<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/attribute/finance_th/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/attribute/finance_th</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 May 2026 18:00:10 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[INET เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ย [5.25-5.65] % เดือน ก.ค. นี้ พร้อมเปิดเวที Investor Insight 2026 ชูวิสัยทัศน์ธุรกิจดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3726089</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 17:40:20 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3726089</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย เดินหน้าขยายการลงทุนด้าน Digital Infrastructure เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ระยะยาวจำนวน 2 ชุด แก่นักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนสถาบัน ในเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อนำเงินไปสนับสนุนการขยายธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเตรียมจัดกิจกรรม Investor Insight 2026 เพื่อเปิดมุมมองด้านธุรกิจ แผนการลงทุน และวิสัยทัศน์องค์กรแก่ผู้ลงทุนและผู้สนใจ ปัจจุบันแนวโน้มการใช้บริการด้าน Cloud, Data Center และระบบประมวลผลข้อมูลมีการเติบโตต่อเนื่อง จากการที่องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนเร่งปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล รวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยี AI ที่ส่งผลให้ความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้น ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัยไซเบอร์ และความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ สำหรับหุ้นกู้ที่ INET เตรียมเสนอขาย แบ่งออกเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้ชุดที่ 1 รุ่น INET28OB อายุ 2 ปี 3 เดือน 13 วัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3726089">INET เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ย [5.25-5.65] % เดือน ก.ค. นี้ พร้อมเปิดเวที Investor Insight 2026 ชูวิสัยทัศน์ธุรกิจดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[AGE โชว์กำไร Q1/69 โต 139.5% พร้อมรุก Green Business ต่อเนื่อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3726038</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 17:27:34 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3726038</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวปณิตา ควรสถาพร (ซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นายลิขิต เลาบวรเศรษฐี (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ “AGE” ร่วมนำเสนอข้อมูลบริษัทฯ ภายในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน ประจำไตรมาส 1/2569 (Earnings Call Q1/2026) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยบริษัทฯ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการติดตั้ง Solar Rooftop รวม 972.36 kWp การขยายธุรกิจ EV และโลจิสติกส์สีเขียว พร้อมรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 102.4 ล้านบาท เติบโต 139.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตอกย้ำถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจ และสะท้อนถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3726038">AGE โชว์กำไร Q1/69 โต 139.5% พร้อมรุก Green Business ต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วิจัยกรุงศรีปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 สู่ 1.9% ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงภายนอกและข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง แม้มาตรการภาครัฐยังช่วยหนุน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725992</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 16:20:35 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725992</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกปี 2569 ขยายตัวเกินคาดที่ 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่แรงขับเคลื่อนหลักมาจากปัจจัยชั่วคราว อาทิ การเร่งส่งออกล่วงหน้า (Front-loading) ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ การเร่งซื้อรถยนต์ EV การฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนหลังการเลือกตั้ง รวมถึงการสะสมสินค้าคงคลัง นอกจากนี้ การนำเข้าที่เร่งตัวสูงส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ไตรมาส สะท้อนถึงผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นและเริ่มกดดันเศรษฐกิจไทยตั้งแต่ปลายไตรมาสแรก วิจัยกรุงศรีคาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโต 1.9% ชะลอลงจาก 2.4% ในปี 2568 แม้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะช่วยพยุงการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี แต่แรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ตลอดจนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ จะทำให้แรงส่งของเศรษฐกิจโดยรวมอ่อนแอลงจากปีก่อน โดยการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 4 ปี สาเหตุหลักมาจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นตามราคาพลังงาน ขณะที่รายได้ภาคครัวเรือนโดยเฉพาะรายได้ภาคการเกษตรขยายตัวในระดับต่ำ ประกอบกับหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งกดดันกำลังซื้อโดยรวม ขณะที่การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวยังคงล่าช้า โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นและความกังวลด้านความปลอดภัยจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกลจากยุโรป สหรัฐฯ และตะวันออกกลาง ผนวกกับการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น ด้านการส่งออกแม้ว่าจะขยายตัวได้ดีในไตรมาสแรก แต่มีแนวโน้มชะลอตัวในช่วงที่เหลือของปี จากอุปสงค์โลกที่อ่อนแรงลง ประกอบกับความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการภาษีนำเข้า ทั้งในมิติของอัตราภาษีและความครอบคลุมของสินค้า ขณะเดียวกัน การนำเข้ามีแนวโน้มเร่งขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725992">วิจัยกรุงศรีปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 สู่ 1.9% ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงภายนอกและข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง แม้มาตรการภาครัฐยังช่วยหนุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. ออกแนวปฏิบัติเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการทำความรู้จัก ติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725986</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 16:15:58 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725986</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน เพื่อยกระดับกระบวนการทำความรู้จักลูกค้า การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และการติดตามตรวจสอบธุรกรรมของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง และสามารถป้องกันและยับยั้งไม่ให้ตลาดทุนถูกใช้เป็นช่องทางการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก.ล.ต. ได้ออกแนวปฏิบัติกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการอย่างเข้มข้นตั้งแต่กระบวนการเปิดบัญชี การระบุผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner: UBO) โดยเฉพาะกรณีนิติบุคคล การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของแหล่งที่มาของเงิน ตลอดจนการติดตามพฤติกรรมการทำธุรกรรม หากพบความผิดปกติให้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับที่เข้มข้น (Enhanced CDD) และรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) นอกจากนี้ ยังกำหนดมาตรการควบคุมธุรกรรมเงินเข้า – ออกบัญชี ให้สามารถตรวจสอบที่มาได้อย่างชัดเจน (audit trail) เช่น การรับ &#8211; โอนเงินผ่านบัญชีที่มีชื่อเดียวกับลูกค้า เพื่อป้องกันบัญชีม้าและการฟอกเงิน ทั้งนี้ แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน ปปง. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และภาคธุรกิจในตลาดทุน เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลง และเสริมความเข้มแข็งในการป้องกันการกระทำผิดในระบบตลาดทุนโดยรวม นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725986">ก.ล.ต. ออกแนวปฏิบัติเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการทำความรู้จัก ติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.200 บาท วันที่ 25 มิ.ย. 2569 นี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725983</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 16:09:08 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725983</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate &#38; Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) เตรียมนำเงินสดจากการดำเนินงาน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 และเงินสดจากการดำเนินงานคงเหลือสะสม จ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในรูปการลดทุนจดทะเบียน หน่วยละ 0.200 บาท ด้วยการลดมูลค่าที่ตราไว้ จากหน่วยละ 6.746 บาท เหลือหน่วยละ 6.546 บาท โดยบริษัทจัดการกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินลดทุนในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 และจะจ่ายเงินลดทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 คิดเป็นเงินปันผลและเงินลดทุน รวมทั้งสิ้น 8.596 บาทต่อหน่วย นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนจนถึงผลประกอบการสิ้นสุดวันที่ 31 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725983">BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.200 บาท วันที่ 25 มิ.ย. 2569 นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรุงไทย จับมือ องค์การสุรา กรมสรรพสามิต ยกระดับธุรกรรมการเงินและระบบภาษีสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบด้วย Krungthai BUSINESS]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725974</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 15:26:54 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725974</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกรุงไทย ผนึกกำลัง องค์การสุรา กรมสรรพสามิต ยกระดับการบริหารจัดการทางการเงินและภาษีผ่านแพลตฟอร์ม &#8220;Krungthai BUSINESS&#8221; เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความถูกต้องแม่นยำในการดำเนินงาน เสริมสร้างมาตรฐานการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ดิจิทัล พร้อมอำนวยความสะดวกแก่คู่ค้าตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ โดยมี นางสาวอัญชลี จรัสยศวุฒิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และนายสุริยา วงทะนี รองผู้อำนวยการองค์การสุราฝ่ายบริหาร รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การสุรา ร่วมประกาศความร่วมมือ ณ อาคารฝ่ายบริหาร องค์การสุราฯ ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ธนาคารได้นำโซลูชันทางการเงินดิจิทัลเข้ามายกระดับการบริหารจัดการด้านการเงินอย่างครบวงจร เพื่อ “ก้าวที่ครบ ธุรกิจไปได้ไกลกว่า” ด้วยการนำแพลตฟอร์ม Krungthai BUSINESS มาสนับสนุนการดำเนินงานขององค์การสุราฯ ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ (Food Grade) ชั้นนำของประเทศ เพื่อช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรมการรับ-จ่ายเงิน พร้อมยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลภายใต้หลักธรรมาภิบาลผ่านระบบที่ตรวจสอบได้ ดังนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย พร้อมตอกย้ำเจตนารมณ์ขององค์การสุราในการยกระดับการให้บริการแก่ทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการรายย่อย ภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ และภาคการศึกษา ด้วยระบบการดำเนินงานที่มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของธนาคารกรุงไทยในฐานะพันธมิตรที่พร้อมเติบโตเคียงข้างลูกค้า เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725974">กรุงไทย จับมือ องค์การสุรา กรมสรรพสามิต ยกระดับธุรกรรมการเงินและระบบภาษีสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบด้วย Krungthai BUSINESS</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[SC ผนึกธนาคารชั้นนำ ส่งโปรบัตรเครดิตสุดคุ้มในงาน SC Days 2026 ชูผ่อนค่าจอง-ทำสัญญา 0% นาน 10 เดือน* พร้อมรับพ้อยท์ 5 เท่า* เพิ่มความยืดหยุ่นให้คนซื้อบ้านและคอนโด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725963</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 15:21:02 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725963</guid>

					<description><![CDATA[<p>SC จัดงาน ‘SC Days 2026’ อีเวนท์ครั้งใหญ่แห่งปีจาก SC ที่รวมที่อยู่อาศัยคุณภาพไว้ให้คุณเลือกเป็นเจ้าของ ภายใต้แนวคิด ‘Own The New SC’ พร้อมผนึกกำลังธนาคารและสถาบันการเงินชั้นนำ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย และ คาร์ด เอกซ์ ร่วมมอบข้อเสนอทางการเงินพิเศษภายในงาน เพื่อช่วยให้การเริ่มต้นเป็นเจ้าของบ้านและคอนโดคุณภาพจาก SC ง่ายขึ้น คุ้มค่าขึ้น และบริหารค่าใช้จ่ายก้อนแรกได้ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ระหว่างวันที่ 26–31 พฤษภาคม 2569 ณ Fashion Hall ชั้น 1 สยามพารากอน เพียง 6 วันเท่านั้น ไฮไลต์สำคัญของงานครั้งนี้ คือโปรโมชันสำหรับลูกค้าที่ชำระค่าจองหรือค่าทำสัญญาผ่านบัตรเครดิต ได้แก่ ผ่อนค่าจองหรือค่าทำสัญญา 0% นาน 10 เดือน* เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเงินก้อนแรก และ รับพ้อยท์ 5 เท่า เมื่อชำระค่าจองหรือค่าทำสัญญา* เพิ่มความคุ้มค่าให้กับทุกการตัดสินใจภายในงาน โดยโปรโมชันดังกล่าวออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่กำลังวางแผนซื้อที่อยู่อาศัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725963">SC ผนึกธนาคารชั้นนำ ส่งโปรบัตรเครดิตสุดคุ้มในงาน SC Days 2026 ชูผ่อนค่าจอง-ทำสัญญา 0% นาน 10 เดือน* พร้อมรับพ้อยท์ 5 เท่า* เพิ่มความยืดหยุ่นให้คนซื้อบ้านและคอนโด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทีทีบี ฟินทิป แนะทางรอดมนุษย์เงินเดือน ช่วยวางแผนรายรับ &#8211; รายจ่ายอย่างมีวินัย ใช้เงินได้อย่างสบายใจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725884</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 11:34:12 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725884</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ค่าครองชีพสูงมนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจไม่ได้กลัว “งานหนัก” เท่าไหร่ แต่กลับกังวลว่า “เงินจะหมดก่อนสิ้นเดือน” มากกว่า เพราะทันทีที่เงินเดือนเข้า ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะค่ากิน ค่าเดินทาง หรือค่าผ่อน ก็เหมือนนัดกันไหลออกจากบัญชีแทบจะทันทีได้รับเงินเดือน  สิ่งที่จะทำให้เป็น “ทางรอด” วันนี้ อาจไม่ใช่แค่การหาเงินให้มากขึ้นอย่างเดียว แต่คือการรู้จัก “ใช้เงินให้เป็น” เพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่ได้ในโลกที่ทุกอย่างแพงขึ้นทุกวัน fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ ชวนมนุษย์เงินเดือนลองปรับมุมมอง ด้วย 3 หลักคิดง่าย ๆ ที่ช่วยให้การเงินดีขึ้นได้จริง และยังใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข “อยู่ให้เป็น” &#8211; จัดการเงินให้รอดก่อน แล้วค่อยใช้ หลายคนเผลอใช้เงินก่อน แล้วคิดว่า “เหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ” ซึ่งการคิดแบบนี้จะทำให้เราไม่มีเงินเก็บใช้ในยากที่จำเป็น ถ้าอยากเริ่มวางแผน ลองปรับวิธีคิดใหม่ เริ่มจากการแบ่งเงินง่าย ๆ ดังนี้ 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าใช้จ่ายด้านการอุปโภคบริโภค ที่อยู่อาศัย และการเดินทาง 30% ค่าใช้จ่ายด้านไลฟ์สไตล์ เช่น ช้อปปิ้ง เที่ยว ให้รางวัลตัวเอง 20% เก็บเป็นเงินออมทันทีที่เงินเข้า เผื่อไว้เป็นเงินออม หรือ เก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725884">ทีทีบี ฟินทิป แนะทางรอดมนุษย์เงินเดือน ช่วยวางแผนรายรับ &#8211; รายจ่ายอย่างมีวินัย ใช้เงินได้อย่างสบายใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[WASH เปิดตัว CEO ใหม่ นิค ชิษณุพันธ์ สานต่อกลยุทธ์ ขยายธุรกิจร้านสะดวกซัก ด้วยโมเดลบริหารร้านเอง Co-Founder พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725881</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 11:33:20 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725881</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH ผู้ให้บริการร้านสะดวกซักครบวงจรชั้นนำของไทยภายใต้แบรนด์ &#8220;WashXpress&#8221; ประกาศก้าวสำคัญด้านการบริหารองค์กร ด้วยการแต่งตั้ง นายชิษณุพันธ์ ตั้งเฉลิมกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่างเป็นทางการ ในขณะเดียวกัน นายกวิน กลองกระโทก ผู้ร่วมก่อตั้งซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อนองค์กรในระยะแรกจนนำบริษัทฯเข้าตลาดหลักทรัพย์ จะรับหน้าที่กรรมการบริหาร มุ่งเน้นการกำหนดวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และการพัฒนาองค์กรในระยะยาว การแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมที่จะพาองค์กรเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น พร้อมรับมือกับโอกาสทางธุรกิจในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH กล่าวว่า &#8220;นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2561 โดยผู้ร่วมก่อตั้ง 4 ท่าน ซึ่งรวมถึง คุณกวิน กลองกระโทกและ คุณชิษณุพันธ์ ตั้งเฉลิมกุล ร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจWASH มาด้วยกัน ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า Business Model ที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของและบริหารสาขาด้วยตนเองสร้างผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งทั้งด้านคุณภาพและผลการดำเนินงาน การปรับเปลี่ยน CEO จากคุณกวินเป็นคุณชิษณุพันธ์ในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดทางสู่เส้นทางในอนาคตของ WASH เพื่อเสริมโอกาสการเติบโตที่รออยู่ข้างหน้า และเตรียมพร้อมดึงผู้บริหารมืออาชีพมาเสริมทีมบริหารให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและสร้างคุณค่าสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น   โดยการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตนั้น ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับองค์กรในยุคสมัยแห่งความผันผวน และเป็นวิธีคิดขององค์กรที่ยืดหยุ่นและพร้อมเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาเมื่อฉากทัศน์เปลี่ยนไป” นายกวิน กลองกระโทก  กรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH กล่าวว่า &#8220;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725881">WASH เปิดตัว CEO ใหม่ นิค ชิษณุพันธ์ สานต่อกลยุทธ์ ขยายธุรกิจร้านสะดวกซัก ด้วยโมเดลบริหารร้านเอง Co-Founder พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[MTC ปลื้ม! หุ้นกู้ 5 ชุดใหม่ มูลค่า 10,000 ลบ.ขายเกลี้ยง สะท้อนเชื่อมั่นนักลงทุนต่อศักยภาพธุรกิจมาตรฐานระดับโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725870</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 10:56:39 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725870</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดินหน้าขยายโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน หนุนเศรษฐกิจฐานราก บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) ประกาศความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ 5 ชุดใหม่ ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปมูลค่า 10,000 ล้านบาท ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม “ขายหมดเกลี้ยง” สะท้อนความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานธุรกิจและเสถียรภาพทางการเงิน ในฐานะผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ของไทยที่ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานระดับสากล (World-class Thai Microfinance) พร้อมเดินหน้าขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนคุณภาพ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากเติบโตอย่างยั่งยืน นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) เปิดเผยว่า หุ้นกู้จำนวน 5 ชุด มูลค่า 10,000 ล้านบาท ที่บริษัทฯเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 26 – 28 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน และสามารถจำหน่ายได้ครบทั้งจำนวนที่เสนอขาย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตและความแข็งแกร่งของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง สำหรับหุ้นกู้ทั้ง 5 ชุด เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725870">MTC ปลื้ม! หุ้นกู้ 5 ชุดใหม่ มูลค่า 10,000 ลบ.ขายเกลี้ยง สะท้อนเชื่อมั่นนักลงทุนต่อศักยภาพธุรกิจมาตรฐานระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[KBank และ Ant International ร่วมมือยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการเงิน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725857</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 10:17:21 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725857</guid>

					<description><![CDATA[<p>เสริมศักยภาพการโอนเงินระหว่างประเทศและการบริหารสภาพคล่องในประเทศไทย กสิกรไทย และ แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล (Ant International) ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ MOU ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ผนึกกำลังยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการเงิน พร้อมชูเทคโนโลยี Financial AI เพื่อเสริมศักยภาพการโอนเงินข้ามประเทศ และการบริหารสภาพคล่องในประเทศไทย สำหรับลูกค้าและร้านค้าที่เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายของ Ant International เพื่อรองรับธุรกรรมทางการเงินข้ามพรมแดนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการเงินดิจิทัลระดับภูมิภาค ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ข้อจำกัดสำคัญของการทำธุรกรรมทางการเงิน ตลอดจนการบริหารสภาพคล่องระหว่างประเทศแบบดั้งเดิม เป็นผลมาจากโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ยังไม่สามารถเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ควบคู่กับบริการทางการเงินภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกสิกรไทย สามารถยกระดับการให้บริหารจัดการสภาพคล่องของลูกค้า ให้มีความต่อเนื่อง โปร่งใส และสามารถรองรับการขยายของธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธนาคารกสิกรไทยจึงร่วมกับ Ant International ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการเงินและการชำระเงินดิจิทัล ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU เพื่อร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแห่งอนาคต ด้วยการนำบัญชีเงินฝากบนบล็อกเชน (Blockchain Deposit Accounts) จาก Kinexys by J.P. Morgan ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจบล็อกเชนชั้นนำภายใต้ J.P. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725857">KBank และ Ant International ร่วมมือยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการเงิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TRT กำไร Q1/69 พุ่ง 249% แจกปันผลระหว่างกาลทันที 0.15 บาท ตุน Backlog 3.48 พันล้านบาท ลุยตลาดโลกเต็มสูบ พร้อมชูนโยบายปันผล 2-4 ครั้งต่อปี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725847</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 09:54:21 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725847</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT โชว์ศักยภาพ &#8220;Global Energy Infrastructure Player&#8221; เต็มตัว หลังผลประกอบการไตรมาส 1/2569 เติบโตแข็งแกร่ง กำไรสุทธิแตะ 161 ล้านบาท รับแรงหนุนตลาดหม้อแปลงไฟฟ้าโลกขยายตัวจาก AI, Data Center และพลังงานสะอาด ตุน Backlog สูง 3.48 พันล้านบาท พร้อมเดินหน้าบิดงานใหม่กว่า 1.25 หมื่นล้านบาท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่การประกาศนโยบายผลักดัน TRT สู่ &#8220;หุ้นปันผล&#8221; ตั้งเป้าจ่ายปันผล 2-4 ครั้งต่อปี ตามความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ของบริษัทและบริษัทย่อย เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725847">TRT กำไร Q1/69 พุ่ง 249% แจกปันผลระหว่างกาลทันที 0.15 บาท ตุน Backlog 3.48 พันล้านบาท ลุยตลาดโลกเต็มสูบ พร้อมชูนโยบายปันผล 2-4 ครั้งต่อปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“วุฒิไกร” นำทีมพาณิชย์หารือ Nestlé ปักธงพันธมิตรยุทธศาสตร์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ดึงลงทุน-วิจัย ปั้นไทยสู่ฮับนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725746</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 17:21:20 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725746</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และคณะ ประชุมหารือร่วมกับบริษัท Nestlé นำโดย นายเรมี เอเจล (Rémy Ejel) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำภูมิภาคเอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา ณ สำนักงานใหญ่และศูนย์วิจัย Nestlé Global Headquarters เมืองเวเวย์ สมาพันธรัฐสวิส เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนานวัตกรรมอาหาร เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญา ต่อยอดศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรมูลค่าสูงของไทย สู่การเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา หนุนไทยสู่ศูนย์กลางความมั่นคงอาหารแห่งอนาคต นายวุฒิไกร เปิดเผยว่า บริษัท Nestlé ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ด้านการค้าที่สำคัญของไทย เนื่องจากมีการจ้างงาน และการค้าการลงทุนในไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 133 ปี โดยเฉพาะการนำสินค้าเกษตรของไทย เช่น กาแฟ และนม มาผลิตเป็นสินค้าเกษตรแปรรูป และใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก รองรับการเติบโตของอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาค ขณะที่ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบทางการเกษตร คุณภาพการผลิต และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถพัฒนาความร่วมมือด้านนวัตกรรมอาหาร การวิจัยและพัฒนา และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูงต่อเนื่องไปในอนาคต ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านนวัตกรรมอาหาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725746">“วุฒิไกร” นำทีมพาณิชย์หารือ Nestlé ปักธงพันธมิตรยุทธศาสตร์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ดึงลงทุน-วิจัย ปั้นไทยสู่ฮับนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[HANN ผู้นำโรงพยาบาลลุ่มน้ำโขง รุกธุรกิจ ลงทุนสร้างอาคารใหม่ ที่ยโสธร ขยายห้องผ่าตัด รองรับ ผู้ป่วยมะเร็ง นิ่วและ ระบบทางเดินอาหาร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725743</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 17:20:40 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725743</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ &#8220;HANN&#8221; ผู้นำเครือ        โรงพยาบาลเอกชนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงประกาศทิศทางธุรกิจและแผนการลงทุน อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 พร้อมเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคาร โรงพยาบาล ใน 2 จังหวัดสะท้อนความมุ่งมั่น ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ให้แก่ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกลุ่มผู้ใช้บริการข้ามพรมแดน HANN ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนผ่าน 3 สถานพยาบาลหลัก ได้แก่ โรงพยาบาลมุกดาหาร อินเตอร์เนชั่นแนล จังหวัดมุกดาหาร, โรงพยาบาลรวมแพทย์ยโสธร และโรงพยาบาลนายแพทย์หาญ จังหวัดยโสธร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ทั้งในด้านการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และการให้บริการชุมชนในพื้นที่ภาคอีสาน ด้วยจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง ชื่อเสียงด้านคุณภาพการแพทย์ และฐานผู้ป่วยที่เติบโตต่อเนื่อง บริษัทฯ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 อย่างเต็มกำลังทั้งในด้านการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน การขยายศักยภาพในการรับผู้ป่วย และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในเชิงรายได้และกำไรสุทธิ ในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา HANN ดำเนินกลยุทธ์อย่างรอบคอบในทุกด้านโดยมุ่งเน้น การบริหารต้นทุนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกันได้ทุ่มงบลงทุนรวมกว่า 215 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างและปรับปรุงสถานพยาบาลทั้ง 3 แห่งอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ บริษัทฯกำลังก่อสร้างอาคาร 3 ชั้นที่ จังหวัดยโสธรเพื่อรองรับผู้รับบริการกลุ่มลูกค้าทั่วไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725743">HANN ผู้นำโรงพยาบาลลุ่มน้ำโขง รุกธุรกิจ ลงทุนสร้างอาคารใหม่ ที่ยโสธร ขยายห้องผ่าตัด รองรับ ผู้ป่วยมะเร็ง นิ่วและ ระบบทางเดินอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กองทรัสต์ IMPACT มองอุตสาหกรรม Mice &#8211; Entertainment ไทยโตต่อ โชว์กำไรปี 2568/69 โตแตะ 1,140 ล้านบาท หนุนปันผลรวมเพิ่มเป็น 0.69 บาท/หน่วย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725719</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 17:11:33 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725719</guid>

					<description><![CDATA[<p>IMPACT GROWTH REIT มองปี 2569 รับแรงหนุนจากงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ คอนเสิร์ต และ Music Festival ที่ยังคึกคักทั่วเอเชีย เดินหน้ายกระดับพื้นที่จัดงานแบบ Multi-Purpose Hall รองรับดีมานด์อีเวนต์ขนาดใหญ่ พร้อมอานิสงส์รถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วยเพิ่ม Traffic สู่ IMPACT เมืองทองธานี ล่าสุดรายงานกำไรสุทธิปี 2568/69 เติบโตอยู่ที่ 1,140 ล้านบาท จากรายได้รวม 2,067 ล้านบาท พร้อมจ่ายประโยชน์ตอบแทนรวมทั้งปีเพิ่มเป็น 0.69 บาทต่อหน่วย มูลค่ารวมประมาณ 1,023 ล้านบาท ตอกย้ำความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดและความเป็นผู้นำศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าครบวงจรของประเทศไทย นางสาววันเพ็ญ มุ่งเพียรสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ เอ็ม ไอ จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิมแพ็ค โกรท (IMPACT GROWTH REIT) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรม MICE และ Entertainment ของไทยในปี 2569 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725719">กองทรัสต์ IMPACT มองอุตสาหกรรม Mice &#8211; Entertainment ไทยโตต่อ โชว์กำไรปี 2568/69 โตแตะ 1,140 ล้านบาท หนุนปันผลรวมเพิ่มเป็น 0.69 บาท/หน่วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย ซึ่งกำลังเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นในบริบทของเศรษฐกิจดิจิทัล และแนวคิดเรื่อง “อธิปไตยทางการค้า” ของประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725700</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 16:51:25 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725700</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยเองเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวในทิศทางดังกล่าวมากขึ้น ทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ โดยล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้หารือร่วมกับผู้บริหารแพลตฟอร์ม แพลตฟอร์ม “Nex Gen Commerce” ของบริษัท เน็กซ์ เจน ชอป จำกัด เพื่อเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” โครงการดังกล่าวเตรียม Kick Off อย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 โดยมีเป้าหมายในการช่วยผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และ SME ไทย เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ประเด็นที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น คือแนวคิด “Thai e-Commerce Sovereignty” หรือ “อธิปไตยทางการค้าไทย” ที่มองว่า ประเทศไทยควรมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของตนเองไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองให้ผู้ประกอบการไทย ลดข้อจำกัดจากต้นทุนบนแพลตฟอร์มต่างชาติ และสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลที่เอื้อต่อธุรกิจไทยในระยะยาว ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่การแข่งขันกับแพลตฟอร์มต่างชาติในระยะสั้น แต่คือการเริ่มสร้าง “ทางเลือก” และโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725700">แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย ซึ่งกำลังเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นในบริบทของเศรษฐกิจดิจิทัล และแนวคิดเรื่อง “อธิปไตยทางการค้า” ของประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ครบ 3 ปี ต้องรีไฟแนนซ์บ้านจริงไหม ไขข้อข้องใจที่คนผ่อนบ้านต้องรู้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725650</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 13:55:14 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725650</guid>

					<description><![CDATA[<p>การผ่อนที่อยู่อาศัยถือเป็นภาระผูกพันระยะยาวที่ต้องอาศัยวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเมื่อพ้นช่วงโปรโมชัน 3 ปีแรกที่อัตราดอกเบี้ยมักจะปรับตัวสูงขึ้นเป็นแบบลอยตัว (Floating Rate) ซึ่งส่งผลโดยตรงให้ค่างวดที่ชำระในแต่ละเดือนถูกนำไปตัดลดเงินต้นได้น้อยลงกว่าเดิม การรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) หรือการขอสินเชื่อก้อนใหม่จากธนาคารใหม่เพื่อนำไปปิดยอดหนี้เดิม จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่คนมีบ้านต้องทำความเข้าใจ เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยและทำให้สามารถปิดบัญชีหนี้บ้านได้รวดเร็วยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกและไขข้อสงสัยว่าทำไมต้องรอให้ครบ 3 ปี และกระบวนการนี้มีความคุ้มค่าอย่างไรบ้าง ไขข้อข้องใจทำไมรีไฟแนนซ์บ้านต้องรอ 3 ปี ประเด็นคำถามที่ผู้กู้มือใหม่มักสงสัยคือ ทำไมต้องรอให้ครบกำหนด 3 ปี จึงจะสามารถดำเนินการรีไฟแนนซ์ได้ คำตอบอยู่ที่เงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ที่ทำไว้กับธนาคารเดิม โดยส่วนใหญ่สถาบันการเงินจะระบุเงื่อนไข &#8220;ห้ามไถ่ถอนจำนองก่อนกำหนด&#8221; (Prepayment Penalty) ภายในระยะเวลา 3 ปีแรก (ขึ้นกับเงื่อนไขแต่ละธนาคาร) เนื่องจากในช่วงแรกธนาคารมักเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ต่ำกว่าทุนจริงเพื่อดึงดูดลูกค้า  หากผู้กู้ทำการปิดบัญชีหรือย้ายธนาคารก่อนครบกำหนดสัญญา จะต้องเสียค่าปรับซึ่งมักคิดในอัตรา 2-3% ของวงเงินกู้คงเหลือ (ขึ้นกับเงื่อนไขแต่ละธนาคาร)  การเสียค่าปรับในส่วนนี้อาจทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยที่จะได้รับจากการย้ายธนาคารไม่คุ้มค่า ดังนั้น การรอให้พ้นระยะเวลา 3 ปี หรือตามที่สัญญากำหนด จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ไม่จำเป็น ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้าน ในส่วนนี้ทาง สินเชื่อทีทีบี (ttb) ในฐานะผู้ให้บริการสินเชื่อชั้นนำที่คนไทยไว้วางใจ ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนและข้อดีของการรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ผู้กู้สามารถวางแผนบริหารจัดการหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าสูงสุด ดังนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725650">ครบ 3 ปี ต้องรีไฟแนนซ์บ้านจริงไหม ไขข้อข้องใจที่คนผ่อนบ้านต้องรู้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TISCO ESU อัปเกรดจีดีพีไทยโต 1.8% เตือนพายุ &#8220;วิกฤตพลังงาน&#8221; จ่อซัดซ้ำ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725577</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 12:11:40 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725577</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ขึ้นเป็น 1.8% รับอานิสงส์ไตรมาสแรกโตดีกว่าคาดและมาตรการ &#8220;ไทยช่วยไทยพลัส&#8221; ทว่าหั่นเป้าปีหน้าเหลือ 1.7% ชำแหละไส้ในเศรษฐกิจสุดเปราะบาง โตแบบ K-Shaped เตือนอย่าเพิ่งชะล่าใจ พายุของจริงจาก &#8220;วิกฤตตะวันออกกลาง-ราคาพลังงาน&#8221; กำลังจะโถมเข้าใส่ ชี้ลดดอกเบี้ยเป็น &#8220;กระสุนด้าน&#8221; คาด กนง. ตรึงดอกเบี้ย 1.00% ตลอดปี มองเงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าแตะ 34.00 บาท/ดอลลาร์ นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr. Methas Rattanasorn, Head of Economics, TISCO Economic Strategy Unit : TISCO ESU) เปิดเผยว่า TISCO ESU ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้ขึ้นเป็น 1.8% จากเดิมที่คาดไว้ 1.2% หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกออกมาดีกว่าคาด และภาครัฐมีการออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคผ่านโครงการ &#8220;ไทยช่วยไทยพลัส&#8221; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725577">TISCO ESU อัปเกรดจีดีพีไทยโต 1.8% เตือนพายุ &#8220;วิกฤตพลังงาน&#8221; จ่อซัดซ้ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไมเดียทุ่มงบกว่า 4,800 ล้านบาท สร้างฐานการผลิตอัจฉริยะสำหรับระบบทำความเย็น พร้อมนำเสนอโซลูชันระบบทำความเย็นครบวงจรสำหรับดาต้าเซนเตอร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725562</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 11:22:27 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725562</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไมเดีย บิลดิ้ง เทคโนโลยี หรือ เอ็มบีที (Midea Building Technologies &#8211; MBT) หนึ่งในหน่วยธุรกิจของไมเดียกรุ๊ปจัดงาน “Feel the Future” เปิดตัวโซลูชันระบบทำความเย็นอย่างเต็มระบบสำหรับศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Centers &#8211; AIDC) มุ่งแก้ไขปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรม เช่น การติดตั้งที่ล่าช้า ความกังวลด้านการใช้พลังงาน รวมถึงราคารวมต่อโซลูชันที่สูง ให้ผู้ใช้มีระบบดาต้าเซนเตอร์ที่ทำงานรวดเร็ว เชื่อถือได้ และมีความยั่งยืน โซลูชันครบวงจรที่สอดรับกับระบบประมวลผลกำลังสูง เมื่อความหนาแน่นของการประมวลผลเพิ่มสูงขึ้นดาต้าเซนเตอร์ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงและการใช้พลังงานที่มากขึ้นโซลูชันของไมเดียครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การออกแบบ การส่งมอบระบบ ไปจนถึงการบำรุงรักษา โดยสร้างบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่แหล่งกำเนิดความเย็นไปจนถึงอุปกรณ์ปลายทาง นอกจากนี้ไมเดียยังได้พัฒนาเทคโนโลยีระบบทำความเย็นแบบใช้ของเหลวที่ผสมผสานกับระบบชิลเลอร์ คอนเดนซิ่งยูนิต (CDU) อุปกรณ์ระบายความร้อนด้วยของเหลวและระบบปฏิบัติการดิจิทัล รวมถึง “สถาปัตยกรรมระบบที่ผสานการทำงาน ทั้งระบบทำความเย็นด้วยอากาศและของเหลว (Wind‑Fluid Synergy Architecture)” สำหรับบริเวณแร็กติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานระหว่างระบบทำความเย็นด้วยอากาศและระบบทำความเย็นด้วยของเหลว 3 ผลิตภัณฑ์หลักของโซลูชันครบวงคร คอนเดนซิ่งยูนิตไมเดียแม็กเลฟแอ็กทีฟ (Midea Maglev Active CDU) คอนเดนซิ่งยูนิตที่ผสานแหล่งกำเนิดความเย็นจากตลับลูกปืนแม่เหล็กและยูนิตกระจายความเย็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725562">ไมเดียทุ่มงบกว่า 4,800 ล้านบาท สร้างฐานการผลิตอัจฉริยะสำหรับระบบทำความเย็น พร้อมนำเสนอโซลูชันระบบทำความเย็นครบวงจรสำหรับดาต้าเซนเตอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“GCAP GOLD” เตือนนักลงทุนรับมือทองผันผวน แนะเฝ้าระวังตัวเลข PCE สหรัฐฯ หลังตลาดผวาเงินเฟ้อพลิกเกม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3725533</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 11:06:49 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725533</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ชี้ราคาทองคำส่อแววผันผวนหนัก รับ ตลาดกลับมากังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อจ่อเร่งตัวจากวิกฤตพลังงาน แนะจับตาตัวเลข PCE สหรัฐฯ และความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน ผ่านปากีสถาน หากข้อตกลงผ่านเปิดทางอิหร่านส่งออกน้ำมันเสรีและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 60 วัน ลดแรงกดดันเงินเฟ้อหนุนทองรีบาวด์อีกครั้ง นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดทองคำในขณะนี้ว่า ยังคงเผชิญความผันผวนในระดับสูงจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังจากที่ตลาดเริ่มมองว่าเฟดอาจยังคงไม่ลดดอกเบี้ย และมีโอกาสกลับมาขึ้นดอกเบี้ยได้อีกครั้ง หากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาทองคำในปัจจุบันยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง “ล่าสุดมีรายงานข่าวระบุว่า ร่างกรอบข้อตกลงล่าสุดอาจเปิดทางให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้อย่างเสรีในระหว่างช่วงจำกัดโครงการนิวเคลียร์ ขณะเดียวกันจะมีการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 60 วัน โดยไม่มีค่าผ่านทาง ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่ม ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน หากข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คาดว่าจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อในระยะสั้น พร้อมทั้งลดแรงหนุนของดอลลาร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3725533">“GCAP GOLD” เตือนนักลงทุนรับมือทองผันผวน แนะเฝ้าระวังตัวเลข PCE สหรัฐฯ หลังตลาดผวาเงินเฟ้อพลิกเกม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
