ก้าวหน้าที่สุด Daily AI Usage 36% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 24% การใช้งาน Photo Assist และ Generative AI เติบโตเกือบ 50% YoY 60% ของผู้ใช้ให้ความสำคัญกับ Privacy Display ในการตัดสินใจซื้อมือถือ อุตสาหกรรมมือถือกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ และซัมซุงยังคงเป็นแบรนด์ที่เดินนำหน้าอยู่เสมอ สะท้อนจากความสำเร็จล่าสุด ด้วยยอดขายของ Galaxy S26 Series ในประเทศไทย ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อนวัตกรรมของซัมซุงที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดมือถืออีกครั้งด้วย Privacy Display นวัตกรรมหน้าจอเพื่อความเป็นส่วนตัว ที่วันนี้ไม่ใช่แค่การทำเพื่อเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ยกระดับ “ความปลอดภัย” ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ และสะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมมือถือที่กำลังก้าวจากการแข่งขันด้านสเปก สู่การแข่งขันด้านประสบการณ์การใช้งานที่สมาร์ทปลอดภัย และเข้าใจผู้ใช้มากกว่าที่เคย  นายสิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จของ Galaxy S26 Series ในประเทศไทย ไม่ได้สะท้อนเพียงตัวเลขยอดขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อนวัตกรรมของซัมซุงที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง Galaxy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3700757">Galaxy S26 Series สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ยอดจองล่วงหน้าทำลายสถิติสูงสุด สะท้อนความเชื่อมั่นคนไทย ตอบรับนวัตกรรม The World’s First Privacy Display</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปักหมุด &#8220;ฮาลาลไทย&#8221; สู่ Global Hub ComAsia ร่วมกับ SHAPERS Malaysia และสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA)]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3689514</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Feb 2026 08:32:56 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3689514</guid>

					<description><![CDATA[<p>เตรียมจัดงาน MEGA HALAL BANGKOK 2026 ดึงเม็ดเงินมหาศาลจากตลาดมุสลิมโลก 1.17 พันล้านคน อุตสาหกรรมฮาลาลไม่ใช่แค่เรื่องของ &#8220;อาหาร&#8221; อีกต่อไป แต่คือ &#8220;ขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจ&#8221; ใหม่ที่ไทยกำลังเป็นตัวเต็งในระดับสากล ด้วยความพร้อมของสินค้าไทยที่ได้รับการรับรองฮาลาลมากกว่า 160,000 รายการ และตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อตลาดมุสลิมศักยภาพสูงทั้งในอาเซียน เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง มหกรรมการค้า B2B ระดับนานาชาติด้านฮาลาล ณ ศูนย์กลางอาเซียน การจัดงาน MEGA HALAL Bangkok ครั้งแรกในปี 2568 ถือเป็นงานแสดงสินค้าฮาลาลระดับนานาชาติครั้งแรกของประเทศไทย ที่ทำหน้าที่เป็นตลาดกลางครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมฮาลาลโลก โดยรวบรวมสินค้าและบริการที่ได้รับการรับรองฮาลาล รวมถึงโอกาสทางธุรกิจจากหลากหลายประเทศไว้บนแพลตฟอร์มระดับมืออาชีพเพียงแห่งเดียวต่อยอดจากความสำเร็จอย่างโดดเด่นของการจัดงานครั้งแรก MEGA HALAL Bangkok 2026 คาดว่าจะมีผู้แสดงสินค้ามากกว่า 400 ราย จากกว่า 10 ประเทศ อาทิ ประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีนแผ่นดินใหญ่ บังกลาเทศ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และแอฟริกาใต้ โดยนำเสนอสินค้าและนวัตกรรมที่สอดคล้องตามหลักฮาลาล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3689514">ปักหมุด &#8220;ฮาลาลไทย&#8221; สู่ Global Hub ComAsia ร่วมกับ SHAPERS Malaysia และสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กลุ่มธุรกิจเส้นใยของอินโดรามา เวนเจอร์ส และ Jiaren Chemical Recycling จัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อยกระดับการหมุนเวียนในอุตสาหกรรมสิ่งทอระดับโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3664171</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2025 14:52:54 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3664171</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความร่วมมือครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนด้วยเงินลงทุนระดับหลายสิบล้านเหรียญสหรัฐจากอินโดรามา เวนเจอร์ส ในการเพิ่มกำลังการรีไซเคิลของ Jiaren กลุ่มธุรกิจเส้นใย (Fibers) ของอินโดรามา เวนเจอร์ส ผู้จัดจำหน่ายเส้นใยโพลีเอสเตอร์ เส้นด้าย และสิ่งทอทางเทคนิครีไซเคิลชั้นนำระดับโลก จับมือกับ เจียเหริน เคมิคอล รีไซคลิ่ง (Jiaren Chemical Recycling) ผู้นำด้านเทคโนโลยีในการรีไซเคิลโพลีเอสเตอร์เชิงเคมี จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อเร่งขับเคลื่อนการหมุนเวียนในอุตสาหกรรมสิ่งทอระดับโลก ทั้งสองพันธมิตรมีแผนที่จะใช้บริษัทร่วมทุนนี้ในการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์ PET รีไซเคิล (Textile-recycled PET) ให้ได้สูงสุดถึง 100,000 ตันต่อปี ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานสิ่งทอทั่วโลก รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพของคุณค่าที่ทั้งสองบริษัทส่งมอบให้กับอุตสาหกรรม ด้วยฐานการผลิตทั่วโลกของอินโดรามา เวนเจอร์ส ที่ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา (EMEA) และทวีปอเมริกา พร้อมกับความสามารถที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของบริษัทในการสร้างห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้เจ้าของแบรนด์ต่างๆ สามารถจัดตั้งศูนย์ในการจัดหาวัตถุดิบในพื้นที่ได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ ความสามารถของ Jiaren Chemical Recycling ในการจัดหาวัตถุดิบ คัดแยก กำจัดสี และย่อยสลาย-สังเคราะห์สิ่งทอใหม่จากของเสีย (de-/re—polymerize) ทำให้การรีไซเคิลเชิงเคมีในอุตสาหกรรมสิ่งทอสามารถดำเนินการได้ในระดับขนาดใหญ่ ทั้งนี้ เส้นใยโพลีเอสเตอร์และเส้นด้ายจากวัตถุดิบรีไซเคิลนี้ช่วยให้เจ้าของแบรนด์ต่างๆ สามารถบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและลดปริมาณขยะสิ่งทอได้ในระดับอุตสาหกรรม โดยยังคงรักษาคุณสมบัติของวัสดุที่ผู้บริโภครู้จักและไว้วางใจไว้ได้อย่างครบถ้วน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3664171">กลุ่มธุรกิจเส้นใยของอินโดรามา เวนเจอร์ส และ Jiaren Chemical Recycling จัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อยกระดับการหมุนเวียนในอุตสาหกรรมสิ่งทอระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กยท. เร่งหารือผู้ประกอบกิจการยาง วางแนวทางรับมือการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3620727</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jul 2025 09:16:30 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3620727</guid>

					<description><![CDATA[<p>การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หารือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยางพารา วางแนวทางรับมือการปรับขึ้นอัตราจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ 1 ส.ค. 68 เตรียมเคาะสรุปแนวทางระยะสั้น-ระยะกลาง-ระยะยาว อีกครั้ง ย้ำทุกภาคส่วนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการประชุมหารือผลกระทบจากการบังคับใช้ภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐฯ ที่มีต่อผู้ประกอบกิจการยางของไทยว่า จากการที่สหรัฐอเมริกาประกาศอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) การนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ โดยเบื้องต้นประเทศไทยถูกกำหนดอัตราภาษีนำเข้าไว้ที่ 36% (ข้อมูล ณ วันที่ 16 กรกฎาคม 2568) ซึ่งถือว่าสูงมากหากเทียบกับอีกหลายประเทศ โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 กยท. จึงเชิญผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยางพาราเข้าหารือ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางที่เหมาะสมในการรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการบังคับใช้ภาษีนำเข้าสินค้าดังกล่าวของสหรัฐฯ โดยจากการหารือในวันนี้ ผู้ประกอบการมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่ายังไม่อยากให้ตื่นตระหนก เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาและอาจมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งยังต้องรอติดตามความชัดเจนในอัตราภาษีอีกครั้งว่าจะมีการปรับลดลงอีกหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามการเริ่มพูดคุยหารือกันในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการฟังเสียงจากผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ซึ่งจะช่วยให้ กยท. วางแผนเตรียมมาตรการรับมือได้อย่างครอบคลุม ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มวัตถุดิบยาง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3620727">กยท. เร่งหารือผู้ประกอบกิจการยาง วางแนวทางรับมือการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ส.อ.ท. ผนึก 4 พันธมิตร เปิดตัวโครงการ aFTi ดันกำลังคน AI หนุนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3614197</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Jun 2025 08:49:44 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3614197</guid>

					<description><![CDATA[<p>ส.อ.ท. ผนึกกำลัง 4 องค์กรชั้นนำ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AIEI) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และบริษัท อเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AWS จัดทำ “โครงการ aFTi” หรือโครงการพัฒนากำลังคนทักษะสูงด้านปัญญาประดิษฐ์ในผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและผู้ใ0ห้บริการซอฟต์แวร์ด้านอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์(AIEI) โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (PSU) เป็นหัวหน้าโครงการ และบริษัท อเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AWS จัดพิธีเปิดโครงการ aFTi หรือโครงการพัฒนากำลังคนทักษะสูงด้านปัญญาประดิษฐ์ในผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านอุตสาหกรรม โดยมี ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. ให้เกียรติมากล่าวเปิดโครงการ ซึ่งโครงการนี้เป็นไปตามกรอบแผนงานการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนรายได้สูงให้กับประเทศใน 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3614197">ส.อ.ท. ผนึก 4 พันธมิตร เปิดตัวโครงการ aFTi ดันกำลังคน AI หนุนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน ยืนหนึ่งด้านความยั่งยืนรับรางวัล Top 1% กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร จาก S&#038;P Global Sustainability Yearbook Ceremony ประจำปี 2568]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3601293</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 May 2025 10:13:00 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3601293</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เข้ารับรางวัล Top 1% ในงาน S&#38;P Global Sustainability Yearbook Distinction Ceremony ในฐานะบริษัทที่มีความยั่งยืนที่สุดในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของโลก โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อยกย่องบริษัทที่เป็นผู้นำของอุตสาหกรรมทีมีผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่โดดเด่น โดยไทยยูเนี่ยนได้รับคะแนนรวมสูงสุด 85 จาก 100 คะแนน จากการประเมินความยั่งยืนของ S&#38;P Global’s 2024 Corporate Sustainability Assessment (CSA) ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์มาตรฐานด้าน ESG ที่ครอบคลุมที่สุดของโลก ในปีที่ผ่านมามีบริษัทที่ได้รับเชิญเข้ารับการประเมินกว่า 13,000 แห่ง และจากคะแนนที่ได้ทำให้ไทยยูเนี่ยนได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม Top 1% ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของโลก ของ 2025 S&#38;P Global Sustainability Yearbook นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารองค์กร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3601293">ไทยยูเนี่ยน ยืนหนึ่งด้านความยั่งยืนรับรางวัล Top 1% กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร จาก S&amp;P Global Sustainability Yearbook Ceremony ประจำปี 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[บีเอเอสเอฟ ขับเคลื่อนการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ ด้วยนวัตกรรมสารยับยั้งการเกิดไนตริฟิเคชัน Ampliqan® ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไนโตรเจน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3591565</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Apr 2025 10:48:08 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3591565</guid>

					<description><![CDATA[<p>หน่วยธุรกิจ Professional &#38; Specialty Solutions (P&#38;SS) ของบีเอเอสเอฟ ได้เปิดตัวสารยับยั้งการเกิดไนตริฟิเคชันล่าสุด Ampliqan® เป็นนวัตกรรมที่ป้องกันการสูญเสียไนโตรเจนจากการชะล้างไนเตรตและการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์สู่ตลาดปุ๋ย โดยจะพร้อมใช้งานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกภายในปี 2026 เนื่องจากหลายประเทศกำลังดำเนินการเกษตรที่เป็นมิตรกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง สารยับยั้งไนโตรเจนนี้จะช่วยให้ผู้ผลิตปุ๋ยสามารถสร้างความแตกต่างและยกระดับกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายและสิ่งแวดล้อมในอนาคต ไนโตรเจนเป็นหนึ่งในสารอาหารที่สำคัญที่สุดสำหรับพืช เนื่องจากพืชต้องการไนโตรเจนในปริมาณที่เพียงพอเพื่อให้ได้คุณภาพและผลผลิตที่สูง อย่างไรก็ตาม โดยเฉลี่ยแล้วมีเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ของไนโตรเจนที่ถูกดูดซึมโดยพืช โดยส่วนที่เหลือสามารถสูญเสียไปในอากาศกลายเป็นก๊าซเรือนกระจกหรือกระจายลงในน้ำเป็นการชะล้างไนเตรต ซึ่งประสิทธิภาพการใช้ไนโตรเจนต่ำสามารถส่งผลให้เกิดปัญหาหลายประการ นอกจากเกษตรกรต้องสูญเสียศักยภาพในการผลิตจากไนโตรเจนที่สูญเสียไปแล้ว ยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การเกิดยูโทรฟิเคชัน และหมอกพิษ Ampliqan® จะนำเสนออุตสาหกรรมและเกษตรกรด้วยมาตรฐานใหม่ในการเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ไนโตรเจน ปุ๋ยที่มีส่วนผสมของยูเรียหรือแอมโมเนียมจะถูกทำให้เสถียรด้วย Ampliqan ซึ่งช่วยป้องกันจากการชะล้างและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยพลังจากสารออกฤทธิ์ DMPSA-K2 ที่ไปยับยั้งการทำงานของแบคทีเรียเฉพาะ ทำให้สามารถรักษาระดับแอมโมเนียมให้คงที่เป็นเวลานานขึ้น ซึ่งป้องกันไม่ให้ไนเตรตชะล้างออกจากรากพืชลงสู่แหล่งน้ำใต้ดิน พืชจึงได้รับการป้องกันและมีสารอาหารเพียงพอต่อการใช้งาน นอกจากนี้ พืชที่มีแอมโมเนียมประกอบเป็นสารอาหารรอง ยังมีประโยชน์ทำให้สร้างสารอาหารได้มากขึ้น ซึ่งมีผลสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพของพืช Markus Schmid หัวหน้าธุรกิจ N-Management ของ BASF SE ได้กล่าวว่า: “นวัตกรรม Ampliqan® [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3591565">บีเอเอสเอฟ ขับเคลื่อนการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ ด้วยนวัตกรรมสารยับยั้งการเกิดไนตริฟิเคชัน Ampliqan® ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไนโตรเจน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[‘มิชลิน’ ได้รับการจัดอันดับเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์ที่ครองอันดับหนึ่ง ในการประเมินด้านการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ของภาคอุตสาหกรรมยางธรรมชาติ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3473076</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2024 14:13:53 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/manufacturing/3473076</guid>

					<description><![CDATA[<p>ล่าสุด ‘มิชลิน’ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก รั้งตำแหน่งผู้ผลิตยางรถยนต์ที่ครองอันดับหนึ่งถึง 3 ปีติดต่อกันในการประเมินภาคอุตสาหกรรมยางธรรมชาติหรือยางพารา ซึ่งจัดทำโดย SPOTT ทั้งนี้ ในการประเมินผลประจำปี 2567 มิชลินรักษาความเป็นผู้นำในกลุ่มผู้ผลิตยางรถยนต์ที่มีคะแนนสูงสุดเอาไว้ได้ด้วยคะแนน 80.9% เพิ่มสูงขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับปี 2566 อนึ่ง แพลตฟอร์มประเมินผล SPOTT ที่ ZSL พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social, Governance: ESG) ถึง 185 ตัว ซึ่งนำมาใช้ประเมินผลคะแนนของบริษัทหรือองค์กรในด้านนโยบายสาธารณะและพันธกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยข้อมูลที่ได้จากการประเมินช่วยให้ภาคการเงินและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทานสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลคะแนนที่อยู่ในระดับสูงของมิชลินสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานโดยยึดมั่นในมาตรฐานความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ตลอดจนในพันธกิจที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ซึ่งการดำเนินงานด้วยความทุ่มเทดังกล่าวของมิชลินมีความโดดเด่นอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมยางธรรมชาติหรือยางพารา ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้ผลิต ผู้แปรรูป และผู้ผลิตยางรถยนต์ คะแนนรวมในการประเมินของ SPOTT มุ่งเน้นเรื่องการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ คุณภาพและขอบเขตของนโยบาย พันธกิจ ข้อมูลการดำเนินงาน และรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3473076">‘มิชลิน’ ได้รับการจัดอันดับเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์ที่ครองอันดับหนึ่ง ในการประเมินด้านการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ของภาคอุตสาหกรรมยางธรรมชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ภาพรวมอุตสาหกรรม ปี 2567 โดยกาเนช มูรธี ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Microchip Technology Inc.]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3435109</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jan 2024 17:09:46 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/manufacturing/3435109</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2566 เป็นปีที่เริ่มต้นด้วยแรงกระตุ้นทางธุรกิจและต่อมาเศรษฐกิจมหภาคก็เกิดความไม่มั่นคง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าพลวัตรทั้งสองประการดังกล่าวจะขัดแย้งกัน แต่เราก็รับมือกับความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านชุดกลยุทธ์ซึ่งส่งเสริมความมั่นคง ความสามารถในการฟื้นตัว และการเติบโตในระยะยาว การตอบสนองเชิงกลยุทธ์ของเราที่มีต่อการมองเห็นอุปสงค์ (demand visibility) ที่ลดลงนั้นรวมถึงการช่วยลูกค้าบรรเทาความเสี่ยงด้านสินค้าคงคลัง โดยที่ยังระบุผลลัพธ์ที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และลดระยะเวลารอดำเนินการ (lead time) สำหรับผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จาก 52 สัปดาห์เหลือน้อยกว่า 8 สัปดาห์ ความสามารถในการสร้างเงินสดอันแข็งแกร่งของไมโครชิพเน้นย้ำประสิทธิภาพของกลยุทธ์ของเรา ในเดือนพฤศจิกายน เราได้ประกาศจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสติดต่อกันเป็นครั้งที่ 85 ซึ่งเป็นครั้งที่ 79 ที่รายได้เพิ่มขึ้นนับแต่ก่อตั้งบริษัท ในระหว่างปีปฏิทิน 2566 เราได้รับผลตอบแทนประมาณ 1,700,000,000 ดอลลาร์ รวมกับเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืนของผู้ถือหุ้นของเรา ในขณะเดียวกัน การมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์ต่อโซลูชันระบบโดยรวมในแนวโน้มขนาดใหญ่ (megatrend) ที่สำคัญในตลาด (โครงสร้างพื้นฐาน 5G, IoT, ศูนย์ข้อมูล, ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า, ความยั่งยืน, และระบบความปลอดภัย ADAS [Advanced Driver Assistance Systems]) ยังคงขับเคลื่อนกระบวนการส่งมอบสินค้าปริมาณมาก (design-win) ที่มีความราบรื่น และเราเข้าสู่ปี 2567 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3435109">ภาพรวมอุตสาหกรรม ปี 2567 โดยกาเนช มูรธี ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Microchip Technology Inc.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เผยความสำเร็จในการผลักดันอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ 4.0 พร้อมเผยผลการสำรวจระดับความพร้อมอุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศไทยปี 2566]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3419974</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Dec 2023 17:49:24 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/manufacturing/3419974</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน หรือ Sustainable Manufacturing Center (SMC) ภายใต้เมืองนวัตกรรมระบบอัตโนมัติหุ่นยนต์และ- อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (ARIPOLIS) ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) หน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ พันธมิตรภาคอุตสาหกรรม จัดกิจกรรม เปิดบ้านศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน: SMC OPEN HOUSE 2023 ภายใต้แนวคิด “การผลิตแบบยั่งยืน เส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่โลกสีเขียว” ครั้งแรกของการรายงานผลสำรวจ ระดับความพร้อมอุตสาหกรรม 4.0 ของไทย ปี 2566 พร้อมอัปเดตผลงาน ความก้าวหน้าการดำเนินงาน และบริการที่ผ่านมา รวมทั้ง แผนงาน/กิจกรรม ที่จะเกิดขึ้นในปี 2567 ของ SMC ซึ่งภายในงานมี การบรรยายพิเศษจากตัวอย่างความสำเร็จในปรับตัวสู่ Industry 4.0 จากภาคเอกชน ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3419974">เผยความสำเร็จในการผลักดันอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ 4.0 พร้อมเผยผลการสำรวจระดับความพร้อมอุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศไทยปี 2566</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เจนตารีของมาเลเซียและจีไอซีของสิงคโปร์ ร่วมมือกับผู้ก่อตั้งกรีนโค พัฒนาแพลตฟอร์มผลิตแอมโมเนียสีเขียวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3402644</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Oct 2023 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/manufacturing/3402644</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจนตารี (Gentari) บริษัทพลังงานสะอาดในเครือบริษัทปิโตรนาส (Petronas) ของมาเลเซีย และเอเอ็ม กรีน (AM Green) ซึ่งตั้งขึ้นโดยผู้ก่อตั้งบริษัทกรีนโค (Greenko) ได้ประกาศลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้ายร่วมกับบริษัทในเครือของจีไอซี (GIC) เพื่อผลิตแอมโมเนียสีเขียว 5 ล้านตันต่อปี (MTPA) ภายในปี 2573 ซึ่งเทียบเท่ากับไฮโดรเจนสีเขียวประมาณ 1 ล้านตันต่อปี ความร่วมมือดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การผลิตแอมโมเนียสีเขียวในพื้นที่ต่าง ๆ ในอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะเป็นตัวช่วยเร่งความพยายามในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในอินเดียและในตลาดกลุ่มประเทศ OECD การส่งออกแอมโมเนียสีเขียวไปยังประเทศหลัก ๆ ใน OECD เช่น เยอรมนี, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และสิงคโปร์จากแพลตฟอร์มนี้คาดว่าจะเริ่มต้นได้ในช่วงปลายปี 2568 แอมโมเนียสีเขียวจะผลิตโดยเอเอ็ม กรีน แอมโนเนีย โฮลดิงส์ (AM Green Ammonia Holdings) บริษัทย่อยของเอเอ็ม กรีน ซึ่งหลังจากได้รับเงินลงทุนจากเจนตารี, จีไอซี และเอเอ็ม กรีน บริษัทดังกล่าวจะเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับเงินทุนอย่างเต็มที่เพื่อลงทุนเป็นระยะ ๆ ในภูมิภาคต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3402644">เจนตารีของมาเลเซียและจีไอซีของสิงคโปร์ ร่วมมือกับผู้ก่อตั้งกรีนโค พัฒนาแพลตฟอร์มผลิตแอมโมเนียสีเขียวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เหล่าผู้นำแร่ระดับโลกจ่อเข้าร่วมการประชุมฟิวเจอร์ มิเนอรัลส์ ฟอรัม ครั้งที่ 3 ณ กรุงริยาด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3392230</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Oct 2023 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/manufacturing/3392230</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้นำระดับโลกมากกว่า 200 คนจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมแร่จะเข้าร่วมงาน FMF 2567 รวมถึงประธานและซีอีโอของเกลนคอร์, โคเดลโก และวาเล กระทรวงอุตสาหกรรมและทรัพยากรแร่ของซาอุดีอาระเบีย ประกาศว่าจะมีวิทยากรกว่า 200 คน รวมถึงซีอีโอจากบริษัทแร่ชั้นนำของโลก เข้าร่วมงานการประชุมฟิวเจอร์ มิเนอรัลส์ ฟอรัม (Future Minerals Forum หรือ FMF) ครั้งที่ 3 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 มกราคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติคิงอับดุลอะซีซ ในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในจำนวนนี้มีวิทยากรที่เข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก เช่น คุณแกรี เนเกิล (Gary Nagle) ซีอีโอของบริษัทเกลนคอร์ (Glencore) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าโภคภัณฑ์มากกว่า 60 ชนิด, คุณเอดูอาร์โด บาร์โตโลมีโอ (Eduardo Bartolomeo) ซีอีโอของบริษัทวาเล (Vale) ผู้ผลิตแร่เหล็ก นิเกิล และแมงกานีสรายใหญ่ที่สุดในโลก, คุณแม็กซิโม ปาเชโก (Máximo Pacheco) ประธานโคเดลโก (Codelco) บริษัทเหมืองทองแดงรายใหญ่ที่สุดในโลก, คุณมาร์ก คูติฟานี (Mark [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3392230">เหล่าผู้นำแร่ระดับโลกจ่อเข้าร่วมการประชุมฟิวเจอร์ มิเนอรัลส์ ฟอรัม ครั้งที่ 3 ณ กรุงริยาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จินดาล ฮันติ้ง เอ็นเนอร์ยี่ เซอร์วิสเซส (JHESL) ร่วมผลักดันนโยบาย &#8220;อาตฺมนิรภร ภารต&#8221; แห่งอนาคต เปิดตัวโรงงานใหม่ล้ำสมัยในอินเดีย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3386320</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Sep 2023 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/manufacturing/3386320</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ &#8220;อาตฺมนิรภร ภารต&#8221; (AatmaNirbhar Bharat) หรือ &#8220;อินเดียที่พึ่งตัวเองได้&#8221; ของรัฐบาลอินเดีย บริษัท จินดาล ฮันติ้ง เอ็นเนอร์ยี่ เซอร์วิสเซส จำกัด (Jindal Hunting Energy Services Limited) ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกคือ จินดาล ซอว์ จำกัด (Jindal SAW Ltd.) และ ฮันติ้ง เอ็นเนอร์ยี่ เซอร์วิสเซส จำกัด (Hunting Energy Services Ltd.) จึงได้ประกาศเปิดโรงงานแห่งใหม่อย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 18 กันยายน โดยโรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่เคียงข้างโรงงานผลิตท่อไร้รอยต่อของบริษัทจินดาล ซอว์ จำกัด ในเมืองนาศิก รัฐมหาราษฏระ โรงงานใหม่ซึ่งถูกวาดภาพให้เป็น &#8220;ศูนย์ความเป็นเลิศ&#8221; แห่งนี้ ยืนหนึ่งในฐานะโรงงานแรกและโรงงานเดียวในปัจจุบันที่สามารถผลิตและจำหน่ายท่อ (ทั้ง pipe และ tube) และข้อต่อพรีเมียมให้กับตลาดสินค้าท่อเหล็กที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน หรือ OCTG สำหรับภาคธุรกิจน้ำมันและก๊าซของอินเดียได้ จนถึงขณะนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทั้งหมดยังต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลเสียต่อสถานการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในอินเดีย โรงงานแห่งนี้จะมีศักยภาพมากในการส่งออก ซึ่งจะช่วยนำรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศมีค่าเข้าสู่อินเดียได้ คุณพี.อาร์. จินดาล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3386320">จินดาล ฮันติ้ง เอ็นเนอร์ยี่ เซอร์วิสเซส (JHESL) ร่วมผลักดันนโยบาย &#8220;อาตฺมนิรภร ภารต&#8221; แห่งอนาคต เปิดตัวโรงงานใหม่ล้ำสมัยในอินเดีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;ดาต้าอินเทโล&#8221; คาด ตลาดฉลากกาวทั่วโลกโตในอัตรา CAGR 5.4% จนถึงปี 2573]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3356605</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Jul 2023 11:05:00 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/manufacturing/3356605</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการศึกษาตลาดโดยดาต้าอินเทโล (Dataintelo) ในหัวข้อ &#8220;ตลาดฉลากกาวทั่วโลกโดยแบ่งตามประเภท, ตามวัสดุ, ตามประเภทกาว, ตามการใช้งาน, ตามอุตสาหกรรมที่ใช้งาน และภูมิภาค: ขนาด, ส่วนแบ่งตลาด, เทรนด์ และการวิเคราะห์โอกาส ปี 2566-2574&#8221; ตลาดคาดว่าจะขยายตัวในอัตรา CAGR 5.4% ภายในสิ้นปี 2573 ผู้เล่นรายสำคัญที่มีในรายงาน ดาวน์โหลดตัวอย่าง PDF ได้ที่: https://dataintelo.com/request-sample/?reportId=192951 รายงานฉบับนี้พูดถึงข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์ใหม่ ๆ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาด โอกาสในการเติบโต และข้อจำกัดที่อาจเปลี่ยนแปลงพลวัตของตลาด โดยนำเสนอการวิเคราะห์เจาะลึกในส่วนต่าง ๆ ของตลาด ผู้เล่นในอุตสาหกรรม และกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ผู้เล่นในตลาดสามารถขยายธุรกิจของตนได้ ติดต่อสอบถามได้ที่: https://dataintelo.com/enquiry-before-buying/?reportId=192951 สาระสำคัญ: อ่านรายงานฉบับเต็มทั้งหมด 216 หน้าได้ที่: https://dataintelo.com/checkout/?reportId=192951 ส่วนตลาดที่มีในรายงาน ประเภท วัสดุ ประเภทกาว การใช้งาน อุตสาหกรรมที่ใช้งาน ภูมิภาค รายงานที่เกี่ยวข้อง: ติดต่อ: โทร: +1 909 414 1393อีเมล: sales@dataintelo.comเว็บ: https://dataintelo.com/ โลโก้: https://mma.prnewswire.com/media/2099960/4098860/Dataintelo_Logo.jpg</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3356605">&#8220;ดาต้าอินเทโล&#8221; คาด ตลาดฉลากกาวทั่วโลกโตในอัตรา CAGR 5.4% จนถึงปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;อาร์เอส กรุ๊ป&#8221; ร่วมโชว์นวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่งานเนปคอน ไทยแลนด์ 2566]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3349017</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jun 2023 11:00:00 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/manufacturing/3349017</guid>

					<description><![CDATA[<p>สัมผัสกับผลิตภัณฑ์สุดล้ำจากฟีนิกซ์ คอนแท็คท์ , โอเคดู, อาร์เอส โปร และดอมนิค (ประเทศไทย) ด้วยตนเองได้ตั้งแต่วันที่ 21-24 มิถุนายนนี้ อาร์เอส กรุ๊ป (RS Group plc) (LSE: RS1) บริษัทชั้นนำระดับโลกผู้ให้บริการโซลูชันผลิตภัณฑ์และบริการหลากหลายช่องทาง ประกาศเข้าร่วมจัดแสดงในงานเนปคอน ไทยแลนด์ 2566 (NEPCON Thailand 2023) งานจัดแสดงสินค้าอันดับหนึ่งของอาเซียนในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยอาร์เอสเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความล้ำหน้าจากแบรนด์ชั้นนำในวันที่ 21-24 มิถุนายนนี้ ไม่ว่าจะเป็นฟีนิกซ์ คอนแท็คท์ (Phoenix Contact) โอเคดู (OKDO) อาร์เอส โปร (RS PRO) และดอมนิค (Dominick) ซึ่งล้วนแล้วแต่จะเข้ามาพลิกโฉมประสบการณ์ที่มีกับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คุณกัญทร โพธิ์กลัด ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า &#8220;ที่อาร์เอส เรามุ่งสร้างสิ่งน่าอัศจรรย์ โดยจัดหาโซลูชันและผลิตภัณฑ์มากมายหลายชนิด เพื่อตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนของลูกค้า และนอกเหนือจากการให้ลูกค้าได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่ปฏิวัติวงการของเราด้วยตนเองที่งานเนปคอนแล้ว บรรดาผู้เชี่ยวชาญภายในงานยังเตรียมนำเสนอประสบการณ์แบบฉบับอาร์เอสให้ได้เห็นกันด้วย ซึ่งจะคอยให้ความช่วยเหลือและข้อมูลเชิงลึก และช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างถูกต้อง&#8221; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3349017">&#8220;อาร์เอส กรุ๊ป&#8221; ร่วมโชว์นวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่งานเนปคอน ไทยแลนด์ 2566</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[HARN เซ็น MOU ความร่วมมือทางวิชาการกับ SANYO และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3341626</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 May 2023 10:51:16 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/education/3341626</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณวิรัฐ สุขชัย ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่การตลาดธุรกิจระบบทำความเย็น และคุณกิตติพงษ์ กิตติเมธาวีนันท์ ผู้อำนวยการสายงานขายธุรกิจระบบทำความเย็น ตัวแทน HARN ลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ร่วมกับ รศ. ดร.สมิตร ส่งพิริยะกิจ คณบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และคุณสุทธิพงษ์ มะลิอ่อง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันโย เอส.เอ็ม.ไอ. (ไทยแลนด) จำกัด ความร่วมมือทางวิชาการมีวัตถุประสงค์เพื่อ ดำเนินงานวิชาการ วิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์ การให้คำปรึกษา ฝึกอบรม การออกแบบ การซ่อมบำรุง และการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้ และการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในภาคอุตสาหกรรมระบบทำความเย็นของประเทศ สำหรับธุรกิจระบบทำความเย็น HARN มีผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบและให้คำปรึกษา ระบบทำความเย็นมานานกว่า 50 ปี โดยทีมงานวิศวกรรมที่มากด้วยความรู้และประสบการณ์ พร้อมส่งมอบโซลูชั่นส์ระบบทำความเย็น นวัตกรรมเพื่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมครับ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3341626">HARN เซ็น MOU ความร่วมมือทางวิชาการกับ SANYO และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม มจพ. จัดฝึกอบรมหลักสูตรบุคลากรสิ่งแวดล้อม ประจำโรงงาน ประจำปี 2566]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3340083</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 May 2023 10:59:49 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/education/3340083</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) จัดฝึกอบรม &#8220;หลักสูตรบุคลากรสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน&#8221; ประจำปี 2566 ฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรม กรุงเทพฯ และศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์เพื่ออุตสาหกรรม ระยอง โดยวัตถุประสงค์ เพื่อให้โรงงานตามรายการที่กำหนด ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่อง การกำหนดชนิดและขนาดของโรงงาน กำหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กำหนดคุณสมบัติของผู้ควบคุมดูแล ผู้ปฏิบัติงานประจำ และหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียน ผู้ควบคุมดูแลสำหรับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ พ.ศ. 2545 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ต้องมีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงานตามที่กำหนด หลักสูตรบุคลากรสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน ประจำปี 2566 มีรายละเอียดดังนี้ 1) ศูนย์ฝึกอบรม กรุงเทพฯ 2) ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์เพื่ออุตสาหกรรม ระยอง คุณสมบัติผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรผู้จัดการสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน และเป็นพนักงานของโรงงานที่ดำรงตำแหน่งในระดับผู้จัดการซึ่งผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้จัดการสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ที่สนใจทั่วไปเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อม อบรมโดย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม สอบรายละเอียดได้ที่ สำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ชั้น 8 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3340083">สำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม มจพ. จัดฝึกอบรมหลักสูตรบุคลากรสิ่งแวดล้อม ประจำโรงงาน ประจำปี 2566</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เวทานตะ อลูมิเนียม ได้รับการรับรองมาตรฐานการดำเนินงาน ASI]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3334699</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 May 2023 11:00:00 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/manufacturing/3334699</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวทานตะ ลิมิเต็ด – ธุรกิจอลูมิเนียม (Vedanta Aluminium หรือเวทานตะ อลูมิเนียม) ผู้ผลิตอลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ได้รับการรับรองมาตรฐานการดำเนินงาน ASI Performance Standard V2 (2017) สำหรับโรงถลุงแร่ที่ตั้งอยู่ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษในเมืองฌารซูกูดา รัฐโอฑิศา ประเทศอินเดีย บริษัทฯ ได้รับการรับรองสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมเบื้องต้นทั้งหมดในรูปแบบของแท่งอลูมิเนียม, ลวดอลูมิเนียม, อัลลอยหลักสำหรับโรงหล่อ (PFA), แท่งหล่อ (ingot) และแท่งหล่อขนาดใหญ่ (sow ingot) รวมถึงผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมคาร์บอนต่ำแบรนด์ &#8216;Restora&#8217; โปรแกรมการรับรอง ASI เป็นโครงการริเริ่มมาตรฐานความยั่งยืนโดยสมัครใจเพียงหนึ่งเดียวที่ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าอลูมิเนียม โดยได้รับการพัฒนาผ่านกระบวนการปรึกษาหารือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย ASI Performance Standard V2 (2017) กำหนดหลักการและหลักเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม, สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาความยั่งยืนในห่วงโซ่คุณค่าอลูมิเนียม และกำหนดเกณฑ์ 59 ข้อภายใต้ 3 เสาหลักแห่งความยั่งยืน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม, สังคม และธรรมาภิบาล เกณฑ์เหล่านี้จัดการกับประเด็นสำคัญต่าง ๆ เช่น ความหลากหลายทางชีวภาพ, สิทธิแรงงาน, สิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คุณฟิโอนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3334699">เวทานตะ อลูมิเนียม ได้รับการรับรองมาตรฐานการดำเนินงาน ASI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อินเตอร์เพล็กซ์บรรลุเกณฑ์มาตรฐานความยั่งยืนในระดับสูงสุด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3327959</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Apr 2023 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/manufacturing/3327959</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้ผลิตอุปกรณ์เชื่อมต่อได้รับการรับรองระดับแพลทินัมจากอีโควาดิสอันทรงเกียรติเป็นปีที่สองติดต่อกัน พร้อมกวาดสองรางวัลจากเอเชีย ซัสเทนอะบิลิตี้ รีพอร์ตติ้ง อวอร์ดส์ อินเตอร์เพล็กซ์ (Interplex) ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำด้านความยั่งยืนด้วยการได้รับการรับรองระดับแพลทินัมอีกครั้งจากสถาบันจัดอันดับอีโควาดิส (EcoVadis) โดยอินเตอร์เพล็กซ์เป็นผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบขั้นสูงและการผลิตขั้วต่อแบบกำหนดเองและโซลูชันผลิตภัณฑ์ที่มีความแม่นยำสูง การรับรองด้านความยั่งยืนของอีโควาดิสเป็นที่ยอมรับทั่วทั้งภาคส่วนอุตสาหกรรม เนื่องจากกำหนดให้ต้องมีการวิเคราะห์อย่างละเอียดในทุก ๆ แง่มุมของการดำเนินธุรกิจ เมื่อได้รับการจัดอันดับอยู่ในเกรดแพลทินัม อินเตอร์เพล็กซ์จึงจัดอยู่ในกลุ่ม 1% แรกจากบริษัทมากกว่า 100,000 แห่งที่ได้รับการประเมินทุกปี ด้วยเหตุนี้ ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของอินเตอร์เพล็กซ์จึงมั่นใจได้อย่างเต็มที่ในมาตรฐานด้านจริยธรรมและสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ นอกจากการรับรองระดับแพลทินัมจากอีโควาดิสแล้ว อินเตอร์เพล็กซ์ยังได้รับรางวัลจากเอเชีย ซัสเทนอะบิลิตี้ รีพอร์ตติ้ง อวอร์ดส์ (Asia Sustainability Reporting Awards) อีกด้วย โดยบริษัทฯ เข้ารอบชอร์ตลิสต์ในรางวัล 3 สาขา โดยได้รับเหรียญทองสาขารายงานความยั่งยืนยอดเยี่ยมโดยบริษัทเอกชน (Best Sustainability Report by a Private Company) และเหรียญทองแดงสาขาการรายงานด้านสภาพอากาศที่ดีที่สุด (Best Climate Reporting) อินเตอร์เพล็กซ์ดำเนินโครงการริเริ่มด้านความยั่งยืนที่หลากหลายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โครงการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น การลดปริมาณของเสีย การจัดการสารเคมีให้ดีขึ้น และการอนุรักษ์น้ำ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3327959">อินเตอร์เพล็กซ์บรรลุเกณฑ์มาตรฐานความยั่งยืนในระดับสูงสุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สถาบันพลาสติก เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมสัมมนา ในหัวข้อ “FORWARDING TO PLASTICS SUPPLY CHAIN SUSTAINABILITY 2023 ทันเทรนด์โลก เตรียมพร้อมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/exhibition/3316168</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Mar 2023 13:32:12 +0700</pubDate>
				<category>exhibition</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/exhibition/3316168</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยวิกฤตการณ์โลกร้อน และปัญหามลภาวะด้านสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก สิ่งมีชีวิตทุกชีวิต ต้องรับเคราะห์กรรมที่เกิดขึ้นกันอย่างถ้วนหน้า ภาคอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น โดยกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การใช้พลังงาน การขนส่ง การกำจัด และกิจกรรมอื่นๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น เหล่าผู้มีอำนาจในประเทศต่างๆ จึงไม่อาจนิ่งเฉยกันได้อีกต่อไป ได้มีการประชุมความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อออกมาตรการความร่วมมือ เพื่อช่วยเหลือและรักษาโลกของเราให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน โดยการกำหนดนโยบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การบริหารจัดการคาร์บอนของแต่ละประเทศ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนเพื่อลดการปลดปล่อยมลพิษ รวมไปถึงการจัดการให้อุตสาหกรรมมีการช่วยดูแลโลกได้ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทั่วโลกจึงต่างให้ความสำคัญ ด้วยการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวประเทศไทยจึงได้มีนโยบายสำหรับบริหารจัดการภายใต้แนวคิด BCG Model สถาบันพลาสติกจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในนโยบายที่ผู้ประกอบการจะต้องมีการปรับแนวคิดและสร้างการดำเนินการให้สอดคล้อง อุตสาหกรรมพลาสติกจึงถือเป็นหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีความกว้างขว้าง และมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่หลากหลาย     สถาบันพลาสติกได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าวจึงได้ จัดสัมมนาในหัวข้อ “Forwarding to Plastics Supply Chain Sustainability 2023 ทันเทรนด์โลก เตรียมพร้อมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เพื่อให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลาสติกและผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่เกี่ยวข้อง ได้รับรู้ถึงสถานการณ์และแนวโน้มของโลกในปัจจุบัน ที่ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมพลาสติกโดยตรง ตลอดจนแนวทางหรือวิธีการรับมือกับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เพื่อนำไปปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ให้อยู่รอดในอุตสาหกรรมและเติบโตได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับสถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน สัมมนาในหัวข้อ “Forwarding to [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/exhibition/3316168">สถาบันพลาสติก เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมสัมมนา ในหัวข้อ “FORWARDING TO PLASTICS SUPPLY CHAIN SUSTAINABILITY 2023 ทันเทรนด์โลก เตรียมพร้อมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
