ข่าวประชาสัมพันธ์ราชการ

กรมธนารักษ์เปิดรับจอง “เหรียญพระคลังเพชรยอดมงกุฎ”

          กรมธนารักษ์เปิดรับจอง “เหรียญพระคลังเพชรยอดมงกุฎ” รวมมงคลศักดิ์สิทธิ์ 2 สิ่ง “ปกปักษ์ทรัพย์สิน-ป้องกันภยันตราย” ไว้ด้วยกัน รายได้สมทบทุนการศึกษาเยาวชน “โครงการเพชรยอดมงกุฎ”
          ดร.นริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์มีกำหนดที่จะจัดทำเหรียญที่ระลึกพระคลังฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่ยังไม่มีโอกาสได้บูชาเหรียญพระคลังฯที่หมดลงในเวลาอันรวดเร็วได้ร่วมบูชา ซึ่งเหรียญรุ่นใหม่นี้เรียกว่า “เหรียญพระคลังเพชรยอดมงกุฎ” มีการออกแบบทางด้านศิลปะที่สวยงาม ด้านหน้าเป็นรูปพระคลังมหาสมบัติ เทวดาผู้ปกปักรักษาทรัพย์สินของประเทศในกรมพระคลังหลวงมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ตามรูปลักษณะเหรียญเดิม
          ในขณะที่ด้านหลังของเหรียญจะมีความพิเศษคือเป็นรูป ”ยันต์เกราะเพชร” ซึ่งยันต์เกราะเพชรนี้ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักษ์รักษาภยันตราไม่ให้กร้ำกรายต่อผู้ครอบครอง และถือเป็นยันต์พุทธคุณ ซึ่งอานุภาพของพุทธคุณย่อมสูงกว่าอานุภาพของพระธรรมคุณและสังฆคุณ และยันต์เกราะเพชรคือการลงอักขระตัวย่อของคำว่าพุทธคุณ ที่เกจิอาจารย์นำมาเขียนเป็นเลขยันต์ มนตร์คาถาด้วยอำนาจของพุทธานุภาพ ซึ่งมีอานุภาพสุดจะคนานับ สามารถคุ้มครองป้องกันภยันตรายประดุจเพชรที่ห้อมล้อมตัวเราไม่ให้มีอะไรเข้ามาทำร้ายหรือกล้ำกรายเข้ามาได้ ไม่ว่าจะเป็นทวยเทพเทวา อสูร คนทัณฑ์ มนุษย์ทั้งหลายก็มาล้างไม่ได้ เพราะด้วยอำนาจของพระพุทธคุณหรือพุทธานุภาพ จึงเปรียบประดุจว่าเกราะนี้เป็นเกราะเพชร
          โดยคาถานี้เป็นคาถาโบราณ สืบกันมาตั้งแต่สุโขทัย อยุธยา มาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ จึงเรียกได้ว่า เหรียญพระคลังเพชรยอดมงกุฏนี้ จะเป็นวาระพิเศษครั้งแรก ที่รวมมงคลพิเศษ 2 สิ่งไว้ด้วยกัน กล่าวคือมงคลด้านการปกปักษ์รักษาทรัพย์สินและและมงคลด้านกันภยันตรายต่อผู้ที่มีไว้บูชา โดยกรมธนารักษ์ได้มีการนำแบบแม่พิมพ์ปูนปั้นเข้าร่วมพิธีเทวาภิเษกโดยเกจิอาจารย์ที่เป็นที่เคารพนับถือเข้าร่วมอธิฐานจิตเพื่อเป็นสิริมงคลต่อการจัดทำเหรียญฯครั้งนี้กว่า 10 รูป ณ วัดไตรมิตรวิทยาราม เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาครอบครัว
          ทั้งนี้ รายได้จากการจัดสร้างเหรียญจะนำไปใช้ในภารกิจดูแลรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินให้คงอยู่สืบต่อไปให้คนรุ่นหลังทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้มีโอกาสศึกษาต่อไป นอกจากนี้แล้วรายได้อีกส่วนหนึ่งยังจะนำไปสนับสนุนด้านการศึกษาในโครงการ “เพชรยอดมงกุฎ” ซึ่งเป็นโครงการที่พระธรรมภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรวรวิหาร จัดทำขึ้นเพื่อสร้างนักเรียนให้มีความเป็นเลิศในด้านการศึกษา 10 สาขาวิชา เพื่อให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ และโครงการดังกล่าวดำเนินการมากว่า 10 ปีแล้ว
          อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวต่อว่า กรมธนารักษ์เปิดโอกาสให้ประชาชนได้สั่งจองบูชา “เหรียญที่ระลึกพระคลังเพชรยอดมงกุฎ” ใน 3 รูปแบบ คือ
          1. เหรียญทองคำขนาดสูง 30 มิลลิเมตร ราคา 55,000 บาท
          2.เหรียญเงินรมดำพ่นทรายพิเศษขนาดสูง 30 มิลลิเมตร ราคา 2,500 บาท
          และ 3.เหรียญทองแดงรมดำพ่นทรายธรรมดาขนาดเดียวกัน ราคา 200 บาท
          สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจทั่วไป สามารถติดต่อสั่งจองบูชาได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม ที่สำนักการคลัง กรมธนารักษ์ ซ. อารีสัมพันธ์ พระราม ๖ กรุงเทพฯ โทร. 02-278-5445 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ส่วนประชาสัมพันธ์ กรมธนารักษ์ โทร. 02-278-5641 www.treasury.go.th อีเมล pr.phaklang@gmail.com ในส่วนของต่างจังหวัด สามารถติดต่อได้ที่ธนารักษ์พื้นที่ทั่วประเทศ
          นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้สนใจมากยิ่งขึ้น กรมธนารักษ์ได้รับความร่วมมือจาก เซเว่นอีเลฟเว่นในการเปิดรับจองบูชาเหรียญพระคลังเพชรยอดมงกุฏเฉพาะรุ่นเหรียญทองแดง ที่เซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา ในช่วงระหว่างวันที่ 15- 31 ต.ค. 56 และ สำหรับผู้ที่จองผ่านเซเว่นสามารถรับเหรียญพระคลัง ณ จุดที่ท่านจองตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. เป็นต้นไป เพื่อให้ทันในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ประชาชนจะสามารถบูชาไปเป็นของขวัญที่มีค่าได้เป็นอย่างดี
          อย่างไรก็ตาม หลังจากวันที่ 15 พ.ย. 56 ซึ่งพ้นจากช่วงรับจองซึ่งเป็นราคาพิเศษไปแล้ว กรมธนารักษ์จะปรับราคาจำหน่ายเป็นราคาปกติ คือ เหรียญทองคำ 60,000 บาท / เหรียญเงิน 3,000 บาท และ เหรียญทองแดง เป็น 300 บาท