<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/attribute/finance_image_th/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/attribute/finance_image_th</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 Jul 2026 17:42:05 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[AXA SmartDrive ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 มอบความคุ้มครองรอบด้าน เพื่อความอุ่นใจในทุกการเดินทาง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3744429</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 17:30:14 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744429</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอกซ่าประกันภัย นำเสนอแผนประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 &#8220;AXA SmartDrive&#8221; ประกันภัยที่มอบความคุ้มครองที่ครอบคลุม พร้อมสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ขับขี่ในยุคปัจจุบัน  ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 AXA SmartDrive มอบความคุ้มครองรอบด้าน ทั้งตัวรถยนต์ ทรัพย์สิน และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคู่กรณีก็ได้รับความคุ้มครองเต็มที่ เหมาะสำหรับรถใหม่ รถที่ใช้งานบ่อย หรือรถที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี ครอบคลุมทั้งกรณีรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งจากโรงงานสูงสุด 20,000 บาทต่อครั้ง นอกจากนี้ แอกซ่าได้คัดเลือกอู่ในเครือข่ายที่มีคุณภาพ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจะรับผิดชอบในการซ่อมแซม พร้อมเลือกใช้อะไหล่มาตรฐานจากอู่ซ่อม เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง และยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันภัยได้อีกด้วย  แอกซ่ายังมอบสิทธิประโยชน์เสริมเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า ได้แก่ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงผ่าน AXA Roadside Service และสิทธิประโยชน์ AXA4U ซึ่งคุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดกับอุปกรณ์สำคัญของรถยนต์โดยไม่หักค่าเสื่อมราคา เช่น ยางรถ แบตเตอรี่สตาร์ทรถ น้ำมันเครื่อง สารหล่อลื่น สารหล่อเย็นของระบบแอร์ และ วิทยุและเครื่องเสียง  ทั้งนี้ ลูกค้ายังสามารถรับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติมได้ในหลายกรณี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3744429">AXA SmartDrive ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 มอบความคุ้มครองรอบด้าน เพื่อความอุ่นใจในทุกการเดินทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. ร่วมหารือ OECD เดินหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิก ยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดทุนไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744383</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 17:18:50 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744383</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยนางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะผู้แทนองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในโอกาสการเยือนไทยเพื่อทำภารกิจ Fact-Finding Mission ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณาการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย โดยการประชุมร่วมกับ ก.ล.ต. ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีในตลาดทุน (Corporate Governance) ณ สำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ คณะผู้แทน OECD ได้ประชุมร่วมกับ 3 หน่วยงานหลักของไทย ได้แก่ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) นำโดย นายพิทย อุทัยสาง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนรัฐวิสาหกิจ และกระทรวงการต่างประเทศ นำโดยนางสาลินี ผลประไพ รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อหารือในประเด็นความคืบหน้าและแนวทางการขับเคลื่อนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย โดยครอบคลุมการวางแผน การจัดลำดับความสำคัญ และการกำหนดเป้าหมายร่วมกันอย่างบูรณาการ คณะผู้แทน OECD ยังได้มีการหารือร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ในตลาดทุนไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744383">ก.ล.ต. ร่วมหารือ OECD เดินหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิก ยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดทุนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เคทีซีรวม 36 พันธมิตรโรงแรมและร้านดัง รับเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์สู่ตลาดของขวัญพรีเมียม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744373</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 17:16:29 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744373</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขนมไหว้พระจันทร์ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงขนมประจำเทศกาล แต่กำลังยกระดับสู่การเป็นของขวัญ พรีเมียมที่สะท้อนรสนิยม ความใส่ใจ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้มอบและผู้รับ ส่งผลให้การแข่งขันของโรงแรม ร้านอาหาร และแบรนด์ขนมชั้นนำไม่ได้อยู่ที่รสชาติหรือราคาเพียงอย่างเดียว หากยังรวมถึงการสร้างสรรค์คอลเลกชันพิเศษ บรรจุภัณฑ์ และเรื่องราวของแบรนด์ เพื่อสร้างความแตกต่างในช่วงเทศกาลสำคัญ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านสิทธิพิเศษไลฟ์สไตล์ ด้วยการรวบรวมพันธมิตรโรงแรม ห้องอาหาร และร้านขนมชั้นนำรวม 36 แห่ง มอบส่วนลดสูงสุด 25% สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี โดยไม่ต้องใช้คะแนน ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 – วันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อตอบโจทย์ทั้งการซื้อเพื่อรับประทานในครอบครัว การมอบเป็นของขวัญแก่คนสำคัญ และการเลือกของขวัญสำหรับลูกค้าหรือคู่ค้าทางธุรกิจ นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า “ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้เลือกซื้อขนมไหว้พระจันทร์จากรสชาติหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ บรรจุภัณฑ์ และเรื่องราวของแบรนด์ โดยเฉพาะในกลุ่มของขวัญพรีเมียมที่ต้องการสร้างความประทับใจ เคทีซีจึงรวบรวมพันธมิตรคุณภาพไว้ในที่เดียว เพื่อให้สมาชิกสามารถเลือกขนมไหว้พระจันทร์ได้หลากหลายสไตล์ พร้อมรับสิทธิพิเศษที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ทุกโอกาสของการมอบของขวัญในเทศกาลนี้” สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีรับส่วนลดสูงสุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744373">เคทีซีรวม 36 พันธมิตรโรงแรมและร้านดัง รับเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์สู่ตลาดของขวัญพรีเมียม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[GC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปี และ 10 ปี พร้อมสิทธิจองซื้อก่อนสำหรับผู้ถือหุ้นกู้เดิมและผู้สูงวัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744356</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 16:37:30 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744356</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนุนแผนบริหารเงินทุนระยะยาว เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน และขับเคลื่อนธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี และรุ่นอายุ 10 ปี ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด คาดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 ผ่านธนาคารชั้นนำ 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย พร้อมจัดลำดับสิทธิการจองซื้อให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้เดิม ผู้สูงวัย และผู้ลงทุนประชาชนทั่วไป เพื่อขยายฐานนักลงทุนและสนับสนุนแผนบริหารเงินทุนระยะยาวของ GCการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ และใช้ในการชำระคืนเงินกู้ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และทำให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744356">GC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปี และ 10 ปี พร้อมสิทธิจองซื้อก่อนสำหรับผู้ถือหุ้นกู้เดิมและผู้สูงวัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทำประกันมะเร็งยุคนี้ ต้องเน้นความคุ้มครองค่ารักษาให้ครอบคลุม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3744353</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 16:34:58 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744353</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงโรคร้ายแรงที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัว “โรคมะเร็ง” ยังคงครองแชมป์อันดับหนึ่งที่เป็นฝันร้ายของคนไทยมาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงเริ่มตื่นตัวและมองหาการทำประกันมะเร็งเพื่อเป็นเกราะป้องกันทางการเงิน ทว่าในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้ก้าวหน้าไปไกลมาก ส่งผลให้พฤติกรรมการรักษาและค่าใช้จ่ายเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง คำถามสำคัญที่คนทำงานยุคนี้ต้องฉุกคิดคือ แผนประกันภัยที่เน้นรับเงินก้อนตอนตรวจเจอนั้น เพียงพอและจบปัญหาวิกฤตการเงินได้จริงหรือ ในยุคที่ค่ายารักษามะเร็งสมัยใหม่พุ่งทะยานไปไกลถึงหลักล้านบาท วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกกันว่า ทำไมการตัดสินใจทำประกันมะเร็งในยุคนี้ จำเป็นต้องโฟกัสไปที่เทคโนโลยีการรักษาสมัยใหม่เป็นสำคัญ ความจริงที่ต้องรู้ ค่ารักษามะเร็งยุคใหม่ ไม่ได้มีแค่คีโม ในอดีต ภาพจำของการรักษามะเร็งคือการทำเคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือการฉายแสง ซึ่งแม้จะมีประสิทธิภาพดีแต่ก็มาพร้อมกับผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น อาการคลื่นไส้ ผมร่วง ร่างกายอ่อนแอ แต่ในปัจจุบัน วงการแพทย์ได้พัฒนาเทคโนโลยีการรักษาที่มีความแม่นยำสูงและอ่อนโยนต่อร่างกายผู้ป่วยมากขึ้น ซึ่งกลายมาเป็นความหวังใหม่ในการหายขาด ทว่าเทคโนโลยีเหล่านี้กลับมีราคาที่ต้องจ่ายค่อนข้างสูง ทำไมแผน “เจอ จ่าย จบ” แบบเดิมอาจไม่จบในชีวิตจริง  สมมติว่าเลือกทำประกันมะเร็งแบบเน้นรับเงินก้อนเมื่อตรวจเจอ (เจอ จ่าย จบ) ที่วงเงิน 500,000 บาท ในอดีตเงินก้อนนี้อาจจะดูมากพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด หรือทำคีโมในโรงพยาบาลรัฐ อย่างไรก็ดี ในปัจจุบัน แพทย์แนะนำว่ามะเร็งอาจสามารถรักษาให้หายและใช้ชีวิตปกติได้ด้วย “ยามุ่งเป้า” แต่เงินก้อน 500,000 บาทนั้น อาจจะครอบคลุมค่ายาได้เพียงแค่ 3-4 เดือนแรกเท่านั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3744353">ทำประกันมะเร็งยุคนี้ ต้องเน้นความคุ้มครองค่ารักษาให้ครอบคลุม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอชเอสบีซีครองตำแหน่ง “ธนาคารระหว่างประเทศยอดเยี่ยมของไทย” ปี 2569]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744350</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 16:34:42 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744350</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ได้รับการยกย่องให้เป็น “ธนาคารระหว่างประเทศยอดเยี่ยมในประเทศไทย” จาก FinanceAsia Awards 2026 (ไฟแนนซ์เอเชีย อวอร์ด 2026) นอกจากนี้ ธนาคารยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติรวมทั้งสิ้น 12 รางวัลในปีนี้ รวมถึง “ธนาคารสำหรับลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ยอดเยี่ยมในประเทศไทย” จาก Euromoney Awards for Excellence 2026 (ยูโรมันนี่ อวอร์ด ฟอร์ เอกซ์เซเลนซ์ 2026) และ “ธนาคารระหว่างประเทศยอดเยี่ยมสำหรับลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่และบรรษัทข้ามชาติในประเทศไทย” จาก FinanceAsia Awards 2026 รางวัลเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารเอชเอสบีซีในการดำเนินธุรกิจโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และการส่งมอบความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานในประเทศไทย ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งของธนาคารเอชเอสบีซียังได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยในงาน Euromoney Awards for Excellence 2026 ที่ผ่านมา ธนาคารได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 59 รางวัลทั่วโลก อันรวมถึงหนึ่งในรางวัลเกียรติยศอันทรงคุณค่าสูงสุด คือ การที่นายจอร์จส เอลเฮเดอรี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธนาคารเอชเอสบีซีได้รับการยกย่องให้เป็น “สุดยอดนักการธนาคารแห่งปีของโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744350">เอชเอสบีซีครองตำแหน่ง “ธนาคารระหว่างประเทศยอดเยี่ยมของไทย” ปี 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[บลจ.อีสท์สปริง คว้ารางวัลกองทุนรวมอสังหาฯและโครงพื้นฐานยอดเยี่ยมแห่งปี จากเวที Money &#038; Banking Awards 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744344</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 16:21:03 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744344</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง ประสบความสำเร็จคว้ารางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 (Best Mutual Fund of the Year 2026) ประเภทกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน (Property and Infrastructure Fund) ภายในงานมอบรางวัลเกียรติยศ Money &#38; Banking Awards 2026 โดยรางวัลดังกล่าวมอบให้แก่กองทุนเปิดอีสท์สปริง Property and Infrastructure Income Plus Flexible (ES-PIPF) ซึ่งสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจากการวัดผลการดำเนินงานกองทุนตามหลักเกณฑ์การประเมินของวารสารการเงินธนาคาร โดยมีนางสาวดารบุษป์ ปภาพจน์ (ขวา) กรรมการผู้จัดการ นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ (ซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน พร้อมทีมผู้จัดการกองทุน ร่วมรับรางวัล ณ โรงแรม สยามเคมปินสกี้ กรุงเทพ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744344">บลจ.อีสท์สปริง คว้ารางวัลกองทุนรวมอสังหาฯและโครงพื้นฐานยอดเยี่ยมแห่งปี จากเวที Money &amp; Banking Awards 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอชเอสบีซีครองตำแหน่ง “ธนาคารระหว่างประเทศยอดเยี่ยมของไทย” ปี 2569]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744327</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 15:53:19 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744327</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ได้รับการยกย่องให้เป็น “ธนาคารระหว่างประเทศยอดเยี่ยมในประเทศไทย” จาก  FinanceAsia Awards 2026 (ไฟแนนซ์เอเชีย อวอร์ด 2026) นอกจากนี้ ธนาคารยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติรวมทั้งสิ้น 12 รางวัลในปีนี้ รวมถึง “ธนาคารสำหรับลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ยอดเยี่ยมในประเทศไทย” จาก Euromoney Awards for Excellence 2026 (ยูโรมันนี่ อวอร์ด ฟอร์ เอกซ์เซเลนซ์ 2026) และ “ธนาคารระหว่างประเทศยอดเยี่ยมสำหรับลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่และบรรษัทข้ามชาติในประเทศไทย” จาก FinanceAsia Awards 2026 รางวัลเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารเอชเอสบีซีในการดำเนินธุรกิจโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และการส่งมอบความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานในประเทศไทย ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งของธนาคารเอชเอสบีซียังได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยในงาน Euromoney Awards for Excellence 2026 ที่ผ่านมา ธนาคารได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 59 รางวัลทั่วโลก อันรวมถึงหนึ่งในรางวัลเกียรติยศอันทรงคุณค่าสูงสุด คือ การที่นายจอร์จส เอลเฮเดอรี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธนาคารเอชเอสบีซีได้รับการยกย่องให้เป็น “สุดยอดนักการธนาคารแห่งปีของโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744327">เอชเอสบีซีครองตำแหน่ง “ธนาคารระหว่างประเทศยอดเยี่ยมของไทย” ปี 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทีทีบี ชูบทบาท Growth Navigator หนุน SME ไทย เชื่อมข้อมูล อินไซต์ และโซลูชันการเงิน ช่วยธุรกิจเติบโตในยุคเศรษฐกิจผันผวน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744292</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 14:44:36 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744292</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ ต้นทุนธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว ผู้ประกอบการ SME ไทยกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ที่มากกว่าการประคองธุรกิจให้อยู่รอด แต่ต้องมองหาเส้นทางการเติบโตอย่างมีทิศทาง ทีทีบีจึงเดินหน้าบทบาท Growth Navigator จัดงาน SME Growth Navigator powered by ttb LEAN : Networking Day เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ ข้อมูลเชิงลึก โซลูชันทางการเงิน เครื่องมือดิจิทัล และเครือข่ายพันธมิตรใน Ecosystem ให้ผู้ประกอบการสามารถปลดล็อกข้อจำกัดและต่อยอดธุรกิจได้จริง ข้อมูลและอินไซต์ คือสินทรัพย์ใหม่ของ SME ในยุคการแข่งขันสูง นายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่ม Data และ Analytics ทีทีบี กล่าวว่า ภาพเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าจะมีลักษณะ K-Shaped Economy โดยบางอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดี ขณะที่บางกลุ่มฟื้นตัวช้ากว่าเดิม SME จึงไม่สามารถอาศัยเพียงประสบการณ์หรือภาพรวมเศรษฐกิจในการตัดสินใจได้อีกต่อไป แต่ต้องใช้ข้อมูลและอินไซต์เพื่อมองเห็นโอกาสการเติบโตที่เฉพาะเจาะจงสำหรับธุรกิจของตน ขณะเดียวกัน AI กำลังเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ตลาด ตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง และช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ซึ่งจะเป็นแต้มต่อสำคัญในยุคที่ต้นทุนและการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น บทเรียนจากสนามจริง: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744292">ทีทีบี ชูบทบาท Growth Navigator หนุน SME ไทย เชื่อมข้อมูล อินไซต์ และโซลูชันการเงิน ช่วยธุรกิจเติบโตในยุคเศรษฐกิจผันผวน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ออมเพื่อลูกกับบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีจากกรุงศรี รับดอกเบี้ยสูงสุด 1.70% ต่อปี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744289</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 14:42:50 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744289</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เชิญชวนลูกค้าเริ่มต้นออมเงินเพื่ออนาคตลูกกับบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 หรือ 36 เดือน สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีอายุ 7-15 ปี เริ่มฝากเพียง 500 บาทต่อเดือน รับอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 1.70% ต่อปี โดยมีรายละเอียดดังนี้ พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่มีบัญชีออมทรัพย์กับธนาคารและทํารายการตั้งโอนเงินล่วงหน้าแบบประจำทุกเดือนผ่าน krungsri app ไปฝากเข้าบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน หรือ 36 เดือน ที่เปิดใหม่ของบุคคลธรรมดาที่มีอายุ 7-15 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 &#8211; 31 ธันวาคม 2569 และตัดบัญชีสำเร็จ ภายในวันที่ 31 มกราคม 2570 จะได้รับ Krungsri GIFT เพื่อกดรับ Starbucks e-Coupon มูลค่า 100 บาท ผ่าน krungsri [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744289">ออมเพื่อลูกกับบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีจากกรุงศรี รับดอกเบี้ยสูงสุด 1.70% ต่อปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นบ้างในเดือน มิ.ย. ก่อนสงครามอิหร่านกลับมาตึงเครียดในเดือนนี้ จับตากำแพงภาษีสหรัฐฯ ระลอกใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744251</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 13:13:26 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744251</guid>

					<description><![CDATA[<p>เศรษฐกิจไทยครึ่งหลังของปี 2569 จะเติบโตต่ำกว่าช่วงครึ่งปีแรก และยังเปราะบาง จากหลายปัจจัยกลับมากดดันเพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ที่แรงหนุนจากภาครัฐจะแผ่วลง ข้อมูลเร็วเดือน มิ.ย. ชี้ว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวหลังแรงกดดันสงครามตะวันออกกลางคลี่คลายชั่วคราว แต่สัญญาณฟื้นตัวยังเปราะบาง เพราะความเชื่อมั่นยังไม่กลับสู่ระดับก่อนสงคราม ยังต้องติดตามข้อมูลเดือน ก.ค. ที่สงครามตึงเครียดขึ้นอีก ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมในเดือน มิ.ย. ปรับดีขึ้น โดยเฉพาะดัชนีย่อยที่สะท้อนมุมมองระยะข้างหน้า ด้านตัวเลขดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดยังอ่อนแอ แม้มีแนวโน้มปรับดีขึ้นบ้างแต่ระยะต่อไปยังมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่เร่งตัวสูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรง ด้านการลงทุนและการส่งออกยังขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยการส่งออกไปตะวันออกกลางและการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรปที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามตะวันออกกลาง แต่แรงหนุนที่เห็นนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้หากความตึงเครียดกลับมารุนแรง SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยใน H2/2569 จะขยายตัวช้ากว่าครึ่งปีแรกและยังเปราะบาง โดยไตรมาส 4 เป็นช่วงสำคัญที่แรงส่งภาครัฐจะลดลง ในจังหวะเดียวกับที่ความเสี่ยงภายนอกอาจกดดันการค้าและต้นทุนมากขึ้น ความเสี่ยงหลักมาจากสงครามตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดและอาจยืดเยื้อ ภาษีนำเข้ามาตรา 301 ของสหรัฐฯ ที่ไทยเสี่ยงถูกเก็บภาษีเพิ่ม 12.5% ประเด็นแรงงานภาคบังคับ (Forced labour) และความเสี่ยงจากภาษีเพิ่มเติมประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess capacity) ซึ่งไทยติดอยู่ในกลุ่ม 16 ประเทศที่ถูกสอบสวน รวมถึงความเสี่ยง Super [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744251">เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นบ้างในเดือน มิ.ย. ก่อนสงครามอิหร่านกลับมาตึงเครียดในเดือนนี้ จับตากำแพงภาษีสหรัฐฯ ระลอกใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไอแบงก์ผนึกกำลังพันธมิตรนักธุรกิจไทยมุสลิม ร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศฮาลาล ด้วยการเงินฮาลาลครบวงจรในงาน “ฮาลาลมหานคร Petra อร่อยเหนือกาลเวลา”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744235</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 11:59:22 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744235</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ชูการเงินอิสลามบนฐานคุณค่า (Value-Based Banking) พร้อมโปรโมชันบริการทางการเงินฮาลาลครบวงจรเข้าร่วมออกบูธในมหกรรมอาหารและสินค้าฮาลาลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี &#8220;ฮาลาลมหานคร Petra อร่อยเหนือกาลเวลา&#8221; ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 ณ ลานน้ำพุ ชั้น 1 ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยพิธีเปิดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสามารถ มะลูลีม อดีตประธานมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย อดีตประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ซึ่งมีนางนุจรี ภักดีเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มงานธุรกิจรายย่อย เป็นตัวแทนธนาคารกล่าวแสดงความยินดีจากพันธมิตรธุรกิจ (Partnership Remark) ในพิธีเปิดงาน นางนุจรี ภักดีเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มงานธุรกิจรายย่อย ไอแบงก์ กล่าวว่า “เมื่อเรามองย้อนไปยังนครเปตราที่เป็นศูนย์กลางการค้าคาราวานที่สำคัญในอดีต ด้วยแนวทางการทำธุรกิจตามแบบฉบับของท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) การค้าขายที่ฮาลาลถือเป็นการส่งมอบความไว้วางใจระหว่างกัน และทำให้เรามองเห็นถึงจุดเชื่อมโยงของห่วงโซ่สินค้าฮาลาล วันนี้ ‘ฮาลาลมหานคร’ กำลังทำหน้าที่เดียวกัน คือเป็นจุดที่ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และธนาคารอิสลามมาร่วมกันขับเคลื่อนระบบนิเวศฮาลาล (Halal [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744235">ไอแบงก์ผนึกกำลังพันธมิตรนักธุรกิจไทยมุสลิม ร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศฮาลาล ด้วยการเงินฮาลาลครบวงจรในงาน “ฮาลาลมหานคร Petra อร่อยเหนือกาลเวลา”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เปิดอินไซต์การเงินคนไทย “เตรียมความพร้อม” ทางการเงินล่วงหน้า ส่ง SEasyCash ช่วยรับมือสภาพคล่อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744212</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 11:48:11 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744212</guid>

					<description><![CDATA[<p>SEasyCash สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ โดย บริษัท โมนี่ (แคปปิตอล) จำกัด เผยผลสำรวจพบว่าผู้ใช้งานมีแนวโน้มวางแผนการเงินอย่างตั้งใจและรอบคอบมากขึ้น โดยกว่า 60% ของผู้ตอบแบบสำรวจเลือกเปิดวงเงินไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมทางการเงินในยามจำเป็น โดยไม่ได้มีการเบิกใช้ทันที สะท้อนให้เห็นว่าการเข้าถึงวงเงินกำลังถูกมองเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการเสริมความยืดหยุ่นทางการเงินและบริหารสภาพคล่อง เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในการประกอบอาชีพ ผู้ใช้งานให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมทางการเงินมากขึ้น ผลสำรวจในกลุ่มผู้ใช้งานแอปพลิเคชันในไทยกว่า 5,000 คน พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจประมาณ 65% เลือกเปิดวงเงินไว้ล่วงหน้า และค่อยใช้เมื่อมีความจำเป็น โดยมีเพียง 33% ที่เบิกใช้ทันทีหลังเปิดวงเงิน สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้งานมีแนวโน้มมองการเข้าถึงวงเงินเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการเตรียมความพร้อมทางการเงิน เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด มากกว่าการใช้เพื่อการจับจ่ายในทันที รูปแบบการใช้งานยังสะท้อนถึงพฤติกรรมที่เป็นไปตามความจำเป็นเฉพาะช่วงเวลา มากกว่าการพึ่งพาอย่างต่อเนื่อง โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจ หรือ 49% ระบุว่าเบิกใช้วงเงินเดือนละครั้ง ขณะที่ 16% ใช้ทุก 2–3 เดือน สะท้อนว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่มีแนวโน้มใช้วงเงินอย่างเลือกสรร ตามความจำเป็นทางการเงินในแต่ละช่วงเวลา อินไซต์ชี้ชัด ผู้ใช้งานมองวงเงินเป็นเครื่องมือบริหารสภาพคล่องที่ช่วยต่อยอดรายได้ของผู้ประกอบอาชีพ แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ใช้งานที่เลือกใช้วงเงินในช่วงเวลาที่มีความจำเป็นอย่างชัดเจน เพื่อบริหารสภาพคล่องในการทำธุรกิจ โดยจากผลสำรวจระบุว่า ช่วงที่มีการเบิกใช้สูงสุด คือช่วงเกิดค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหรือไม่คาดคิดกว่า 50% สะท้อนถึงบทบาทสำคัญในฐานะตัวช่วยในการเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่อง ช่วยให้บริหารการเงินได้คล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ เสียงสะท้อนจากผู้ตอบแบบสำรวจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744212">เปิดอินไซต์การเงินคนไทย “เตรียมความพร้อม” ทางการเงินล่วงหน้า ส่ง SEasyCash ช่วยรับมือสภาพคล่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[MTS Gold Investment Token เปิดจองซื้อวันแรก 24 ก.ค. 69 ผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับโบนัสส่วนต่างจากราคาทองคำตามสัดส่วนเมื่อครบ 3 ปี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744188</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 10:54:47 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744188</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลงทุนเริ่มต้น 1 หมื่นบาท ผ่านแอปฯ kubix และ orbix กลุ่มบริษัทในเครือ MTS GOLD (แม่ทองสุก) และ kubix เริ่มเปิดจองซื้อ “MTS Gold Investment Token” โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำครั้งแรกในไทย วันที่ 24 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน kubix และ orbix รับผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี และโอกาสรับโบนัสส่วนต่างจากราคาทองคำตามสัดส่วนเมื่อครบ 3 ปี พร้อมรับของทองคำแท้สมนาคุณเมื่อจองซื้อและได้รับจัดสรรโทเคนทุก 1 ล้านบาท นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) เปิดเผยว่า หลังจากกลุ่ม MTS GOLD (แม่ทองสุก) และบริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744188">MTS Gold Investment Token เปิดจองซื้อวันแรก 24 ก.ค. 69 ผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับโบนัสส่วนต่างจากราคาทองคำตามสัดส่วนเมื่อครบ 3 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[GCAP GOLD มองเฟดเปลี่ยนเกมนโยบายการเงิน หันลดงบดุลแทนขึ้นดอกเบี้ย หนุนมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744177</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 10:51:07 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744177</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) มองเฟดเปลี่ยนเกมนโยบายการเงิน หันลดงบดุลแทนขึ้นดอกเบี้ย อาจกดดันดอลลาร์และเปิดโอกาสทองคำฟื้นตัวรอบใหม่ ด้านฝ่ายวิจัยประเมิน สัญญาณทางเทคนิคเริ่มฟื้นตัว แม้ว่าในระยะสั้นจะยังไม่ยืนยันการกลับตัวเป็นเทรนด์ขาขึ้น แต่ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนเชิงบวก พร้อมแนะกลยุทธ์ &#8220;ย่อตัวทยอยสะสม&#8221; ลุ้นทดสอบต้านบริเวณ $4,200 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 66,700 บาท นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินว่า ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังจับตาการเปลี่ยนแปลงแนวทางดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ภายใต้การนำของ เควิน วอร์ช หลังเริ่มส่งสัญญาณให้น้ำหนักกับการลดขนาดงบดุล (Balance Sheet) มากกว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากแนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นจริง อาจสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม ทิศทางตลาดยังขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งหากปรับตัวสูงขึ้น อาจกลับมากดดันราคาทองคำได้เช่นกัน การส่งสัญญาณดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก เควิน วอร์ช ให้การต่อรัฐสภาสหรัฐฯ โดยระบุว่า การทบทวนงบดุลของเฟดซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะครอบคลุมถึงการกำหนดระดับเงินสำรองที่เหมาะสมของระบบการเงิน ซึ่งทำให้เฟดยังจำเป็นต้องถือครองพันธบัตรรัฐบาล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744177">GCAP GOLD มองเฟดเปลี่ยนเกมนโยบายการเงิน หันลดงบดุลแทนขึ้นดอกเบี้ย หนุนมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ลาวและฮ่องกงประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระดับประเทศ เชื่อมโยงภาครัฐและภาคธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตระดับนานาชาติ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744174</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 10:47:03 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744174</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงการเงินแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Ministry of Finance of the Lao People&#8217;s Democratic Republic) และ สำนักบริการการเงินและการคลัง (Financial Services and the Treasury Bureau) แห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ว่าด้วยการส่งเสริมสร้างความร่วมมือทางการเงินระดับทวิภาคี และสนับสนุนการพัฒนาระยะยาวของภาคอุตสาหกรรมโลหะมีค่าระหว่าง สปป. ลาว และฮ่องกง โดยลงนามในนามของกระทรวงการเงินโดยท่าน สันติภาพ พมวิหาร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเงิน แห่ง สปป. ลาว และในนามของสำนักบริการการเงินและการคลัง โดยท่าน คริสโตเฟอร์ ฮุย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบริการการเงินและการคลัง แห่งรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยบันทึกความเข้าใจระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) ฉบับนี้ ได้จัดวางกรอบความร่วมมือด้านบริการทางการเงินและการพัฒนาตลาดโลหะมีค่า ที่รวมถึงการเสริมสร้างการเชื่อมโยงของตลาด การอำนวยความสะดวกในกิจกรรมตลาดทองคำข้ามแดน การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาชีพและนวัตกรรม การยกระดับความร่วมมือด้านการกำกับดูแล ตลอดจนการสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ด้วยมุ่งหวังส่งเสริมระบบนิเวศโลหะมีค่าอย่างทันสมัย โปร่งใส และเชื่อมโยงกับนานาชาติ เพื่อความสอดคล้องกับนโยบายความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ได้มีการลงนาม MOU ระหว่างธนาคารทองคำลาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744174">ลาวและฮ่องกงประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระดับประเทศ เชื่อมโยงภาครัฐและภาคธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตระดับนานาชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[บัตรเครดิต ttb ต่อยอด Smart Value ผนึกกว่า 60 แบรนด์ดัง ชวนสายแฟชั่นช้อปคุ้ม รับเครดิตเงินคืนและส่วนลดรวมสูงสุด 15%]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744152</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 10:15:59 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744152</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีทีบี เดินหน้าตอกย้ำทิศทางการทำตลาดบัตรเครดิตที่มุ่งสร้างความแตกต่างและส่งมอบความคุ้มค่าที่มากกว่าเพื่อให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น ภายใต้แนวคิด “Smart Value” ล่าสุดเดินหน้ารับกระแส End of Season Sale ด้วยแคมเปญ &#8220;Fashion End of Season SALE&#8221; ร่วมกับพันธมิตรแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำกว่า 60 แบรนด์ มอบสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งเครดิตเงินคืนและส่วนลด On Top รวมสูงสุด 15% เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้แต่งตัวในแบบที่เป็นตัวเอง พร้อมบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนแนวคิดที่มุ่งสร้างความคุ้มค่าที่ใช้ได้จริงในทุกการใช้จ่าย นายวีระยุทธ ศัลยประดิษฐ์ เจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์และการตลาดผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคาร กลุ่มลูกค้าบุคคลระดับกลาง ทีทีบี เปิดเผยว่า ภายใต้สภาวะค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง ทีทีบีเข้าใจและใส่ใจพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าเป็นอย่างดี การเลือกซื้อสินค้าในหมวดแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย ซึ่งแม้จะเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มความมั่นใจและการแสดงออกถึงตัวตน แต่ก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ลูกค้าจึงให้ความสำคัญกับการเลือกซื้ออย่างคุ้มค่าและรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลลดราคาปลายซีซัน (End of Season Sale) ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ชั้นนำคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ ช่วยให้ลูกค้าได้สินค้าที่ต้องการโดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น “ทีทีบีเชื่อว่าการมีชีวิตทางการเงินที่ดี หรือ Financial Well-being ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าจะต้องหยุดใช้จ่ายในสิ่งที่ชื่นชอบ แต่คือการสามารถใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม คุ้มค่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744152">บัตรเครดิต ttb ต่อยอด Smart Value ผนึกกว่า 60 แบรนด์ดัง ชวนสายแฟชั่นช้อปคุ้ม รับเครดิตเงินคืนและส่วนลดรวมสูงสุด 15%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จับตากระแสการลงทุนหุ้นจีน นักลงทุนไทยซื้อกองทุน ‘KKP CNGROWTH’ ทะลุ 3.3 พันล้านบาท รับเทรนด์ New Economy]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744149</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 10:15:16 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744149</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด (บลจ.เกียรตินาคินภัทร) ชี้ว่าตลาดหุ้นจีนมีความน่าสนใจเข้าลงทุนอีกครั้ง ท่ามกลางระดับมูลค่าหุ้นที่ยังไม่สูงเกินไป ปรากฏการณ์นี้ล่าสุดสะท้อนชัดเจนผ่านความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทย ที่เริ่มกลับมามองหาโอกาสจากเศรษฐกิจจีนที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค New Economy โดยให้การตอบรับอย่างล้นหลามในช่วงเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ของกองทุนเปิด KKP CNGROWTH-H และ KKP CNGROWTH-UH ด้วยยอดจองซื้อรวมสูงถึง 3,362 ล้านบาท ตอกย้ำให้เห็นว่าหุ้นจีนกลุ่มขนาดกลางและขนาดเล็กที่สอดรับกับนโยบายภาครัฐ ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญที่นักลงทุนมองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.เกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า &#8220;แม้ตลาดหุ้นจีนจะเผชิญแรงกดดันในช่วงที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน เนื่องจากระดับมูลค่าหุ้นที่ซื้อขายยังอยู่ในระดับต่ำกว่าหุ้นสหรัฐฯ หรือมี Valuation Discount ประมาณ 43%[1] ขณะเดียวกันนักลงทุนทั่วโลกยังถือครองหุ้นจีนในสัดส่วนที่ต่ำ (Underowned) เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น จึงมีโอกาสที่เม็ดเงินลงทุนจะทยอยไหลกลับเข้าสู่ตลาดเมื่อความเชื่อมั่นฟื้นตัว&#8221; นอกจากนี้ ในระยะกลาง ตลาดหุ้นจีนยังมีปัจจัยหนุนจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (ปี 2026-2030) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744149">จับตากระแสการลงทุนหุ้นจีน นักลงทุนไทยซื้อกองทุน ‘KKP CNGROWTH’ ทะลุ 3.3 พันล้านบาท รับเทรนด์ New Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ธนาคารไทยเครดิต จัดอบรม &#8220;ตังค์โต Know-how เปิดโลกธุรกิจชุมชน: ติดปีกความสำเร็จสำหรับผู้ประกอบการ OTOP &#8221; จังหวัดพระนครศรีอยุธยา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744135</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 09:58:28 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744135</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด &#8220;Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ&#8221; และกลยุทธ์ &#8220;ธนาคารเพื่อความยั่งยืน&#8221; (Sustainability Banking) ผ่านการจัดอบรมหลักสูตร &#8220;ตังค์โต Know-how เปิดโลกธุรกิจชุมชน: ติดปีกความสำเร็จสำหรับผู้ประกอบการ OTOP &#8221; เพื่อยกระดับองค์ความรู้และเสริมทักษะด้านการบริหารธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ OTOP จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมเตรียมความพร้อมในการแข่งขันและสร้างการเติบโตในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางวชิรพร แจ้งเอี่ยม พัฒนาการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่ผู้ประกอบการ OTOP ที่เข้าร่วมโครงการ ขณะที่ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นางสาวเขมฤทัย อัศวนนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ ผู้ริเริ่มโครงการ ตังค์โต Know-how และ นายพิทักษ์ เครือกลัด ผู้อำนวยการแผนกสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ภาคกลาง 1 เข้าร่วมงานและร่วมถ่ายทอดแนวคิดในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เมื่อวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 – [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744135">ธนาคารไทยเครดิต จัดอบรม &#8220;ตังค์โต Know-how เปิดโลกธุรกิจชุมชน: ติดปีกความสำเร็จสำหรับผู้ประกอบการ OTOP &#8221; จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[K PLUS อัปเกรดฟีเจอร์ซื้อ-ขายทองคำกับ 4 ร้านทองชั้นนำ ด้วยสกุลเงิน USD เสริมทัพเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ ดอกเบี้ยสูง จับจังหวะค่าเงินและราคาทองคำได้พร้อมกัน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744128</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 09:50:19 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744128</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง ยกระดับ K PLUS สู่แพลตฟอร์มการลงทุนด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยร่วมมือ 4 ร้านทองชั้นนำของประเทศซื้อ-ขายทองคำ ได้แก่ ฮั่วเซ่งเฮง แม่ทองสุก (MTS Gold) YLG และ Aurora มุ่งช่วยนักลงทุนรับมือความผันผวนของตลาดและอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้นักลงทุนเข้าถึงราคาทองคำอ้างอิงจากตลาดโลกได้โดยตรง และบริหารจังหวะลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจโลก ตลาดการเงิน และค่าเงินยังผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์รวมถึงทิศทางดอกเบี้ย การกระจายความเสี่ยงมายังสินทรัพย์รักษามูลค่าอย่าง “ทองคำ” ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญ โดยปัจจุบัน 3 ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำอยู่ในจังหวะที่น่าทยอยสะสม ได้แก่ 1) ความกังวลอัตราเงินเฟ้อ 2) ค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น 3) แรงเทขายทำกำไรจากราคาทองคำปรับขึ้นมาแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จึงแนะนำให้นักลงทุนควรมีทองคำติดพอร์ตไว้ในสัดส่วน 10-15% ของพอร์ตทั้งหมด เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกระจายความเสี่ยง (Diversification) ยามตลาดผันผวน นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถบริหารจังหวะการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เตรียมให้บริการบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ “K PLUS Global [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744128">K PLUS อัปเกรดฟีเจอร์ซื้อ-ขายทองคำกับ 4 ร้านทองชั้นนำ ด้วยสกุลเงิน USD เสริมทัพเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ ดอกเบี้ยสูง จับจังหวะค่าเงินและราคาทองคำได้พร้อมกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
