ข่าวประชาสัมพันธ์ราชการ

คลัสเตอร์ยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมฯ “ผู้ผลิตยานยนต์และชิ้นส่วน ไม่เห็นด้วยต่อการปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป”

          อ้างถึงแหล่งข่าวจากสื่อต่างๆ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 ระบุว่า สมาคมผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ใหม่ ขอให้กระทรวงการคลัง พิจารณาการปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์ (CBU) ทุกยี่ห้อ จากเดิมจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 80% โดยขอปรับลดเหลือประมาณ 40% ซึ่งได้รับการตอบรับจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่อัตราการจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จะปรับลดลงหรือไม่ จะต้องติดตามจากมติคณะรัฐมนตรีนั้น
          คลัสเตอร์ยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบไปด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมยาน-ยนต์และกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย 
          ไม่เห็นด้วยต่อการปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป โดยขอให้คงอัตราภาษีนำเข้าปัจจุบัน เพื่อเป็นการรักษาฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนภายในประเทศ เนื่องจาก
          1. การปรับอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป จะมีส่วนในการสร้างแรงจูงใจในการนำเข้าแทน การผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนภายในประเทศ ซึ่งโดยข้อเท็จจริง อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน มีส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศ มากกว่าร้อยละ 10 ของ GDP ภาคอุตสาหกรรม และมีการจ้างงานมากกว่า 850,000 คน ตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ประกอบการยานยนต์ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงอุตสาหกรรมสนับสนุน ซึ่งรวมจำนวนผู้ประกอบการแล้วมีมากกว่า 2,500 ราย อีกทั้ง ในปี 2560 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมียอดผลิตรถยนต์ที่ 1.98 ล้านคัน ดังนั้น การปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป จะทำให้เกิดการนำเข้า ทดแทนการผลิตภายในประเทศ และจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ และการจ้างงานของประเทศไทย รวมถึงยังมีโอกาสให้นักลงทุนย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยไปยังประเทศที่มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน
          2. การปรับลดอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป จะไม่สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมการลงทุนและการรักษาฐานการผลิตของประเทศไทย เนื่องจากในปัจจุบันภาครัฐ มีการส่งเสริมการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ ในหลากหลายประเภทรถยนต์เป็นอย่างมาก อีกทั้ง ภาครัฐอยู่ระหว่างการส่งเสริมการลงทุนในเชิงพื้นที่ อาทิ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)เพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายเพิ่มเติม ดังนั้น การปรับลดอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปของภาครัฐจะสวนทางกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนในปัจจุบันและสร้างสัญญาณในเชิงลบต่อการลงทุน ไปยังนักลงทุนภาคเอกชนจากต่างประเทศ ที่จะลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนภายในประเทศไทยเพิ่มเติม
          3. อัตราโครงสร้างภาษีนำเข้าในปัจจุบันทั้งรถยนต์สำเร็จรูปและชิ้นส่วน มีความสมดุลและเหมาะสมกับสภาพการแข่งขันระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและรถยนต์นำเข้าอยู่แล้ว
          4. การปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป จะส่งผลให้ภาครัฐสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีนำเข้า รวมถึงการที่ไม่สามารถสร้างรายได้จากการเก็บภาษีอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ อาทิ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา เนื่องจากนักลงทุนลดปริมาณการผลิต และลดการจ้างงานภายในประเทศ ทำให้ปริมาณการเก็บภาษีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องลดลง
          ดังนั้น คลัสเตอร์ยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มผู้ประกอบการภาคเอกชน ไม่เห็นด้วยต่อการปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป โดยขอให้คงอัตราภาษีนำเข้าปัจจุบัน เพื่อรักษาการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของโลก รักษาการจ้างงานภายในประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในการดำเนินนโยบายของภาครัฐที่มีความชัดเจนต่อไป