ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ

ตลาดความงามและศัลยกรรมไทยบูมเปิดตัวนวัตกรรม ใหม่ล่าสุดของไทยและโลก AxisThree 3D รองรับเทรนหล่อสวย

          ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัย London Guildhall แห่งสหราชอาณาจักร หรือประเทศอังกฤษ สำรวจกลุ่มตัวอย่างอายุ 33 ปี จำนวน 11,000 ราย พบว่าชายหนุ่มไร้เสน่ห์จะได้รับเงินเดือนน้อยกว่าชายหนุ่มหน้าตาดี ร้อยละ 15 หนุ่มหน้าตาดีและสาวสวยมักจะถูกประเมินว่าเป็นผู้มีความสามารถ ใจดี ซื่อสัตย์ และฉลาดกว่าหนุ่มสาวที่หน้าตาธรรมดา รวมทั้งบุคคลทั่วไปมักปรารถนาที่จะช่วยเหลือหนุ่มสาวหน้าตาดีมากกว่าปกติ สอดคล้องกับผลวิจัยของมหาวิทยาลัย Texas และ Michigan State ของสหรัฐอเมริกา ที่พบว่า คนหน้าตาธรรมดาจะได้รับเงินเดือนน้อยกว่าคนหน้าตาดีร้อยละ 5-10 และคนหน้าตาดีจะได้รับเงินน้อยกว่าคนหน้าตาหล่อเหลาและสวยเลิศร้อยละ 3-8 สิ่งเหล่านี้ กำลังสะท้อนให้เห็นคุณค่าแห่งความงาม อันเป็นประตูสู่โอกาสและเส้นทางสู่ความสำเร็จ จนกลายสิ่งที่หลายคนกำลังแสวงหา ส่งผลต่อธุรกิจความงามและศัลยกรรมของประเทศไทยที่มีมูลค่ามากกว่า 20,000-30,000 ล้านบาทในปัจจุบัน
ตลาดความงาม ศัลยกรรมแข่งเดือด ชูจุดขาย เน้นบริการสนองความพึงพอใจคนไข้สูงสุด
          แพทย์หญิงอัมพร จิตะพันธ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์ออลโซลูชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนวัตกรรมล่าสุด AxisThree จากประเทศอังกฤษ กล่าวว่า “ตลาดธุรกิจความงามและศัลยกรรม จะยังคงขยายตัวสูงถึงร้อยละ 15-20 ต่อปี และจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เนื่องจากจะมีการเดินทางเข้ามาจากชาวต่างชาติ ทั้งที่เดินทางมาทำธุรกิจและท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศแถบอาเซียนที่มีชื่อเสียงมากด้านศัลยกรรมและความงาม ดังเห็นได้จากตลาดนักท่องเที่ยวปีนี้เติบโตขึ้นมาก โดยมีนักท่องเที่ยวประมาณ 1.5 แสนคนที่มาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และร้อยละ 50 มาใช้บริการความงามและศัลยกรรม
          แม้ว่า ประเทศไทย จะยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สิ่งสำคัญที่จะต้องพัฒนาต่อ เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่งเติบโตอย่างยั่งยืนในธุรกิจศัลยกรรมและความงาม นั่นคือ การสร้างจุดเด่นและจุดขายของบริการให้มีความโดดเด่นและชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการพัฒนาด้านการบริการและเทคโนโลยีเพื่อการรักษาให้มีประสิทธิภาพตอบสนองความต้องการของคนไข้จะกลายเป็นปัจจัยหลักในการสร้างความจงรักภักดีต่อการรักษาที่สำคัญ”
          จับกระแสโลก ดึงนวัตกรรมสากล ลดความเสี่ยงด้านการรักษา เพิ่มความพึงพอใจ
          ตลาดความงามและศัลยกรรมต่างประเทศเองก็มีการเติบโตและแข่งขันอย่างเข้มข้นไม่แพ้กัน โดยมุ่งเน้นพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการรักษาของแพทย์ และสร้างความเข้าใจ พึงพอใจ ต่อผลการรักษาของคนไข้ เนื่องจากความรุนแรงของกฎหมายและการร้องเรียนสิทธิของคนไข้ จึงได้มีการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมต่างๆ มากมาย เพื่อช่วยในการสร้างความเข้าใจและสมดุลระหว่างเทคโนโลยีการรักษาและความต้องการของคนไข้ที่มีรูปแบบที่แตกต่างกันไป
          แพทย์หญิงอัมพร กล่าวสนับสนุนว่า “AxisThree ดูจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในปัจจุบัน สำหรับการสร้างจุดเด่นด้านการรักษาและสร้างความพึงพอใจของคนไข้อย่างดีในคราวเดียวกัน ด้วยผลวิจัยร้อยละ 96 พบว่าเครื่องมือดังกล่าวทำให้แพทย์และคนไข้สื่อสารเข้าใจตรงกันและมีจุดร่วมที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้านการรักษา และร้อยละ 94 ช่วยลดการรักษาคนไข้ ณ จุดเดิมลดลง เพราะได้ทำการจำลองการรักษาด้วยเทคโนโลยี AxisThree ก่อนการรักษาจริง
          Axis Three เป็นเครื่องมือสำหรับบริการและสื่อสารเพื่อรักษาทางการแพทย์ด้านสุขภาพและความงาม โดยจะทำการสแกนภาพสามมิติคุณภาพสูงของใบหน้า บริเวณโดยรอบ และทรวงอก ใช้ร่วมกับซอฟท์แวร์และระบบเทคโนโลยีชั้นสูงต่างๆของ Axis Three ทำให้คนไข้สามารถเห็นภาพจำลองผลการรักษาและการผ่าตัดได้อย่างเสมือนจริง สร้างความพึงพอใจสูงสุดของคนไข้ อีกทั้งยังช่วยให้แพทย์สามารถพิจารณาเลือกชนิด ขนาด ปริมาณของการใช้ยา หรือผลิตภัณฑ์เสริมจมูก ทรวงอก ตำแหน่งที่เหมาะสมของการรักษาด้วยการฉีด การเสริม ตลอดจนการปรับแต่งความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อโดยรอบ เพื่อให้ได้ผลและการสัมผัสที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งส่วนต่างๆของใบหน้าและบริเวณโดยรอบ (อาทิ การเสริมจมูก การตกแต่งคาง การกระชับผิวหน้า) หรือการฉีดสาร ฟิลเลอร์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (อาทิ เพื่อปรับเปลี่ยนรอยย่นของผิวหน้า การเติมหลุมร่องบนใบหน้าให้เนียนเรียบ หรือการกระชับผิวหน้าเพื่อให้งดงามยิ่งขึ้น) และด้วยนวัตกรรมล่าสุดของ Axis Three ทำให้สามารถให้ข้อมูลแก่แพทย์ทั้งชนิด ปริมาณ และตำแหน่งที่เหมาะสมของการฉีดฟิลเลอร์ การเสริมทรวงอก จึงเหมาะสำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะสามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นศัลยแพทย์ตกแต่ง แพทย์ผู้เชียวชาญด้านผิวหนัง และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและการชะลอวัย”
          AxisThree นับได้ว่าเป็นนวัตกรรมล่าสุดของโลกและของไทยในการจำลองการรักษาและแสดงผลแบบเรียลไทม์ 3 มิติให้ผลชัดเจนเสมือนจริงทั้งโครงสร้าง กล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และผิวหนัง เป็นที่นิยมในต่างประเทศมากกว่า 80 เมือง ครอบคลุมประเทศต่างๆในยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเอเซีย อาทิ จีน เกาหลีใต้ มาเลเซีย และล่าสุด ไทย ภายใต้การนำเข้ามาโดย บริษัท โฟร์ออลโซลูชั่น จำกัด
AxisThree ตั้งเป้าศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีการรักษา 3D เพื่อสุขภาพและความงาม หนุนไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางความงามและศัลยกรรมอาเซียน
“แผนการพัฒนาธุรกิจความงามและศัลยกรรมด้วย Axis Three มองว่าในช่วงปีแรก จะพุ่งเป้าไปยังสถานรักษาพยาบาลขนาดใหญ่ โดยได้เริ่มเจรจากับโรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่งแล้ว อาทิ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลยันฮี วุฒิศักดิ์คลินิก เอเซียคลินิกและอื่นๆ เนื่องจากมีศักยภาพในการรองรับคนไข้ในประเทศและต่างประเทศ หนึ่งในหัวใจหลักของ Axis Three จะช่วยให้แพทย์สามารถสื่อสารกับคนไข้ได้ง่ายและชัดเจนมากขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพการรักษาและความพึงพอใจของคนไข้ในที่สุด ขณะเดียวกัน ก็จะเน้นในเรื่องการสร้างความรู้และความเข้าใจในกลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ Axis Three ต่อการช่วยรักษาคนไข้ เพื่อให้สามารถนำไปพิจารณาและใช้งานในรูปแบบการรักษาต่างๆได้อย่างเหมาะสมของแพทย์แต่ละราย คาดว่าคนไข้จะได้มีโอกาสใช้ Axis Three ไม่ต่ำกว่า 1,500 รายในปีแรก คิดเป็นมูลค่ารวมการรักษาด้วยการใช้ AxisThree ประกอบการตัดสินใจเป็นเงินมากกว่า 10 ล้านบาท
          ด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดนี้ จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์นวัตกรรมการแพทย์ของไทยสู่ความเป็นผู้นำ สนับสนุนการทำงานของแพทย์ให้สะดวกและแม่นยำมากขึ้น รวมทั้งเอื้อต่อการสร้างความเข้าใจและพึงพอใจของคนไข้เมื่อมาใช้บริการรักษาด้านสุขภาพและความงามของสถานพยาบาล นำไปสู่เป้าหมายสำคัญของประเทศ การเป็นศูนย์กลางความงามและศัลยกรรมอาเซียน รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะมาถึง” แพทย์หญิงอัมพรกล่าวสรุป