<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/attribute/finance_text/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/attribute/finance_text</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Wed, 24 Jun 2026 17:28:17 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ระบุเงินบาทอ่อนค่าลง หลังกนง.ประกาศคงดอกเบี้ย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3733800</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 17:01:33 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3733800</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการ นโยบายการเงิน (กนง.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ต่อปี จากการประชุม กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ แต่อัตราการเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 2.3% ในปีนี้ และ 1.8% ในปี 2570 ปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการส่งออกและการลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยี และ AI มาตรการภาครัฐในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน รวมถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มคลายตัวลง อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจ SMEs ยังคงปรับตัวได้จำกัดและเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ภาคครัวเรือนส่วนใหญ่ได้รับแรงกดดันจากรายได้ที่ชะลอลงและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดรั้งการบริโภคภาคเอกชนหลังสิ้นสุดมาตรการภาครัฐ สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะอยู่ที่ 2.8% ในปี 2569 และ 1.4% ในปี 2570 โดย กนง. กล่าวถึงสถานการณ์สินเชื่อในภาพรวมว่า มีอัตราการขยายตัวในระดับต่ำ โดยสินเชื่อส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังหดตัวต่อเนื่อง กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ ระบุว่า เงินบาทอ่อนค่าลงอยู่ที่ 33.40 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3733800">กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ระบุเงินบาทอ่อนค่าลง หลังกนง.ประกาศคงดอกเบี้ย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทีทีบี ชวนคนไทย “เปลี่ยนความเชื่อ” เรื่องการเงินเดิม ๆ ส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้จริง ตอกย้ำแนวคิด Make REAL Change เพื่อชีวิตการเงินที่ดีขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3733504</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 12:22:33 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3733504</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางโลกการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทีทีบี (ttb) เดินหน้าตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ ผ่านแนวคิดการสื่อสาร “เปลี่ยนความเชื่อ” เพื่อชีวิตการเงินดีขึ้น ชวนคนไทยกลับมาตั้งคำถามกับความเชื่อการเงินแบบเดิม ๆ ที่หลายคนยึดถือมาอย่างยาวนาน แม้บางความเชื่ออาจไม่สอดคล้องกับบริบทของโลกการเงินในปัจจุบันอีกต่อไป ซึ่งหนึ่งในความเชื่อที่พบได้บ่อย คือแนวคิดที่ว่า “ผ่อนดีแค่ไหน ก็ได้แค่ไม่เสียประวัติ” หรือ “จะผ่อนดียังไง ดอกเบี้ยก็ได้เท่าเดิม” ซึ่งส่งผลให้คนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีวินัยทางการเงิน จ่ายตรงทุกงวด และมีความรับผิดชอบ ต้องยอมรับเงื่อนไขเดิม ๆ โดยไม่เคยตั้งคำถามว่าตนเองควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้หรือไม่  ทีทีบีมองว่าความเชื่อการเงินแบบเดิมเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ไม่ดี แต่เกิดจากความเคยชินกับระบบที่เป็นอยู่ จนกลายเป็นกรอบความคิดที่ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองมีทางเลือก และมีสิทธิ์ได้รับเงื่อนไขทางการเงินที่เหมาะสมและเป็นธรรมมากกว่า ด้วยเหตุนี้ จึงเลือกที่จะ Make REAL Change ของระบบการเงินแบบเดิม ด้วยการตั้งคำถามกับสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องปกติ และเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ต้องเริ่มจากการเปลี่ยน “วิธีคิด” (Mindset) ไม่ใช่เพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ แต่คือการออกแบบโซลูชันทางการเงินที่สะท้อนคุณค่าและพฤติกรรมทางการเงินจริงของลูกค้า  นางสาวมาริสา จงคงคาวุฒิ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ทีทีบี กล่าวว่า ทีทีบีเชื่อว่าคนที่มีวินัยทางการเงินและผ่อนชำระตรงเวลา ควรได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ถูกมองเหมือนกันทั้งหมด การชวนคนไทยเปลี่ยนความเชื่อการเงินในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญการสื่อสาร แต่เป็นความตั้งใจของธนาคาร ในการตั้งคำถามกับกติกาเดิม และสร้างระบบการเงินที่เห็นคุณค่าของความรับผิดชอบอย่างแท้จริง  ธนาคารจึงปรับแนวคิดในการออกแบบโซลูชันทางการเงิน โดยให้ความสำคัญกับ “พฤติกรรมทางการเงินจริง” มากกว่าการพิจารณาเพียงตัวเลขรายได้ เพื่อให้ลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระที่ดี ได้รับดอกเบี้ยที่เหมาะสมตามคะแนนเครดิต (Credit Score) สะท้อนความเชื่อของทีทีบี ที่ว่า “ถ้าคุณผ่อนดี เครดิตดี คุณควรได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่า” แนวคิด “เปลี่ยนความเชื่อ” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3733504">ทีทีบี ชวนคนไทย “เปลี่ยนความเชื่อ” เรื่องการเงินเดิม ๆ ส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้จริง ตอกย้ำแนวคิด Make REAL Change เพื่อชีวิตการเงินที่ดีขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการพัฒนามาตรฐานการรายงานประจำปี (Annual Report) ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3733372</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 08:19:31 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3733372</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนามาตรฐานการรายงานประจำปี (Annual Report) ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญระดับองค์กรไว้ในแหล่งเดียว ลดภาระการจัดทำและนำส่งรายงาน และช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงและรับทราบการดำเนินงานของ บลจ. รวมทั้งสามารถประเมินคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ตลอดจนการกำกับดูแล และการทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของผู้ลงทุนได้อย่างชัดเจน โปร่งใส และเปรียบเทียบกันได้มากขึ้น บลจ. มีบทบาทสำคัญในการบริหารเงินลงทุนของประชาชนและผู้ลงทุนสถาบัน รวมทั้งทำหน้าที่ตัดสินใจลงทุน บริหารความเสี่ยง ใช้สิทธิออกเสียง และมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุนแทนผู้ถือหน่วยลงทุน อย่างไรก็ดี ปัจจุบันข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของ บลจ. เปิดเผยในหลายช่องทาง ทำให้ผู้ลงทุนอาจเห็นภาพรวมได้ไม่ครบถ้วน ก.ล.ต. จึงมีแนวคิดให้ Annual Report ของ บลจ. เป็นแหล่งข้อมูลกลางที่รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ ผลการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลกิจการ งบการเงิน และการทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของผู้ลงทุน (stewardship) เพื่อยกระดับความโปร่งใส เสริมสร้างความน่าเชื่อถือ และสนับสนุนให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการเลือกใช้บริการจัดการลงทุนได้อย่างเหมาะสม การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ ก.ล.ต. ปี 2569–2571 และเป็นไปตามมติคณะกรรมการกำกับตลาดทุนในการประชุมเดือน มิถุนายน 2569 โดยหลักการที่เปิดรับฟังความคิดเห็นมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1.กำหนดให้ บลจ. จัดทำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3733372">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการพัฒนามาตรฐานการรายงานประจำปี (Annual Report) ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3733367</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 08:16:43 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3733367</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพื่อให้สมาชิกและผู้เกี่ยวข้องได้รับข้อมูล คำแนะนำ และบริการจาก บลจ. ได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เพื่อให้นายจ้าง คณะกรรมการกองทุนและสมาชิก ได้รับข้อมูลและคำแนะนำที่เพียงพอ สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิก ตลอดจนส่งเสริมให้บริษัทจัดการ (บลจ.) สามารถให้บริการได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ก.ล.ต. สนับสนุนให้ PVD เป็นกลไกการออมและการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณและมีแนวคิดปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองสิทธิของสมาชิกให้เป็นธรรมและโปร่งใส พร้อมยกระดับคุณภาพการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจ ก.ล.ต. จึงได้ปรับปรุงหลักการใหม่ โดยนำผลการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาปรับปรุงหลักการให้มีความชัดเจน เหมาะสม ยืดหยุ่น และเอื้อต่อการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบธุรกิจให้คล่องตัวยิ่งขึ้น โดยยังคงคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของสมาชิกเป็นสำคัญ ก.ล.ต. จึงได้เปิดรับฟังความคิดเห็นกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดการ PVD ดังกล่าวเพิ่มเติม โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ (1) กำหนดให้ บลจ. ออกแบบและเสนอนโยบายการลงทุนสำหรับลูกจ้างที่ไม่แสดงเจตนาเลือกนโยบายการลงทุน (default portfolio) โดยคำนึงถึงลักษณะ (profile) ของสมาชิกที่มีความหลากหลาย และความเพียงพอของเงินออมระยะยาว (แทนการพิจารณาจาก profile ของสมาชิกส่วนใหญ่) โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมศักยภาพในการสร้างพอร์ต PVD ให้เติบโตในระยะยาว ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้ บลจ. สามารถให้บริการรองรับสมาชิกที่มี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3733367">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เผยศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอายัดทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวโทษ กรณี JKN รวม 5 ราย ออกไปอีก 180 วัน นับแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2569]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3733362</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 08:12:54 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3733362</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก.ล.ต. ยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญามีคำสั่งขยายระยะเวลาอายัดทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวโทษ กรณีบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (JKN) รวม 5 ราย ซึ่งศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอายัดทรัพย์สินดังกล่าวออกไปอีก 180 วัน นับแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 267 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ได้มีคำสั่งที่ ส. 102/2568 และคำสั่งที่ ส. 103/2568 ลงวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ให้อายัดทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวโทษว่ากระทำความผิดกรณี JKN จำนวน 5 ราย ได้แก่ (1) JKN (2) นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ (3) นางสาวพิมพ์อุมา จักราจุฑาธิบดิ์ (4) นางสาวพิสมัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3733362">ก.ล.ต. เผยศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอายัดทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวโทษ กรณี JKN รวม 5 ราย ออกไปอีก 180 วัน นับแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.50-33.20 ติดตามราคาน้ำมัน มองกนง.คงดอกเบี้ย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3732648</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 16:38:55 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3732648</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.20 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.83 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.51-32.94 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ โดยดัชนีดอลลาร์แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.00% ตามคาดพร้อมแสดงท่าทีปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนราคาน้ำมันดิบปรับลดลงตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่คลายตัว แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯกลับพุ่งขึ้นหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)คงดอกเบี้ยไว้ในช่วง 3.50-3.75% ขณะที่ Warsh ประธานเฟดคนใหม่ย้ำว่าจะไม่ยอมให้เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเท่ากับตัดความเป็นไปได้ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้ออกไป อีกทั้งผู้ร่วมตลาดได้ปรับมุมมองสะท้อนความเป็นไปได้ที่เฟดจะตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 494 ล้านบาท และ 912 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า นักลงทุนจะให้ความสนใจกับดัชนีราคาค่าใช้จ่ายบริโภคส่วนบุคคลเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายของเฟดภายใต้การนำของ Warsh ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสารนโยบายและลดการให้สัญญาณชี้นำล่วงหน้า (Forward Guidance) ภาวะดังกล่าวอาจส่งผลให้ตลาดพันธบัตรผันผวนสูงขึ้นและนักลงทุนจะให้น้ำหนักน้อยลงต่อค่ากลางของประมาณการดอกเบี้ย (Dot Plot) ซึ่งจัดทำโดยเจ้าหน้าที่เฟด นอกจากนี้ ในกรณีที่ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านสามารถบรรลุผลและคงอยู่ได้แม้จะมีความไม่แน่นอนระหว่างทาง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3732648">กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.50-33.20 ติดตามราคาน้ำมัน มองกนง.คงดอกเบี้ย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เลขาธิการ ก.ล.ต. เผยการคงมุมมองอันดับเครดิตไทยในระดับ ‘Stable’ เป็นสัญญาณหนุนตลาดทุน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3731926</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 08:26:34 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3731926</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยมุมมองต่อกรณีที่ S&#38;P Global Ratings ได้ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในระดับมีเสถียรภาพ ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า “ในวันนี้ (วันที่ 18 มิถุนายน 2569) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&#38;P Global Ratings ได้คงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นคงด้านเศรษฐกิจมหภาค การบริหารจัดการหนี้ และสถานะทางการคลังของรัฐบาลไทยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดทุนไทยในมิติต่าง ๆ เช่น กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) เพราะจะช่วยลดความกังวลของผู้ลงทุนสถาบันต่างชาติเกี่ยวกับความเสี่ยงเชิงมหภาคของประเทศ ส่งผลให้สินทรัพย์ไทยยังเป็นที่น่าสนใจ และเป็นสัญญาณหรือ sentiment ที่ดีต่อภาคการลงทุน เป็นต้น ก.ล.ต. เชื่อมั่นว่าตลาดทุนไทยมีความพร้อมและมีระบบนิเวศที่แข็งแกร่งในการรองรับโอกาสเติบโต โดย ก.ล.ต. พร้อมจะสนับสนุนให้ภาคเอกชนใช้ประโยชน์จากตลาดทุนในการระดมทุนเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของประเทศต่อไป” เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3731926">เลขาธิการ ก.ล.ต. เผยการคงมุมมองอันดับเครดิตไทยในระดับ ‘Stable’ เป็นสัญญาณหนุนตลาดทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็น เพิ่ม “สลาก ธอส.” เป็นทางเลือกการลงทุนสำหรับกองทุน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3731866</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 16:42:44 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3731866</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการเพิ่มสลากออมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (สลาก ธอส.) เป็นทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารพอร์ตและสภาพคล่องของกองทุนรวมทั้งทำให้หลักเกณฑ์การลงทุนในสลากออมทรัพย์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมีความสอดคล้องในแนวเดียวกัน ปัจจุบัน กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถลงทุนในสลากออมสินพิเศษที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารออมสิน (สลากออมสิน) และสลากออมทรัพย์ที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (สลาก ธ.ก.ส.) ได้ ภายใต้นิยาม “เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก” แต่หลักเกณฑ์ดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมสลาก ธอส. ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการให้เพิ่มสลาก ธอส. เป็นทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ภายใต้นิยาม “เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก” ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนได้มีมติเห็นชอบหลักการดังกล่าว โดยสลาก ธอส. มีโครงสร้างทางกฎหมายและลักษณะการจ่ายผลตอบแทนใกล้เคียงกับสลากออมสินและสลาก ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนได้อยู่แล้ว แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้กองทุนมีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น และสามารถบริหารพอร์ตการลงทุนได้ยืดหยุ่นยิ่งขึ้นขณะเดียวกัน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยังคงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ควบคุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น การจำกัดการลงทุนในผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญารายใดรายหนึ่ง และการจำกัดการลงทุนในบริษัทที่อยู่ในกลุ่มกิจการเดียวกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัว ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1180 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NzQxMURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจสามารถศึกษาและแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางเว็บไซต์ หรือทางอีเมล tonyada@sec.or.th หรือ pattarav@sec.or.th จนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2569</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3731866">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็น เพิ่ม “สลาก ธอส.” เป็นทางเลือกการลงทุนสำหรับกองทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[IRPC ปิดการเสนอขายหุ้นกู้ 3 ชุด ได้รับการตอบรับเกินคาด มูลค่ารวม 8,500 ล้านบาท]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3731733</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 13:39:35 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3731733</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวทอแสง ไชยประวัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) เปิดเผยว่าหุ้นกู้ IRPC ครั้งที่ 1/2569 จำนวนรวม 3 ชุด ที่เสนอขายให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไประหว่างวันที่ 15 – 17 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น ได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดี ทำให้ IRPC สามารถเสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 8,500 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนทั้งจากผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนสหกรณ์ และผู้ลงทุนทั่วไป ซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินทุนและต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ สนับสนุนการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในระยะยาว หุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.70% ต่อปี หุ้นกู้อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.10% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3731733">IRPC ปิดการเสนอขายหุ้นกู้ 3 ชุด ได้รับการตอบรับเกินคาด มูลค่ารวม 8,500 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Standard Chartered Appoints Tanate Phutrakul as Independent Non-Executive Director, Effective 1 July 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/finance_en/3731384</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2026 17:15:38 +0700</pubDate>
				<category>finance_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3731384</guid>

					<description><![CDATA[<p>Standard Chartered announced the appointment of Mr Tanate Phutrakul as an independent non-executive director of the Company with effect from 1 July 2026. Tanate will join the Audit and Board Risk Committees from the same date.  Tanate is a highly experienced international banker and former Group Chief Financial Officer and member of the Executive Board [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/finance_en/3731384">Standard Chartered Appoints Tanate Phutrakul as Independent Non-Executive Director, Effective 1 July 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดแต่งตั้ง ธเนศ ภู่ตระกูล เป็นกรรมการอิสระที่ไม่เป็นผู้บริหาร มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3731382</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2026 17:15:04 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3731382</guid>

					<description><![CDATA[<p>สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดประกาศแต่งตั้งนายธเนศ ภู่ตระกูล เป็นกรรมการอิสระที่ไม่เป็นผู้บริหารของบริษัท และเข้าร่วมเป็นสมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงของคณะกรรมการบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569    นายธเนศเป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูง และเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและเป็นกรรมการบริหารของ ING Group ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Euronext Amsterdam และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เขามีความเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การเงิน การบริหารเงินทุน การดำเนินงานในตลาดที่มีกฎระเบียบซับซ้อน และจัดการงานปรับโครงสร้างขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีความเข้าใจในตลาดต่างๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่กลุ่มธนาคารมีการดำเนินงานอยู่  นายธเนศเข้าร่วมงานกับ ING ในปี 2541 ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ING Barings Securities Thailand ระหว่างปี 2546 ถึง 2551 เขารับตำแหน่งหัวหน้าธุรกิจวาณิชธนกิจ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของธนาคารทหารไทย จากนั้นกลับมาร่วมงานกับ ING อีกครั้งในปี 2551 ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของฝ่ายปฏิบัติการและเทคโนโลยีสารสนเทศของ ING Retail Banking International และ ING Belgium ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของ ING Group [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3731382">สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดแต่งตั้ง ธเนศ ภู่ตระกูล เป็นกรรมการอิสระที่ไม่เป็นผู้บริหาร มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.30-32.90 ติดตามประชุมเฟดและดีลสันติภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3730283</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 11:01:16 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3730283</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.90 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.65 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.64-32.98 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินยูโรและเยน โดยข้อมูลเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯหนุนเงินดอลลาร์ขึ้นในช่วงแรกขณะตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันร่วงลงและบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวหลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศระงับการดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน โดยระบุว่าอาจลงนามข้อตกลงหยุดยิงได้ในเร็ววัน และจะครอบคลุมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทางด้านอิหร่านยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบต่อข้อตกลงดังกล่าว ทำให้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่วนธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ขึ้นดอกเบี้ย 25bp เป็น 2.25% ท่ามกลางความเสี่ยงที่ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจส่งผ่านไปยังความคาดหวังเงินเฟ้อ และการกำหนดค่าจ้างและราคาสินค้า โดยการตัดสินใจของอีซีบีอาจสะท้อนว่าธนาคารกลางหลักๆกำลังมีมุมมองสอดคล้องกันมากขึ้นเกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบาย ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 1,557 ล้านบาท และ 12,450 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดการเงินโลกจะให้ความสนใจกับการประชุมเฟดซึ่งจะเป็นครั้งแรกภายใต้การนำของประธาน Warsh นักลงทุนคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ในช่วง 3.50-3.75% ในวันที่ 17 มิถุนายน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3730283">กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.30-32.90 ติดตามประชุมเฟดและดีลสันติภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงเกณฑ์ค่าธรรมเนียมรายปีของผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในตลาดทุน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3729878</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 15:39:23 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729878</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการปรับปรุงค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ผู้ประกอบธุรกิจ) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน มีความเท่าเทียมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ก.ล.ต. มีหน้าที่ในการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส น่าเชื่อถือ และเข้าถึงได้จากทุกภาคส่วน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจและกำหนดหลักเกณฑ์การจัดเก็บค่าธรรมเนียมรายปีตามอัตราปัจจุบันมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว จึงมีแนวคิดในการปรับปรุงเพื่อให้การจัดเก็บค่าธรรมเนียมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน คณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมในเดือนมิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบหลักการทบทวนหลักเกณฑ์การกำหนดค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการตามที่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปครอบคลุมธุรกรรมที่ ก.ล.ต. กำกับดูแล และสะท้อนต้นทุนในการกำกับดูแล อัตราเงินเฟ้อ โดยไม่เป็นภาระผู้ประกอบธุรกิจมากเกินควร และมีความเท่าเทียมเป็นธรรมมากขึ้น สำหรับหลักการที่เปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ได้แก่    (1) ปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน และกำหนดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกิจผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เท่ากับอัตราขั้นต่ำที่ 50,000 บาท    (2) ปรับวิธีการคำนวณค่าธรรมเนียมของผู้ค้าหน่วยลงทุนและตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้สะท้อนปริมาณธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น    (3) ปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมขั้นสูงสำหรับธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อให้การจัดเก็บค่าธรรมเนียมมีความเหมาะสม สะท้อนต้นทุนการกำกับดูแล ตลอดจนลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ประกอบธุรกิจมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1178 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetailsurvey_id=NzM0OURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: aurawan@sec.or.th gritchanut@sec.or.th และ witchulada@sec.or.th จนถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2569</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3729878">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงเกณฑ์ค่าธรรมเนียมรายปีของผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในตลาดทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดตัวหลักสูตร E-Learning “SEC Open Data Services: ปลดล็อกศักยภาพข้อมูลตลาดทุนไทย” ส่งเสริมการใช้ข้อมูลตลาดทุนไทยในยุคดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3729857</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 14:44:29 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729857</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก.ล.ต. เปิดตัวหลักสูตร E-Learning “SEC Open Data Services: ปลดล็อกศักยภาพข้อมูลตลาดทุนไทย” มุ่งส่งเสริมให้ประชาชน ผู้ลงทุน ผู้ประกอบวิชาชีพในตลาดทุน นักวิเคราะห์ นักวิจัย นักพัฒนาระบบ เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเปิดบนแพลตฟอร์ม SEC Open Data Services ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อยกระดับองค์ความรู้ สนับสนุนนวัตกรรม และเสริมศักยภาพในการตัดสินใจลงทุนด้วยข้อมูลคุณภาพ ผู้สนใจคลิกเรียนได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่มีค่าใช้จ่าย บนแพลตฟอร์ม SEC E-Learning นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า “ด้วย ก.ล.ต. มีข้อมูลที่ได้รับจากภาคธุรกิจจำนวนมาก จึงมุ่งหวังให้มีการใช้ข้อมูลเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับตลาดทุนจากแพลตฟอร์ม SEC Open Data Services ที่ ก.ล.ต. เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปอยู่แล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่สนใจสามารถนำข้อมูลไปใช้พัฒนาต่อยอดได้จริง ก.ล.ต. จึงพัฒนาหลักสูตร E-Learning การเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้งานข้อมูลเปิดจาก SEC Open Data Services [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3729857">ก.ล.ต. เปิดตัวหลักสูตร E-Learning “SEC Open Data Services: ปลดล็อกศักยภาพข้อมูลตลาดทุนไทย” ส่งเสริมการใช้ข้อมูลตลาดทุนไทยในยุคดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[บลจ.อีสท์สปริง เสิร์ฟเทอมฟันด์ต่างประเทศ 6 เดือน สกุลดอลลาร์สหรัฐ ประมาณการผลตอบแทนสุทธิ 3.43% ต่อปี เปิดขายครั้งแรกครั้งเดียว วันนี้-12 มิ.ย. 69 นี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3728891</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 12:13:52 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728891</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเสนอขายกองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ 6M1 USD (ES-FGOVUSD6M1) อายุ 6 เดือน สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าโครงการ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเปิดเสนอขายครั้งแรกครั้งเดียว วันนี้-12 มิถุนายน 2569 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 100 ดอลลาร์สหรัฐ กองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ 6M1 USD มีนโยบายเน้นลงทุนในตั๋วเงินคลัง และ/หรือพันธบัตรรัฐบาลและ/หรือตราสารหนี้ที่รัฐบาลต่างประเทศ และ/หรือกระทรวงการคลังต่างประเทศและ/หรือธนาคารกลางต่างประเทศ และ/หรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศและ/หรือองค์การระหว่างประเทศเป็นผู้ออก หรือผู้ค้ำประกัน รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง(Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนหรืออัตราดอกเบี้ย สำหรับการลงทุนในสกุลเงินอื่นที่ไม่ใช่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐกองทุนจะป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) กองทุนนี้จะลงทุนครั้งเดียว โดยจะถือทรัพย์สินที่ลงทุนจนครบอายุโครงการของกองทุนรวม (Buy and Hold) สำหรับตราสารที่เน้นลงทุนคือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3728891">บลจ.อีสท์สปริง เสิร์ฟเทอมฟันด์ต่างประเทศ 6 เดือน สกุลดอลลาร์สหรัฐ ประมาณการผลตอบแทนสุทธิ 3.43% ต่อปี เปิดขายครั้งแรกครั้งเดียว วันนี้-12 มิ.ย. 69 นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“Responsible Voices” เมื่อพลังของการให้ข้อมูลมาพร้อมความรับผิดชอบ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3728453</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 11:40:32 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728453</guid>

					<description><![CDATA[<p>สื่อสังคมออนไลน์ (Social media) ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ที่เชื่อมให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ส่งผลให้ผู้ให้ข้อมูลหรือครีเอเตอร์มีแนวโน้มเติบโตและเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งรวมถึงผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุน ด้วยจุดเด่นที่สามารถเล่าเรื่องยากที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย มีการจัดทำเนื้อหาให้อยู่ในรูปแบบที่น่าสนใจ ผสมผสานความบันเทิงและตัวตนที่เป็นมิตรเข้ากับข้อมูลความรู้ และสื่อสารผ่านช่องทางที่เข้าถึงผู้ลงทุนได้อย่างหลากหลาย บทบาทของผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุนในปัจจุบันจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเผยแพร่ข้อมูลเท่านั้น หากแต่ยังส่งอิทธิพลต่อมุมมอง ความเข้าใจ และการตัดสินใจของผู้ติดตามในวงกว้างอีกด้วย ผู้ให้ข้อมูลหลายคนกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่ผู้ลงทุนนึกถึงเป็นอย่างแรกและนำมาใช้ประกอบการพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน สะท้อนให้เห็นว่า “เสียง” ของผู้ให้ข้อมูลสามารถส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจของประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากมุมมองเชิงบวกของผู้ให้ข้อมูลแล้ว ในอีกด้านหนึ่งยังมีความท้าทายที่สำคัญ เนื่องจากการสื่อสารด้านการเงินการลงทุนอาจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ติดตามโดยตรง ผู้ให้ข้อมูลบางรายอาจยังไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเนื้อหาที่เผยแพร่ หรือประเด็นที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งอาจนำไปสู่การให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ไม่เหมาะสม หรืออาจเข้าข่ายผิดกฎหมายทั้งโดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ และอาจคาดไม่ถึงว่า คำแนะนำหรือสิ่งที่พวกเขาสื่อสารออกไปนั้น อาจสร้างความเสี่ยงต่อผู้ลงทุนโดยทั่วไป โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้รับสารเป็นผู้ลงทุนรายย่อยซึ่งยังไม่มีประสบการณ์หรือยังไม่เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในการประเมินระดับความเสี่ยงด้วยตนเอง ด้วยเหตุนี้ ความท้าทายของหน่วยงานกำกับดูแลจึงไม่ใช่เพียงการติดตามการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการสื่อสารทางการเงินที่เติบโตอย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และแนวปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนให้เกิดสภาพแวดล้อมในการสื่อสารด้านการเงินที่โปร่งใส น่าเชื่อถือ และเป็นส่วนช่วยให้เกิดการตัดสินใจที่ถูกต้องของประชาชนสำหรับแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุนในต่างประเทศมีความหลากหลายตามบริบทของแต่ละประเทศ โดยส่วนใหญ่หน่วยงานกำกับดูแลไม่ได้มีการออกกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาเฉพาะ แต่เป็นการนำกรอบกฎหมายที่มีอยู่มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น โดยสามารถแบ่งกลุ่มรูปแบบการดำเนินการของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวกับผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุนซึ่งอาจแบ่งได้เป็น 5 กลุ่มหลัก ดังนี้ กลุ่มแรก การเผยแพร่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุน โดยมีการจัดทำเอกสารแนวปฏิบัติ คู่มือ หรือ Checklist รวมถึงมีแนวทางให้ผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุนปฏิบัติตามกฎหมายการเงินและกำหนดหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจที่ว่าจ้างผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุน หรืออาจมีการจัดทำฐานข้อมูลรายชื่อผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุนเผยแพร่ต่อสาธารณะ เป็นวิธีที่นิยมมากสุดในหน่วยงานต่างประเทศ อาทิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3728453">“Responsible Voices” เมื่อพลังของการให้ข้อมูลมาพร้อมความรับผิดชอบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.50-33.10 หลังจ้างงานสหรัฐฯแกร่ง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3727954</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 09:57:22 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3727954</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.10 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.61 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.52-32.74 บาท/ดอลลาร์ ทั้งนี้ เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวผันผวนหลังมีรายงานเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน แต่ตลาดไม่แน่ใจว่าการปะทะกันจะยุติลงได้จริงหรือไม่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่คาดว่าอิหร่านอาจนำไปเชื่อมโยงกับการเจรจาหยุดยิงของตนกับสหรัฐฯ ขณะที่ปธน.ทรัมป์โพสต์ว่าการเจรจากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย ทางด้านเงินเยนอ่อนค่าทดสอบระดับ 160 ต่อดอลลาร์อีกครั้ง โดยมีสัญญาณว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กำลังพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดได้สะท้อนการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ไปแล้ว ในภาพรวมนักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อการสื่อสารของทางการญี่ปุ่นเพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยนต่อไป ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 5,767 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 4,559 ล้านบาท สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ขณะที่ตำแหน่งการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค.ของสหรัฐฯเพิ่มขึ้นเกินคาด อีกทั้งมีการปรับทบทวนตัวเลขเดือนก่อนหน้าสูงขึ้นเช่นกัน หนุนมุมมองของนักลงทุนที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีพื้นที่มากขึ้นในการคงดอกเบี้ยไว้ในอนาคตอันใกล้ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่ตลาดการเงินอาจดูเหมือนจะเริ่มชินกับข่าวที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านว่าใกล้จะเกิดขึ้นหรือกำลังล่มลง แม้ความหวังต่อการเจรจายังคงช่วยพยุงตลาดการเงินไม่ให้ผันผวนมากนัก แต่ในขณะเดียวกันหากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดอลลาร์จะเดินหน้าแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามสัญญาณชี้นำนโยบายจากธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)ซึ่งคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 11 มิถุนายน สำหรับปัจจัยในประเทศ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนพฤษภาคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3727954">กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.50-33.10 หลังจ้างงานสหรัฐฯแกร่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เตรียมกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ “ผู้แนะนำรายชื่อลูกค้า” ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3727762</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 16:46:10 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3727762</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้แนะนำรายชื่อลูกค้า (Introducing Broker Agent: IBA) ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ผู้ประกอบธุรกิจ) เพื่อสร้างมาตรฐานการกำกับดูแลที่เหมาะสม ชัดเจน และคุ้มครองผู้ลงทุนให้ได้รับข้อมูลที่เพียงพอ ปัจจุบันสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ถือเป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เกิดการเข้าถึงข้อมูลทางการเงินของประชาชน ซึ่งมีทั้งการให้ข้อมูลข่าวสารในลักษณะของการให้ความรู้ การแนะนำการลงทุน รวมถึงการเชิญชวนหรือแนะนำการเข้าใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจ โดยอาจเกิดความเสี่ยงในหลายด้าน เช่น ความถูกต้องของข้อมูล ความน่าเชื่อถือ และการให้คำแนะนำโดยไม่ได้รับอนุญาต ก.ล.ต. จึงยกระดับกรอบการกำกับดูแลการใช้บริการ IBA ของผู้ประกอบธุรกิจให้มีความชัดเจน และสอดคล้องกับพฤติกรรมในปัจจุบัน โดยเฉพาะผู้ให้ข้อมูลทางการเงินในสื่อออนไลน์ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็น IBA เพื่อสร้างมาตรฐานการกำกับดูแลที่สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน และป้องกันปัญหาความเหลื่อมล้ำในการกำกับดูแล (Regulatory arbitrage) พร้อมทั้งคุ้มครองผู้ลงทุนให้สามารถตัดสินใจโดยอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่โปร่งใสและเพียงพอ โดยเสนอหลักการการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ IBA ให้ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือก การแต่งตั้ง และการปฏิบัติงาน ตลอดจนการกำกับดูแล ซึ่งสรุปสาระสำคัญ ดังนี้ (1) กำหนดนิยาม IBA หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่ทำหน้าที่แนะนำรายชื่อหรือติดต่อชักชวนลูกค้าเพื่อการใช้บริการอันเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ (2) แนวทางการคัดเลือก: ผู้ประกอบธุรกิจต้องตรวจสอบข้อมูล (due diligence) เพื่อให้มั่นใจว่า IBA [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3727762">ก.ล.ต. เตรียมกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ “ผู้แนะนำรายชื่อลูกค้า” ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นร่างประกาศการปรับปรุงหลักเกณฑ์ “ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้” เพื่อเพิ่มความชัดเจนและสอดคล้องกับบริบทปัจจุบันมากขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3726769</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 16:34:58 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3726769</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับบริบทปัจจุบันมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้และคุ้มครองผู้ถือหุ้นกู้ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ปรับปรุงหลักการของประกาศที่เกี่ยวข้องกับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้ชัดเจนและสอดคล้องกับบริบทปัจจุบันมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่ง ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการและผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยตามหลักการที่เสนอไปแล้วนั้น ก.ล.ต. จึงได้จัดทำร่างประกาศที่เกี่ยวข้องตามหลักการดังกล่าว จำนวน 4 ฉบับ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ (1) การปรับปรุงหลักการในเรื่องการมีผลประโยชน์ขัดแย้งระหว่างผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้และผู้ออกหุ้นกู้ (conflict of interest: COI) (2) การปรับปรุงคุณสมบัติด้านบุคลากรของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงาน (3) การกำหนดหน้าที่เพิ่มเติมของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ในการรายงานต่อ ก.ล.ต. เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญอันมีผลต่อความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ (4) การปรับปรุงกระบวนการดำเนินการของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เมื่อผู้ออกหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้โดยให้สามารถดำเนินการตามที่่ระบุไว้ในข้อกำหนดสิทธิและสัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยไม่ต้องให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขอมติดำเนินการ (5) การกำหนดเรื่องการสิ้นสุดหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1174 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NzI4MERHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์หรือ ทาง e-mail: debt@sec.or.th จนถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3726769">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นร่างประกาศการปรับปรุงหลักเกณฑ์ “ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้” เพื่อเพิ่มความชัดเจนและสอดคล้องกับบริบทปัจจุบันมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.30-32.80 รอตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3726483</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 11:05:26 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3726483</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-33.80 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.57 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.40-32.74 บาท/ดอลลาร์ เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ยกเว้นเยน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯปรับตัวลดลง แม้นักลงทุนไม่มั่นใจว่าสหรัฐฯและอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้ในอนาคตอันใกล้หรือไม่ สื่อของสหรัฐฯรายงานว่าทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจซึ่งครอบคลุมถึงการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน โดยช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดให้การขนส่งเชิงพาณิชย์ดำเนินการได้ และสหรัฐฯจะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่ออิหร่าน ขณะที่อิหร่านจะให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวยังคงต้องได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีทรัมป์ ทางด้านสื่ออิหร่านรายงานว่าการเจรจายังไม่มีข้อสรุป ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 531 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 16,744 ล้านบาท โดยในเดือนพฤษภาคม เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยราว 0.1% สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดจะติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงาน รวมถึงข้อมูลจ้างงานเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ โดยหากตลาดแรงงานยังไม่มีสัญญาณแผ่วลงอย่างมีนัยสำคัญอาจทำให้เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จำนวนมากขึ้นแสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อมากกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีราคาค่าใช้จ่ายบริโภคพื้นฐาน (Core PCE) เพิ่มขึ้น 3.3% แต่ Warsh ประธานเฟดคนใหม่กล่าวในช่วงรับรองตำแหน่งว่าตัวชี้วัดแบบค่าเฉลี่ยที่ตัดข้อมูลสูงสุดและต่ำสุดออก (Trimmed Mean) สามารถสะท้อนเงินเฟ้อพื้นฐานได้ดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3726483">กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.30-32.80 รอตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
