ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป

เกษรน้อมนำพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ สู่แนวทางการพัฒนาชีวิตกับ 4 ผู้บริหารศูนย์การค้า และแบรนด์ชั้นนำ ในแคมเปญ “คำ ธ สอน”

          นับเป็นระยะเวลา 70 ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดียิ่งขึ้น และนำความสงบร่มเย็นมาสู่ราชอาณาจักรจนได้รับการเทิดทูนในฐานะพ่อของแผ่นดินที่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน และคอยสอนสั่ง ชี้นำแนวทางในการดำเนินชีวิตและแก้ปัญหาให้กับพสกนิกรของพระองค์เสมอมา ซึ่งหนึ่งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชาวไทย เป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้คือทรงมีพระเมตตาในการพระราชทานบรมราโชวาทและพระราชดำรัส แก่ปวงชนชาวไทยในโอกาสต่างๆ เพื่อเป็นหลักชัยในการดำรงชีวิตและการทำงานให้ประสบความสำเร็จเพื่อนำความเจริญก้าวหน้ามาสู่ตนเอง และประเทศชาติ
          ศูนย์การค้าเกษร ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ด้วยการอัญเชิญพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสจำนวน 9 องค์ มาจัดแสดง ในรูปแบบของโชว์เคส 9 จุดทั่วบริเวณศูนย์การค้าฯ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปที่สัญจรผ่านไปมาภายในศูนย์การค้าฯ ได้น้อมรำลึกถึงคำสอนของพระองค์ผ่านพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสในแคมเปญ "คำ ธ สอน" ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนเป็นต้นไป พร้อมทั้งนำเสนอเรื่องราวของผู้บริหารและตัวแทนจากแบรนด์ชั้นนำภายในศูนย์การค้าเกษร ผู้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ มาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาชีวิตตนเองให้พบกับประโยชน์สุขอย่างยั่งยืน อาทิ
          คุณกรกฎ ศรีวิกรม์ กรรมการบริหารศูนย์การค้าเกษร กล่าวว่า "ดิฉันเชื่อว่าหากเราน้อมนำพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชฯ มาใช้จะช่วยทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้ สำหรับดิฉันหลักในการอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นสิ่งที่ฉันตระหนักอยู่เสมอ ดังพระราชดำรัสฯ ที่ถูกอัญเชิญลงพิมพ์ในนิตยสารที่ระลึกครบรอบ 36 ปีของสโมสรไลออนส์กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2538" ซึ่งมีใจความว่า "สังคมใดก็ตาม ถ้ามีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันด้วยความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน สังคมนั้นย่อมเต็มไปด้วยไมตรีจิต มิตรภาพ มีความร่มเย็น เป็นสุข น่าอยู่" คำสอนของท่านมีมากมายมหาศาล แต่ที่เลือกมาใช้จะเป็นเรื่องของสังคม เพราะดิฉันอยากให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมที่ร่มเย็นเป็นสุข และมีมิตรภาพ ในการทำงานของดิฉันเองต้องต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองค่อนข้างเยอะ ถ้าคนไทยเราต่างมีจิตที่มีมิตรไมตรี และเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันเราก็จะสร้างสังคมไทย ที่คนต่างชาติเขามาแล้วรู้สึกร่มเย็นเป็นสุขและน่าอยู่ เราจะสามารถสร้างสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้เขาอยากกลับมาหาเราอีก ดิฉันคิดว่าทุกครั้งที่เรานึกถึงคำสอนของในหลวงเราควรจะมีสติ และใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์ ใช้เวลาที่เรามีอยู่ให้มีคุณค่าให้ดีที่สุด แล้วเราจะได้เห็นถึงความโชคดีที่เราได้เกิดมาเป็นคนไทย"
          ด้านคุณฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์ นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จในระดับสากล ผู้ก่อตั้งแบรนด์ THANN (ธัญ) ได้กล่าวถึง พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เกี่ยวกับความศรัทธาในงานว่า "สำหรับผม พระองค์ทรงสอนในเรื่องของความศรัทธาในงานตามพระบรมราโชวาทที่ทรงพระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 ไว้ว่า "งานทุกอย่างมีบุคคลซึ่งมีชีวิตจิตใจมีความนึกคิดเป็นผู้กระทำ ถ้าผู้ทำมีจิตใจไม่พร้อมจะทำงานเช่น ไม่ศรัทธาในงาน ไม่สนใจผูกพันกับงาน ผลงานที่ทำก็ย่อมบกพร่อง ไม่คงที่ ต่อเมื่อผู้ปฏิบัติมีศรัทธา เข้าใจซึ้ง ถึงประโยชน์ของงาน พร้อมใจและพอใจที่จะขวนขวายปฏิบัติงานโดยเต็มกำลังความสามารถ งานจึงจะดำเนินไปได้โดยราบรื่น และบรรลุผลตามที่มุ่งหมาย" จากพระราชดำรัสนี้ ทำให้ผมมีความเชื่อว่า เมื่อเรามีศรัทธาและมีความสุขในการทำงาน ก็จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ ส่งผลให้ผลงานออกมาดี และถึงแม้ว่าจะต้องพบกับอุปสรรคใดๆ เราก็ไม่ย่อท้อ เพราะทำด้วยความเต็มใจ ซึ่งสุดท้ายชีวิตของเราก็จะพบกับความสำเร็จ โดยได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์หนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาของพระองค์ในการทำงานอย่างแท้จริง เมื่อครั้งแรกเริ่มที่พระองค์นำพ่อพันธุ์ และแม่พันธุ์ปลานิล มาจากประเทศญี่ปุ่นจำนวน 50 ตัว แต่ประสบปัญหาระหว่างการขนส่งทำให้ปลาตายไปถึง 40 ตัว จากความศรัทธาของพระองค์ในวันนั้นทำให้พระองค์ไม่ย่อท้อในการเพาะพันธุ์ปลานิลเพียง 10 ตัวที่เหลืออยู่ จึงทำให้ทุกวันนี้คนไทยมีปลานิลบริโภคหลายแสนตันต่อปีซึ่งถือเป็นเหตุการณ์มหัศจรรย์ที่เกิดจากพระปรีชาสามารถของพระองค์โดยแท้จริง
          สำหรับ คุณมนันยา วัทนียกุล ผู้จัดการทั่วไปบริษัท คอนนอยเซอร์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายกระเป๋าเดินทางแบรนด์ BRIC'S Milano (บริคส์ มิลาโน) ได้กล่าวถึงหลักในการดำเนินธุรกิจที่ยึดเหนี่ยวมาโดยตลอดว่า "สิ่งที่จำเป็นที่สุดในการดำเนินธุรกิจก็คือความจริงใจ ดังพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2535 ที่มีใจความว่า "ความจริงใจต่อผู้อื่นเป็นคุณธรรมสำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จและความเจริญ เพราะช่วยให้สามารถขจัดปัดเป่าปัญหาได้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาอันเกิดจากความกินแหนงแคลงใจและเอารัดเอาเปรียบกัน นอกจากนั้น ยังทำให้ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ และความร่วมมือสนับสนุนจากทุกคนทุกฝ่าย ที่ถือมั่นในเหตุผลและความดี ผู้มีความจริงใจจะทำการสิ่งใดก็มักสำเร็จได้โดยราบรื่น" เนื่องจากตอนเริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆ ด้วยความที่วัยวุฒิยังค่อนข้างน้อยทำให้ดิฉันประสบปัญหา เรื่องของความน่าเชื่อถือในการเจรจาธุรกิจ ดิฉันจึงคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของดิฉันได้ จนได้อ่านเจอพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับเรื่องของความจริงใจและได้นำมาทบทวน จึงตระหนักขึ้นมาได้ว่าความจริงใจถือเป็นสิ่งที่จำเป็นในการสร้างความน่าเชื่อถือในธุรกิจเพราะมนุษย์ทุกคนล้วนแต่ต้องการรับรู้ในสิ่งที่เป็นความจริงกันทั้งนั้น ซึ่งเมื่อผู้รับสารสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเราก็จะมอบความไว้วางใจมอบให้เรากลับคืนมาเอง นอกจากนี้ดิฉันยังคิดว่าความจริงใจเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายโดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายาม เพราะเราคิดและทำทุกอย่างด้วยใจของเราอย่างแท้จริง
          คุณชวนล ไคสิริ ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์ แบรนด์ Poem (โพเอม) กล่าวถึงพระบรมราโชวาทที่ถือเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นของแบรนด์ Poem (โพเอม) มาโดยตลอดว่า" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องศิลปวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก ดั่งพระบรมราโชวาทที่พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2535 ว่า "การศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม เป็นการศึกษาที่สำคัญ และควรจะดำเนินควบคู่กันไปกับการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เพราะความเจริญของบุคคล ตลอดจนถึงความเจริญของประเทศและของโลกโดยส่วนรวมด้วยนั้น มีทั้งทางวัตถุและจิตใจ ความเจริญทั้งสองทางนี้ จะต้องมีประกอบกัน เกื้อกูลและส่งเสริมกันพร้อมมูลจึงจะเกิดความเจริญที่แท้จริงได้ประเทศทั้งหลายจึงต่างพยายามส่งเสริมการศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมนี้ พร้อมกันไปกับการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์"จากพระบรมราโชวาทข้างต้น ทำให้ผมซึ่งเป็นหนึ่งคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับด้านศิลปะ รู้สึกว่าเรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาและให้ความสำคัญเกี่ยวกับความเจริญก้าวหน้าทางศิลปวัฒนธรรมพอๆ กับความเจริญก้าวหน้าในด้านวิทยาศาสตร์ ทำให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่ดีออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ใช่แค่เพื่อประโยชน์ของตนเอง แต่ยังรวมไปถึงประโยชน์ของประเทศชาติ นอกจากนี้ ศิลปะยังเป็นสิ่งที่ช่วยจรรโลงชีวิตของผมไปในด้านที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องจิตใจ เรื่องการทำงาน หรือการค้นหาตัวตนของตนเอง ซึ่งทุกวันนี้ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เกิดมาใต้พระบรมโพธิสมภาร และได้เห็นผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญจากทั่วโลกต่าง ยกย่องพระองค์ให้เป็นกษัตริย์ที่ดีที่สุดในโลกดังคำกล่าวที่ว่า "ถึงประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่ดีที่สุด แต่เรามีพระราชาที่ดีที่สุด" และคิดว่าชาวต่างชาติจะต้องอิจฉาเราในเรื่องนี้โดยเฉพาะประเทศที่ไม่ได้ปกครองโดยระบบกษัตริย์ซึ่งไม่มีทางทราบความรู้สึกของการมีศูนย์รวมจิตใจในชาติซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันเหมือนกับประเทศของเรา
          ร่วมรำลึกในพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่พระราชทานบรมราโชวาทและพระราชดำริแก่ปวงชนชาวไทยในโอกาสต่างๆ เพื่อนำมาในการพัฒนาชีวิตตนเองให้พบกับประโยชน์ได้ผ่านแคมเปญ "คำ ธ สอน" ได้แล้ววันนี้ ณ 9 จุดทั่วบริเวณศูนย์การค้าเกษร ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.และสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/gaysornshoppingcentre หรือโทร.02-656-1149