ในภาวะการณ์ที่เกิดความไม่สงบและเกิดสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจโดยไม่สามารถประกอบกิจกรรมทางธุรกิจด้วยความราบรื่นและสะดวกสบายเช่นเดิม เพราะไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรหรือแอพพลิเคชั่นการทำงานต่างๆ จากนอกสำนักงานได้ หรือหากเข้าถึงได้ก็มีข้อจำกัดที่มากเกินไป เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนให้ทุกองค์กรเริ่มทบทวนและเน้นย้ำถึงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล และการสำรองข้อมูลมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปด้วยความราบรื่น
UIH ได้จับมือร่วมกับ CISCO นำเสนอโซลูชั่น Cloud Computing เพื่อให้องค์กรธุรกิจสามารถทลายข้อจำกัดของสถานที่ทำงาน อุปกรณ์ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ลงได้ โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มาบริหารจัดการสารสนเทศให้ดีขึ้นและง่ายขึ้น โดยมีแผนเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง (Business Continuity) ภายในงานนี้ ผู้บริหารบริษัทโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับกรณีศึกษาในเรื่องการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อเนื่องได้อย่างไม่สะดุด
การสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญที่จะส่งผลต่อภาคธุรกิจอย่างมาก เพื่อให้เกิดความราบรื่น หลายองค์กรได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้น จึงมีการเตรียมพร้อม โดยมีแผนจัดตั้งศูนย์สำรอง
แห่งใหม่ที่เรียกว่า Back up หรือ DR (Disaster Recovery) site อย่างน้อย 1 ถึง 2 แห่ง ให้ห่างไกลย่านชุมชน เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น สามารถอพยพพนักงานและเครื่องมือที่จำเป็น ไปทำงานยังศูนย์สำรองได้ทันที
สิ่งที่องค์กรไม่ควรมองข้ามหรือละเลย คือการออกแบบเทคโนโลยี Virtualization และ Cloud Computing ให้ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ รวมทั้งระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลที่จะนำไปวิ่งข้างนอกองค์กร โดยเฉพาะข้อมูลที่มีความสำคัญสำหรับองค์กรด้วย
อย่างไรก็ตามองค์กรขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ควรจะมีการพิจารณาว่าจะนำเทคโนโลยี มาเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจในส่วนไหนของบริษัทได้บ้าง และอย่างไร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-8314888 แผนกสื่อสารการตลาด UIH |
|