<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/attribute/finance_image_th/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/attribute/finance_image_th</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Apr 2026 17:02:10 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศกำไรสุทธิ ไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 908.2 ล้านบาท]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714241</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 16:59:54 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714241</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารสำหรับ งวดสามเดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 908.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 70.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.4 เมื่อเปรียบเทียบผลกำไรสุทธิของงวดเดียวกันปี 2568 สาเหตุหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงร้อยละ 0.6 และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงร้อยละ 21.1 สุทธิกับรายได้จากการดำเนินงานลดลงร้อยละ 3.1 รายได้จากการดำเนินงาน สำหรับงวดสามเดือนปี 2569 มีจำนวน 3,473.3 ล้านบาท ลดลงจำนวน 110.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.1 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2568 เนื่องจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 156.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.1 โดยมีสาเหตุหลักจากอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่ลดลงตามสภาพแวดล้อมของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ และการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจำนวน 82.2 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.7 เกิดจากการลดลงของค่าธรรมเนียมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยและรายได้ค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่าย สุทธิกับรายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้นจำนวน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714241">ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศกำไรสุทธิ ไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 908.2 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ที ไลฟ์ ประกันชีวิต รุกประกันดิจิทัล เปิดเว็บไซต์ซื้อประกันออนไลน์ใหม่ “Easy &#038; Speedy Click”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714233</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 16:52:36 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714233</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เลือกซื้อประกันง่าย รวดเร็ว ตลอด 24 ชม. ที ไลฟ์ ประกันชีวิต บริษัทในกลุ่มธนชาต เปิดตัวเว็บไซต์ซื้อประกันออนไลน์รูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “Easy &#38; Speedy Click” มุ่งยกระดับประสบการณ์การเลือกซื้อประกันชีวิตให้สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่าย ลูกค้าสามารถค้นหาผลิตภัณฑ์และตัดสินใจซื้อได้ด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่นิยมใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ผ่านเว็บไซต์ https://onlinesale.tlife.co.th/ เว็บไซต์ซื้อประกันออนไลน์รูปแบบใหม่นี้ ได้รับการออกแบบเพื่อให้การเลือกซื้อประกันชีวิตเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว รองรับทั้งการค้นหาข้อมูลแบบละเอียด การคำนวณเบี้ยประกันเบื้องต้น โปรโมชันที่ลูกค้าจะได้รับ และการสมัครซื้อกรมธรรม์ได้ทันทีผ่านระบบออนไลน์ โดยผู้ใช้งานสามารถศึกษารายละเอียดแบบประกัน รวมถึงข้อมูลความคุ้มครองและเงื่อนไขต่างๆ ได้อย่างครบถ้วนในที่เดียว ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้สะดวก รวดเร็ว และตัดสินใจเลือกประกันชีวิตที่เหมาะสมกับความต้องการได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งการเปิดตัวเว็บไซต์ดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในอุตสาหกรรมประกันชีวิต โดยผู้บริโภคให้ความสนใจกับการค้นหาข้อมูลและซื้อประกันชีวิตผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานและคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับการทำธุรกรรมดิจิทัล ทั้งนี้ ข้อมูลจากสมาคมประกันชีวิตไทยที่เผยผลการดำเนินงานในปี 2568 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังสะท้อนแนวโน้มดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยการขายผ่านช่องทางดิจิทัลของอุตสาหกรรมประกันชีวิตมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 72.45% ถือเป็นช่องทางที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นายวุฒิเลิศ สุวรรณศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที ไลฟ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714233">ที ไลฟ์ ประกันชีวิต รุกประกันดิจิทัล เปิดเว็บไซต์ซื้อประกันออนไลน์ใหม่ “Easy &amp; Speedy Click”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“GCAP GOLD” ชี้จุดเสี่ยงเขย่าตลาดทองคำ เส้นตายทรัมป์ 22 เม.ย. นี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714149</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 16:22:04 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714149</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ชี้ทองคำสัปดาห์นี้ผันผวนอย่างรุนแรง หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศยกระดับการกดดันขั้นสูงสุด ขีดเส้นตายให้อิหร่าน ตอบรับข้อตกลงยุติสงคราม ภายในวันที่ 22 เมษายนนี้ ขู่เดินหน้ามาตรการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เตือนนักลงทุนระวังแรงเทขายทำกำไร หลังราคาทองคำเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงระยะสั้น นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มผันผวนรุนแรง จากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ที่ก้าวสู่จุดวิกฤตอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ยกระดับการกดดันอิหร่าน โดยขีดเส้นตายให้มีการตอบรับข้อตกลงยุติสงครามภายในวันที่ 22 เมษายนนี้ เวลา 08.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) หากไม่เป็นผล สหรัฐฯ พร้อมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โรงไฟฟ้าและสะพาน โดยกล่าวหาอิหร่านละเมิดข้อตกลง หลังเกิดเหตุยิงเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่าน กลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมยันไม่มีการกำหนดวันเจรจารอบใหม่กับสหรัฐฯ และเน้นย้ำว่าการเจรจาต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ และยังคงยืนกรานว่าจะไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลอยู่ ซึ่งจากความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714149">“GCAP GOLD” ชี้จุดเสี่ยงเขย่าตลาดทองคำ เส้นตายทรัมป์ 22 เม.ย. นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PCE ชูแผน JUMP+ ยกระดับความสามารถในการทำกำไร และเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714112</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 15:58:13 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714112</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) เดินหน้าสร้างการเติบโตระยะยาว ผ่านการเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยนายกีรติ ไชยะกุล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานบัญชีและการเงิน ร่วมนำเสนอแผนธุรกิจช่วงปี 2569–2571 มุ่งยกระดับความสามารถในการทำกำไรและเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ตั้งเป้ากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 750-800 ล้านบาท ภายในปี 2571 โดยวาง 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (เฟส 3) เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบจากเดิม 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง เป็น 210 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง การยกระดับขีดความสามารถโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม (เฟส 3) ผ่านการลงทุนเครื่องจักรใหม่และปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มคุณภาพสินค้าและต่อยอดธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง รวมไปถึงการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอินเพื่อรองรับการขยายตลาด ทั้งนี้ แผนดังกล่าวสะท้อนทิศทางการเติบโตเชิงรุกของ PCE ในการเพิ่มมูลค่าธุรกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจร โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นที่บริษัทฯ เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714112">PCE ชูแผน JUMP+ ยกระดับความสามารถในการทำกำไร และเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[‘TSILVER’ กองทุนใหม่จาก บลจ.ทิสโก้ เปิดทางสู่โอกาสโตของโลหะยุคใหม่ และเหมืองเงินทั่วโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714106</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 15:45:19 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714106</guid>

					<description><![CDATA[<p>บลจ.ทิสโก้เสนอขาย กองทุนเปิด ทิสโก้ Silver &#38; Metals Miners (TSILVER) เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับการสำรวจเงิน (Silver Exploration) หรือทำเหมืองแร่โลหะ (Metals Mining) ชี้ “แร่เงิน” เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของเทคโนโลยี เช่น แผงโซลาร์เซลล์ (PV) ยานยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 21-27 เมษายน 2569 นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan Managing Director of TISCOASSET) เปิดเผยว่า ‘แร่เงิน’ เป็นกระดูกสันหลังสำคัญของโลกยุคใหม่ เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญของเทคโนโลยีต่างๆ ของโลก เช่น แผงโซลาร์เซลล์ (PV) ยานยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพราะมีคุณสมบัติที่แร่อื่นๆ ทดแทนไม่ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714106">‘TSILVER’ กองทุนใหม่จาก บลจ.ทิสโก้ เปิดทางสู่โอกาสโตของโลหะยุคใหม่ และเหมืองเงินทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[88TH หุ้นบิวตี้สายเปย์ แจกปันผลฉ่ำ 0.185 บาท/หุ้น ดักเก็บก่อน XD 29 เม.ย.นี้ ส่งโปรดักส์สีผมใหม่ ควง “นุนิว” โกยยอดขาย มัดใจฐานแฟนคลับ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714103</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 15:44:02 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714103</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครที่กำลังมองหาหุ้นพื้นฐานแน่น สตอรี่เริ่ด แถมปันผลปังๆ นาทีนี้ถ้าไม่พูดถึงหุ้นบิวตี้ตัวตึงอย่าง บมจ.88 (ไทยแลนด์) หรือ 88TH ถือว่าตกขบวน เพราะ 29 เม.ย.นี้ จ่อขึ้นเครื่องหมาย XD เตรียมแจกเงินสดเข้ากระเป๋าผู้ถือหุ้นเน้นๆ 0.185 บาท/หุ้น จ่ายจริงวันที่ 19 พ.ค. นี้แล้วจ้า… ใครยังไม่มีติดพอร์ตระวังจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง แต่ข่าวดียังไม่หมดแค่นั้น เพราะแว่วมาว่าพนักงานแพ็คของกันมือเป็นระวิงหลังปล่อยไม้เด็ดเขย่าตลาดแชมพูเปลี่ยนสีผม “LYO MY COLOR SHAMPOO” ที่นอกจากจะสีสวยติดทนแล้ว ยังคว้าตัวพรีเซ็นเตอร์ไอดอลแนวหน้า “นุนิว &#8211; ชวรินทร์” มานั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ ยิ่งดันยอดขายพุ่งปรี๊ด ด้านบอสสาวคนเก่ง “คุณนพรัตน์ มาลัยวงค์” ส่งซิกมาว่านี่แค่เรียกน้ำย่อยนะคะ เพราะ 88TH ยังมีไม้ตายรอปล่อยอีกเพียบ แถมตอนนี้กำลังเร่งเครื่องเดินเกมรุก บุกตลาดแดนมังกรเต็มสูบเพื่อโกยเงินหยวนกลับไทย มั่นใจเป้าหมายรายได้รวมปีนี้โตทะยาน 30% (YoY) แบบชิลๆ แน่นอน แหม… ได้ยินแบบนี้แล้ว ยกให้เป็นหุ้นเด่น ธุรกิจสตรอง ปันผลเริ่ดไปเลย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714103">88TH หุ้นบิวตี้สายเปย์ แจกปันผลฉ่ำ 0.185 บาท/หุ้น ดักเก็บก่อน XD 29 เม.ย.นี้ ส่งโปรดักส์สีผมใหม่ ควง “นุนิว” โกยยอดขาย มัดใจฐานแฟนคลับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Krungthai CIO ชี้ตลาดหุ้นโลกฟื้น หลายตลาดทำสถิติสูงสุด หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางคลี่คลาย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714097</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 15:42:08 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714097</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนะกลยุทธ์ Stay Invested ควบคู่การกระจายความเสี่ยง และ Buy on Dip Krungthai CIO ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย หนุนหลายตลาดหุ้นโลกทำ All-time High แนะ 3 กลยุทธ์ลงทุนรับมือความผันผวน Stay Invested และหาจังหวะทยอยขายบางส่วนทำกำไร ควบคู่การสะสมทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 20–24 เมษายน 2569 ว่า บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง จากความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราว ช่วยลดความกังวลด้านอุปทานพลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นโดดเด่น นำโดยดัชนี S&#38;P 500, NASDAQ 100 และ Nikkei สามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-time High) ได้อีกครั้ง ส่วนหนึ่งจากจากแรงหนุนของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ยังแข็งแกร่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714097">Krungthai CIO ชี้ตลาดหุ้นโลกฟื้น หลายตลาดทำสถิติสูงสุด หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางคลี่คลาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทีทีบี จับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคคิดก่อนใช้ ปั้น Smart Value ดันยอดบัตรเครดิตโตในปี 2569]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714092</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 15:38:20 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714092</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันตลาดบัตรเครดิตในประเทศไทยอยู่ในช่วงการเติบโตที่ชะลอตัว โดยภาพรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรขยายตัวในอัตราค่อนข้างต่ำประมาณ 1% ขณะที่ระดับการแข่งขันกลับทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน ผู้เล่นในตลาดต่างนำเสนอโปรโมชันที่หลากหลาย ทั้งส่วนลด การสะสมคะแนน และสิทธิประโยชน์ ภายใต้บริบทดังกล่าว ผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงโปรโมชันที่มากกว่า แต่ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” ในทุกการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้เกมการแข่งขันของตลาดบัตรเครดิตขยับจากเรื่องของ Reward หรือสิทธิประโยชน์แบบเดิม ไปสู่การสร้างประสบการณ์ความคุ้มค่าที่จับต้องได้และเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางสถานการณ์นี้ ทีทีบี (ttb) เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยังสามารถสร้างการเติบโตสวนตลาด ปัจจุบันทีทีบีมีฐานบัตรเครดิตในระบบประมาณ 1.6 ล้านใบ ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่ Middle Income (มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ปานกลางหรือต่ำ) Mass Affluent (ลูกค้าเริ่มสร้างความมั่งคั่ง) และ Wealth โดยกลุ่มลูกค้าหลักกว่า 80% เป็นกลุ่ม Middle Income ซึ่งเป็นฐานใหญ่ของตลาดขับเคลื่อนการเติบโตจาก “การใช้จริง” นางสาวอรพิม ขาวสอาด รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้า Retail Customer Segment and Marketing ทีทีบี เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตทีทีบีเติบโตถึง 15% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714092">ทีทีบี จับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคคิดก่อนใช้ ปั้น Smart Value ดันยอดบัตรเครดิตโตในปี 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[APCS ฟอร์มแรง! คว้างานโซลาร์ 2 โครงการใหญ่ มูลค่ารวม 772 ลบ.]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714086</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 15:33:40 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714086</guid>

					<description><![CDATA[<p>รับเทรนด์พลังงานสะอาด ดัน Backlog พุ่งแตะ 1 พันลบ. หนุนรายได้ปี 69 เติบโตแข็งแกร่ง บมจ.เอเซีย พรีซิชั่น (APCS) เดินหน้าเชิงรุกธุรกิจวิศวกรรมพลังงานแบบครบวงจร รับกระแสการลงทุนพลังงานสะอาด หลังคว้างานโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 772 ล้านบาท ตั้งแต่ต้นปี 2569 ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากลูกค้า และสนับสนุนมูลค่างานในมือ (Backlog) ให้อยู่ในระดับแข็งแกร่งกว่า 1 พันล้านบาท พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของรายได้ปี 2569 นายสุริยล อุดชาชน กรรมการบริหารสายงานธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและก่อสร้าง (EPC) บริษัท เอเซีย พรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ APCS เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า ล่าสุด บริษัท เอทู เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ลงนามสัญญาก่อสร้าง 2 โครงการสำคัญ ประกอบด้วย 1. โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714086">APCS ฟอร์มแรง! คว้างานโซลาร์ 2 โครงการใหญ่ มูลค่ารวม 772 ลบ.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย แจ้งผลประกอบการปี 2568 กำไร 49,565 ล้านบาท]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714083</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 15:31:32 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714083</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 เผชิญแรงกดดันทั้งจากปัญหาเชิงโครงสร้างและปัจจัยลบที่ทยอยเข้ามากระทบตลอดทั้งปี โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่คาด นอกจากนี้ สัญญาณจากการใช้จ่ายภายในประเทศยังมีทิศทางอ่อนแรงลง โดยการบริโภคภาคครัวเรือนเผชิญข้อจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและรายได้ที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ขณะที่ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และปัจจัยการเมืองภายในประเทศมีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน แม้ว่าภาคการส่งออกจะขยายตัวสูงจากการเร่งส่งออกก่อนมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในประเทศจะช่วยผ่อนคลายภาระทางการเงินของลูกหนี้บางส่วน แต่แรงหนุนดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยแรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม สำหรับปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง เนื่องจากผลกระทบของปัจจัยภายนอกที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สงครามการค้าของสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้า และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะกดดันให้ภาคการส่งออกของไทยหดตัวลง ขณะที่การใช้จ่ายภาคเอกชน ทั้งการบริโภคและการลงทุน ยังถูกจำกัดด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐแม้ยังมีบทบาทพยุงเศรษฐกิจ แต่ก็อาจเพิ่มแรงหนุนได้ไม่มากท่ามกลางความท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ ธนาคารกสิกรไทยและบริษัทย่อยยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ผ่านการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 3+1 และการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายซึ่งรวมถึง ผู้ฝากเงิน ผู้ลงทุน ลูกค้าบุคคล ลูกค้าธุรกิจ และส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ตลอดจนสนับสนุนภาครัฐในโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มที่ ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง ในปี 2568 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 49,565 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714083">ธนาคารกสิกรไทย แจ้งผลประกอบการปี 2568 กำไร 49,565 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผถห.TPS โหวตหนุนจ่ายปันผลอีก 0.12 บ./หุ้น รับทรัพย์ 19 พ.ค.นี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714074</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 15:28:47 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714074</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลุยธุรกิจ AI-Smart Health เต็มสูบ ดันรายได้ปี 69 เติบโต 15-20% นิวไฮต่อเนื่อง ผู้ถือหุ้น บมจ.เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น (TPS) เทคะแนนอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดอีก 0.12 บ./หุ้น รวมจ่ายทั้งปี 68 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 19 พ.ค.นี้ ฟากผู้บริหาร &#8220;บุญสม กิจเกษตรสถาพร&#8221; ระบุปี 69 ลุยธุรกิจใหม่ AI-Smart Health เต็มสูบ พร้อมเดินหน้าเข้าประมูลงานภาครัฐ–เอกชน เติม Backlog ที่มีอยู่ 1,896 ล้านบาท หวังผลักดันรายได้เติบโต 15-20% ทำสถิติสูงสุดใหม่ นายบุญสม กิจเกษตรสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น จำกัด (มหาชน) (TPS) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 20 เมษายน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714074">ผถห.TPS โหวตหนุนจ่ายปันผลอีก 0.12 บ./หุ้น รับทรัพย์ 19 พ.ค.นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรุงศรีเผยผลกำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 2569 จำนวน 8.62 พันล้านบาท สะท้อนวินัยการดำเนินงานตามกลยุทธ์องค์กร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714071</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 15:26:57 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714071</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 8,618 ล้านบาท เติบโต 14.4% จากไตรมาสแรกของปี 2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เติบโตต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการรวมงบการเงินของ TIDLOR ในไตรมาสแรกของปี 2569 เงินให้สินเชื่อรวมลดลง 1.2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลมาจากการชำระคืนเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลขณะที่อุปสงค์สำหรับสินเชื่อในประเทศอ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในอาเซียนยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยสินเชื่อขยายตัวได้ถึง 2.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งช่วยชดเชยอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอในประเทศได้ สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่สำคัญสำหรับไตรมาสแรกของปี 2569: กำไรสุทธิ จำนวน 8,618 ล้านบาท ในไตรมาสแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 14.4% หรือจำนวน 1,085 ล้านบาท จากไตรมาสแรกของปี 2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ทั้งนี้ การขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิสะท้อนอัตราผลตอบแทนเงินให้สินเชื่อที่สูงขึ้นจากการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ ภายหลังการรวมงบการเงินของ TIDLOR รวมถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ เงินให้สินเชื่อรวม ลดลง 1.2% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714071">กรุงศรีเผยผลกำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 2569 จำนวน 8.62 พันล้านบาท สะท้อนวินัยการดำเนินงานตามกลยุทธ์องค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[SINGER เดินหน้า “JUMP+” ปลดล็อกการเติบโต ตั้งเป้ากำไร 1,100 ล้านบาท ภายในปี 2571 พลิกเกมธุรกิจสู่ยุค AI-Driven Network]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714052</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 14:40:24 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714052</guid>

					<description><![CDATA[<p>SINGER เปิดเผยแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปี ภายใต้โครงการ “JUMP+ Plan” ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิแตะระดับ 1,100 ล้านบาท ภายในปี 2571 จากระดับ 105 ล้านบาทในปี 2568 สะท้อนการเข้าสู่ “รอบการเติบโตใหม่” ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER เปิดเผยว่า การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ เป็นมากกว่าการฟื้นฟูผลประกอบการ แต่เป็นการยกระดับทั้งองค์กรเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Growth, Profitability &#38; Efficiency และ Stability ซึ่งจะช่วยปลดล็อกศักยภาพธุรกิจในทุกมิติ ทั้งรายได้ โครงสร้างกำไร และความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยขับเคลื่อนการเติบโตแบบยกเครื่องทั้งระบบ มุ่งสู่การเป็น “Financial Services Network Tech” โดยใช้เทคโนโลยีเป็นแกนหลักในการขยายธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714052">SINGER เดินหน้า “JUMP+” ปลดล็อกการเติบโต ตั้งเป้ากำไร 1,100 ล้านบาท ภายในปี 2571 พลิกเกมธุรกิจสู่ยุค AI-Driven Network</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[CIMB THAI เปิดมุมมองลงทุนไตรมาส 2 กระจายพอร์ต ลดเสี่ยง จับตาเงินเฟ้อใกล้ชิด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3713963</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 12:40:57 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3713963</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายจิรไพบูลย์ รัตนภาณุรักษ์ Head, Wealth Research &#38; Advisory ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ภาวะการลงทุนช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฏจักรในมิติของสินทรัพย์เสี่ยง เราเปิดปีปฏิทินมาพร้อมกับมุมมองที่แตกต่างกันไป เช่น ความกังวลเรื่อง AI Bubble, การ Disrupt ของ AI, การหมุนเวียนการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่ถูกกว่า รวมถึงประเด็นความไม่สงบในตะวันออกกลางที่สร้างความโกลาหลเป็นอย่างมากในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งส่งผลให้นักวิเคราะห์และนักลงทุนมีมุมมองต่อภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยยะสำคัญ ปัจจุบันตลาดมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี หลังจากที่ต้นปีคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้งในปีนี้ ประเด็นที่ทุกคนกังวลสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่าความไม่สงบในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจหรือไม่ ซึ่งเรามองว่าการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบจากประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้ออาจปรับตัวสูงขึ้นใน 1 – 2 ไตรมาสข้างหน้า แต่ต้องติดตามดูค่อนข้างใกล้ชิด เนื่องจากแนวโน้ม Productivity ที่สูงขึ้นจากการเข้ามาของ AI Adoption ยังคงเป็นแนวโน้มหลักจะช่วยตรึงอัตราเงินเฟ้อไม่ให้ปรับตัวขึ้นได้ในระยะยาว โดย Scenario ที่ทีมประเมินหากความไม่สงบในตะวันออกกลางจบลงภายในช่วงเดือนเมษายนเศรษฐกิจอาจไม่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน แม้อาจจะมีเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทานเข้ามากดดันบ้าง แต่ยังคงสามารถที่จะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่อได้ แต่ถ้าหากสถานการณ์ยืดเยื้อและไม่ลดความรุนแรงลงเกินกว่าเดือนมิถุนายนคาดว่าอาจมีผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดต่อภาวะการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงที่จะเกิด Stagflation หรือ Recession [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3713963">CIMB THAI เปิดมุมมองลงทุนไตรมาส 2 กระจายพอร์ต ลดเสี่ยง จับตาเงินเฟ้อใกล้ชิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Funding Societies รุกสินเชื่อ SME ในห่วงโซ่อุปทานโครงการรัฐ เสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา–ซัพพลายเออร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3713914</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 11:15:57 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3713914</guid>

					<description><![CDATA[<p>Funding Societies หนึ่งในแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลสำหรับเอสเอ็มอีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มองเห็น “โอกาสสำคัญ” ของความต้องการสินเชื่อในกลุ่มผู้ประกอบการ SME ที่เกี่ยวข้องกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก นายวิกาส เจน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Funding Societies ประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการ SME มีบทบาทสำคัญในโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ครอบคลุมตั้งแต่ผู้จำหน่ายวัสดุ ผู้ให้บริการระบบวิศวกรรม ผู้รับเหมาก่อสร้าง ไปจนถึงผู้รับเหมาช่วง ซึ่งเป็นกำลังหลักของการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โครงการที่ดำเนินการโดยหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยงบประมาณแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท* สะท้อนขนาดและศักยภาพของอุปสงค์ภาครัฐในระบบเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ SME ในห่วงโซ่อุปทานดังกล่าวโดยทั่วไปดำเนินงานภายใต้สัญญาที่เป็นทางการ ซึ่งกำหนดเงื่อนไขการส่งมอบงานและโครงสร้างการชำระเงินไว้อย่างชัดเจน ช่วยเพิ่มความแน่นอนของรายได้และเสถียรภาพของกระแสเงินสด ปัจจัยเหล่านี้สนับสนุนคุณภาพสินเชื่อโดยรวม และเอื้อต่อการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพ แม้รายได้จากโครงการมีความแน่นอนในระดับหนึ่ง แต่กระแสเงินสดยังต้องบริหารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโครงสร้างการชำระเงินผูกกับความคืบหน้าของโครงการ ทำให้ผู้ประกอบการต้องสำรองต้นทุนล่วงหน้า ทั้งค่าแรง วัสดุ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เป็นระยะเวลาหลายเดือนก่อนรับชำระเงิน ส่งผลให้สภาพคล่องเป็นปัจจัยสำคัญต่อความต่อเนื่องของธุรกิจและการขยายโอกาสรับงานเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน โครงการภาครัฐบางประเภทมีลักษณะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบส่งมอบงานครั้งเดียว เช่น การจัดซื้อเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือระบบต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3713914">Funding Societies รุกสินเชื่อ SME ในห่วงโซ่อุปทานโครงการรัฐ เสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา–ซัพพลายเออร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทีทีบี ฟินทิป แชร์เทคนิคใช้บัตรเครดิตยังไง ให้ไม่ต้องจ่ายขั้นต่ำ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3713907</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 11:13:59 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3713907</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไหม? รูดบัตรเพลินตอนใช้จ่าย แต่ใจสั่นทุกครั้งที่เห็นใบแจ้งหนี้ ความจริงคือ บัตรเครดิตเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ “ดี” ถ้าใช้เป็น แต่ก็กลายเป็น “ภาระ” ได้เหมือนกัน หากใช้อย่างผิดวิธี โดยเฉพาะการจ่ายขั้นต่ำ ที่เหมือนยืดอายุหนี้ออกไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด และทำให้วินัยทางการเงินสั่นคลอนตั้งแต่ยังไม่รู้ตัว วันนี้ fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ ชวนเปิดมุมมองใหม่ เปลี่ยนบัตรเครดิตให้เป็นผู้ช่วยทางการเงิน ที่เติมเต็มการใช้ชีวิตให้สนุกขึ้น พร้อมเทคนิคเคลียร์ยอดเต็มแบบไม่ต้องพึ่ง &#8220;การจ่ายขั้นต่ำ&#8221; เพื่อลดภาระหนี้ ที่ทำให้วินัยทางการเงินสั่นคลอนแบบไม่รู้ตัว ใครมีบัตรเครดิต หรือกำลังจ่ายขั้นต่ำอยู่ ลองอ่านดูเผื่อจะช่วยให้จัดการเงินได้ดีขึ้นในระยะยาว ทำความเข้าใจก่อนว่า “จ่ายขั้นต่ำ” อันตรายกว่าที่คิด หลายคนคิดว่าการจ่ายขั้นต่ำคือ “ยังดีกว่าไม่จ่ายอะไรเลย” ซึ่งก็ไม่ผิดทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก เพราะการจ่ายขั้นต่ำของบัตรเครดิต จะทำให้ยอดหนี้คงค้างที่ยังไม่ได้ชำระถูกคิดดอกเบี้ยทันที และเป็นการคิดดอกเบี้ยย้อนหลังตั้งแต่วันที่มีการใช้จ่าย โดยไม่ได้รับสิทธิช่วงปลอดดอกเบี้ยเหมือนการชำระเต็มจำนวน นี่คือเหตุผลที่บัตรเครดิตหลายใบถึงเน้นย้ำให้ “ชำระเต็มจำนวน” เพราะถ้าทำได้ เสมือนว่าเราแทบจะได้ใช้บัตรเครดิตฟรี! ได้สิทธิประโยชน์ครบ ไม่เสียดอกเบี้ยแม้แต่บาทเดียว และเพื่อไม่ให้ต้องไปอยู่จุดที่ต้องเลือกระหว่าง “จ่ายเต็ม” กับ “จ่ายขั้นต่ำ” มาดูเทคนิคง่าย ๆ ที่ทำได้เลยตั้งแต่รอบบิลถัดไป เทคนิคที่ทำได้ทันที เพื่อไม่ให้ต้องจ่ายขั้นต่ำ ก่อนจะคิดเรื่องอื่น ต้องทำความเข้าใจเรื่องบัตรเครดิตก่อนว่า บัตรเครดิตไม่ใช่กระเป๋าเงินใบที่สอง แต่เป็นเงินที่ต้องใช้คืนเสมอ พอคิดแบบนี้ ทุกครั้งที่รูดจ่าย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3713907">ทีทีบี ฟินทิป แชร์เทคนิคใช้บัตรเครดิตยังไง ให้ไม่ต้องจ่ายขั้นต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมทรัพย์สินทางปัญญา เร่งเพิ่มประสิทธิภาพคุ้มครอง IP ในไทย ดันยอดรับจดทะเบียนโตกว่า 10.23% ใน 3 เดือนแรกปี 69]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3713850</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 09:52:37 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3713850</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขณะที่ภาพรวมคำขอใหม่ขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นผู้ประกอบการไทย-ต่างชาติ เดินหน้าสร้างระบบนิเวศ IP ที่เอื้อการค้าการลงทุน กรมทรัพย์สินทางปัญญาขานรับ “นโยบาย 10+” ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์“เพิ่มรายได้” ตามกรอบนโยบายเร่งด่วนภายใต้ภาวะสงครามการค้า ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) เพื่อเร่งยกระดับศักยภาพและสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้มีความเข้มแข็ง แข่งขันได้ และสามารถสร้างรายได้ผ่านกลไกทรัพย์สินทางปัญญา โดยรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวคือการพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้มีประสิทธิภาพ รองรับความต้องการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนผ่านสถิติการยื่นคำขอและการจดทะเบียนที่มีการขยายตัวอย่างชัดเจน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม &#8211; มีนาคม) มีสถิติยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย (เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์) รวมสูงถึง 18,780 คำขอ เพิ่มขึ้นกว่า 6.39% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 (17,652 คำขอ) ขณะที่สถิติรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นทุกประเภท โดยกรมรับจดทะเบียนรวม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3713850">กรมทรัพย์สินทางปัญญา เร่งเพิ่มประสิทธิภาพคุ้มครอง IP ในไทย ดันยอดรับจดทะเบียนโตกว่า 10.23% ใน 3 เดือนแรกปี 69</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[SSP เฮ! รับทรัพย์ขายโซลาร์ฟาร์มยามากะญี่ปุ่นกว่า 1 พันลบ. บุ๊กกำไรพิเศษเสริมฐานทุนแกร่ง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3713708</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 09:05:13 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3713708</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลุยขยายโรงไฟฟ้าทั้งในและตปท. เต็มสปีด บอร์ดใจดีเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.12 บ./หุ้น บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) ประกาศปิดดีลขายโรงไฟฟ้ายามากะในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ มูลค่า 1,001 ล้านบาท เตรียมบุ๊กกำไรเข้าไตรมาส 2/69 ขณะที่บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดอัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น จ่อ XD วันที่ 22 เมษายนนี้ ซีเอฟโอ “ชยุตม์ หลีหเจริญกุล” ประกาศพร้อมขยายการลงทุนโรงไฟฟ้า Renewable ตามแผนในมือต่อเนื่องอีกกว่า 420 เมกะวัตต์ นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ได้มีมติอนุมัติการจำหน่ายโครงการยามากะ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3713708">SSP เฮ! รับทรัพย์ขายโซลาร์ฟาร์มยามากะญี่ปุ่นกว่า 1 พันลบ. บุ๊กกำไรพิเศษเสริมฐานทุนแกร่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรบินสันไลฟ์สไตล์ ชวนลดพลังงานช่วยชาติ ชูมาตรการช่วยลดค่าครองชีพ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนความยั่งยืนทั่วประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3713677</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 17:35:13 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3713677</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตระหนักถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงานและภาระค่าครองชีพที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน พร้อมเดินหน้าส่งเสริมให้คนไทยร่วมลดการใช้พลังงานช่วยชาติ ผ่านแผนการพัฒนามาตรการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกมิติ ทั้งการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ การส่งมอบความคุ้มค่าในการจับจ่าย ตลอดจนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในศูนย์การค้าฯ ทั่วประเทศ สะท้อนบทบาทของโรบินสันไลฟ์สไตล์ในฐานะ Central to Life ศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกคน ที่พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้า ชุมชน และสังคมไทยในทุกช่วงเวลา และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า และสร้างสมดุลทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืน  เพื่อขับเคลื่อนแนวทางการลดพลังงานช่วยชาติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โรบินสันไลฟ์สไตล์ได้มีแผนขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ทั้งการสนับสนุนชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก การช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของลูกค้า และการผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจในการส่งมอบความคุ้มค่า เพื่อร่วมบรรเทาผลกระทบจากภาวะค่าครองชีพและสร้างประโยชน์ให้กับผู้บริโภคในวงกว้าง มาตรการหนุนชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก : โรบินสันไลฟ์สไตล์ มุ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการสนับสนุนชุมชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะต้นทุนด้านพลังงานและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยมีแผนเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและเกษตรกรท้องถิ่นได้เข้าถึงช่องทางจำหน่ายที่มีศักยภาพ เชื่อมโยงสินค้าคุณภาพจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง ช่วยลดภาระด้านต้นทุนการกระจายสินค้า ควบคู่กับการเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงสินค้าราคาคุ้มค่าให้กับคนในชุมชนได้ อาทิ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ปราจีนบุรี มีแผนจับมือกับหน่วยงานในจังหวัดปราจีนบุรี และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เปิดพื้นที่ “พื้นที่แห่งความสุขเพื่อชุมชน” จัดตลาด “สวนถึงเมือง” นำผลไม้ตามฤดูกาลคุณภาพส่งออกจากเกษตรกรตัวจริงมาวางจำหน่ายในราคามิตรภาพ เพื่อร่วมบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตราคาน้ำมัน พร้อมช่วยสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน มาตรการช่วยลดภาระค่าครองชีพและสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก : นอกจากนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3713677">โรบินสันไลฟ์สไตล์ ชวนลดพลังงานช่วยชาติ ชูมาตรการช่วยลดค่าครองชีพ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนความยั่งยืนทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กลุ่มบริษัทเคทีซีตอกย้ำเสถียรภาพ ทำกำไรต่อเนื่อง เดินเกมยาวบนพอร์ตคุณภาพและวินัยการเงิน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3713659</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 17:22:09 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3713659</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถอดรหัสกำไรเคทีซี เมื่อการบริหารพอร์ตแข็งแรงเท่ากับความเชื่อมั่นระยะยาว กลุ่มบริษัทเคทีซีเผยไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 2,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พอร์ตสินเชื่อรวม 107,841 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.7% แม้เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยผลการดำเนินงานสะท้อนเสถียรภาพของโมเดลธุรกิจ ที่ขับเคลื่อนบนการบริหารพอร์ตลูกหนี้เชิงคุณภาพ การควบคุมความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการใช้ข้อมูลเชิงลึกในการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ ตอกย้ำแนวทางการเดินเกมยาว เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรอย่างสม่ำเสมอ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า “แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมสินเชื่อผู้บริโภคในช่วงไตรมาสแรกยังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ และความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของภาคการเงิน แต่กลุ่มบริษัทเคทีซียังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้ในทุกผลิตภัณฑ์ โดยในช่วงสองเดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดลูกหนี้บัตรเครดิตอยู่ในระดับเดิมที่ 14.5% และสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นเป็น 13.4% จาก 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้นเป็น 4.2% จาก 4.1%” “ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทเคทีซียังคงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมคุณภาพพอร์ตอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการใช้ข้อมูลเชิงลึกในการดูแลคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด ส่งผลให้สามารถรักษาความแข็งแกร่งของฐานรายได้และผลการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3713659">กลุ่มบริษัทเคทีซีตอกย้ำเสถียรภาพ ทำกำไรต่อเนื่อง เดินเกมยาวบนพอร์ตคุณภาพและวินัยการเงิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
