ข่าวประชาสัมพันธ์โลจิสติกส์

‘กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO’ เซ็นสัญญา ขสมก. คว้างานรถเมล์ NGV 489 คัน มั่นใจส่งมอบลอตแรก 100 คันในเดือน มี.ค. 61 การันตีศูนย์ซ่อมบำรุงที่ได้มาตรฐานตอบโจทย์การใช้งานของ ขสมก.

          บมจ.สแกนอินเตอร์ (SCN) และ บมจ. ช ทวี หรือ (CHO) ภายใต้ กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO ลงนามในสัญญาโครงการจัดหารถเมล์ NGV และดูแลซ่อมบำรุง เป็นระยะเวลา 10 ปี กับ ขสมก. โดยมี นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี ด้านผู้บริหาร SCN ชูความพร้อมด้านฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ร่วมสนับสนุนเงินทุนการดำเนินโครงการ พร้อมใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจรมานานกว่า 30 ปี มาเสริมความแข็งแร่ง ผ่านการให้คำที่ปรึกษาดูแลด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับระบบเชื้อเพลิง NGV ในโครงการนี้ทั้งหมด ตั้งแต่การดูแลติดตั้งเครื่องยนต์ NGV ในรถโดยสาร ตลอดจนด้านเทคนิคเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงรักษารถโดยสาร ด้านผู้บริหาร CHO มั่นใจพร้อมทุกด้าน ทั้งทีมงาน-โรงงาน-ซัพพลายเออร์จัดหาตัวถัง คัสซี และชิ้นส่วน ส่งมอบงานทันกำหนด ศูนย์ซ่อมบำรุงมีมาตรฐานได้รับการตอบรับจากธุรกิจขนส่ง ตอบโจทย์การใช้งาน ขสมก. 
          เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2560 กิจการค้าร่วม (Consortium) ระหว่าง บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN และบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO ในนาม "กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO" ได้ลงนามสัญญาการซื้อขายรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรถโดยสาร จำนวน 489 คัน กับองค์การขนส่งมวลชนมวลชนกรุงเทพฯ หรือ ขสมก. โดยมีมูลค่าโครงการประมาณ 4,261 ล้านบาท ณ อาคารสโมสรและหอประชุม ชั้น 3 กระทรวงคมนาคม 
          นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ด้วยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ ขสมก. จัดซื้อรถโดยสารใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 3,183 คัน โดยเร่งรัดให้จัดหาในระยะแรก จำนวน 489 คัน เพื่อนำมาให้บริการประชาชนทดแทนรถโดยสารเดิมที่มีสภาพทรุดโทรม เนื่องจากมีอายุการใช้งานหลายปี ซึ่ง ขสมก. ได้ดำเนินการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสาร 489 คัน 
          โดยดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามกระบวนการในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และเชิญผู้สังเกตการณ์ จากองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) เข้าร่วมสังเกตการด้วยทุกครั้ง ทำให้มั่นใจได้ว่าการจัดซื้อรถโดยสารในครั้งนี้เป็นไปด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 คณะกรรมการบริหารกิจการองค์การ มีมติอนุมัติให้ ขสมก. ดำเนินการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสาร 489 คัน กับ ผู้ชนะการเสนอราคา ได้แก่ กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO โดยบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) และบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) โดย ขสมก. ได้ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคาโครงการจัดซื้อรถโดยสารฯ อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560 และจัดพิธีลงนามสัญญาซื้อขายรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสาร จำนวน 489 คัน ระหว่าง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กับ กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO โดยบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) และบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน อีกทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพบริการ และสร้างความมั่นใจในการใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก. โดยมี นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ในวันพุธที่ 27 ธันวาคม 2560 เวลา 08.00 น. ณ อาคารสโมสรและหอประชุม ชั้น 3 กระทรวงคมนาคม 
          ดร.ฤทธี กิจพิพิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจร กล่าวว่า บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ 'กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ และ ช ทวี ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรถโดยสาร จำนวน 489 คัน โดยราคาที่เสนอให้แก่ ขสมก. นั้นถือเป็นราคาที่เหมาะสมต่อการดำเนินโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) และซ่อมแซมบำรุงรักษารถโดยสาร เพื่อให้มีรถโดยสารที่พร้อมให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          สำหรับการดำเนินโครงการนี้ SCN ได้ให้การสนับสนุนทางด้านเงินทุนเพื่อดำเนินโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) และซ่อมแซมบำรุงรักษารถโดยสาร ให้แก่กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีศักยภาพ พร้อมทั้งจะนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจร ที่เป็นรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและได้รับการยอมรับในภูมิภาคอาเซียน เข้ามาสนับสนุนในด้านองค์ความรู้ด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับระบบเชื้อเพลิง NGV ในโครงการนี้ทั้งหมด เช่นเทคนิคการประกอบติดตั้งเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV เป็นเชื้อเพลิงในรถโดยสาร รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านเทคนิคด้านการซ่อมบำรุงรักษารถโดยสาร เพื่อให้ได้ ขสมก. มีรถโดยสารที่มีคุณภาพเข้ามาวิ่งให้บริการแก่คนกรุงเทพฯ ภายใต้มาตรฐานการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น 
          "เราเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนในการดำเนินโครงการนี้ พร้อมใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจรมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ที่ และได้รับการยอมรับจากคนในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงานในภูมิภาคอาเซียน ยกย่องให้ SCN เป็น King of NGV in ASEAN ซึ่งมีองค์ความรู้ในด้านก๊าซธรรมชาติ NGV ที่พร้อมเข้ามาใช้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติ NGV ให้แก่ ช ทวี เพื่อดำเนินโครงการนี้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น" ดร.ฤทธี กล่าว 
          ขณะที่ นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO ประกอบธุรกิจเป็นผู้ออกแบบ สร้างสรรค์ ผลิตตัวถังและติดตั้งระบบวิศวกรรมที่เกี่ยวกับยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ รวมทั้งเป็นผู้ผสานเทคโนโลยีเกี่ยวกับระบบราง และโลจิสติกส์เข้ากับการจัดการอย่างมืออาชีพ กล่าวว่า บริษัทฯ มีความพร้อมในทุกๆ ด้านที่จะรับงานดังกล่าว ทั้งทีมงาน โรงงาน และซัพพลายเออร์จากทั้งในและต่างประเทศที่มีความพร้อมจะสนับสนุนการจัดหาตัวถัง คัสซี และชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ ตามแผนงานที่เราวางไว้อย่างเต็มที่ ประกอบกับบริษัทฯ ได้เคยรับงานในลักษณะใกล้เคียงกันมาแล้ว ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) ได้ตามกำหนดเวลา โดยระยะเวลาส่งมอบงานล็อตแรกจำนวน 100 คัน ภายในเดือนมีนาคม และส่งมอบอีก 120 คัน ภายใน 100 วัน และอีก 100 คันส่งมอบภายใน 120 วัน และที่เหลือ 189 คันจะส่งมอบได้ภายใน 180 วัน ตามสัญญา หรือภายในเดือนมิถุนายน ปี 2561
          "บริษัทฯ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง SCN ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษเกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจร ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้งานในครั้งนี้ รวมถึงงานซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารเป็นระยะเวลา 10 ปี ให้เดินหน้าอย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประกอบกับบริษัทฯ ได้มีประสบการณ์งานซ่อมบำรุงอยู่แล้วมาอย่างยาวนาน จากงานซ่อมบำรุงและศูนย์ซ่อมสำหรับ Tesco-Lotus & Linfox และลูกค้าทั่วไป และศูนย์ซ่อมรถบรรทุกสิบล้อ 24 ชั่วโมง ที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในกลุ่มธุรกิจการขนส่ง ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้อย่างดีเยี่ยม" นายสุรเดช กล่าวในที่สุด