ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป

เปิดใจ “Badz” 1 นักร้องเสียงดี กับ 2 นักดนตรีฝาแฝด ความลงตัวในแนวป๊อบร็อคเจือกลิ่นพังค์

 
         เปิดตัวแรงในเพลง "ไม่ขอเป็นคนสุดท้าย" จนแจ้งเกิด 1 นักร้องนำเสียงดี "นิค-นิติญา อ่ำสกุล" กับ 2 นักดนตรีฝาแฝด "พลอย-ธัญญา จันทร์โอชา" และ "เพลิน-นิฏฐา จันทร์โอชา" ให้แฟนๆ ได้รู้จักในนามวง "แบดซ์"(Badz) เกิร์ลแก๊งค์น้องใหม่ใต้ชายคาบ้านจีโนม เร็คคอร์ด ในเครืออาร์เอส 3 สาวจิตวิญญาณนักดนตรีมารวมตัวกันได้อย่างไร ถ้าอยากรู้จักพวกเธอแล้วล่ะก็ ตามไปเจาะใจ พูดคุยถึงที่มาที่ไปกับพวกเธอเลยค่ะ
 
แนะนำตัวให้แฟนๆ รู้จักหน่อยค่ะ ว่าใครเป็นใครกันบ้าง?
          นิค-นิติญา อ่ำสกุล ร้องนำค่ะ เพลิน-นิฏฐา จันทร์โอชา เล่นเบส และพลอย-ธัญญา จันทร์โอชา เล่นกีต้าร์ค่ะ
 
ที่มาของชื่อวง ทำไมถึงใช่คำว่า "Badz"?
          นิค: พวกเราช่วยกันคิดหลายชื่อมาก พี่ปอนบอกว่าชื่อ Bad ดีหรือเปล่า เป็น Bad Girl ผู้หญิงซ่าส์ พวกเราเลยขอเสนอว่าให้เติม Z เข้าไป เป็น Badz เป็นผู้หญิงที่ซ่าส์สุดๆ ซ่าส์ซ่าส์
 
เริ่มต้นเข้ามาที่อาร์เอสได้อย่างไร?
          นิค: นิคได้เข้าประกวดโครงการพานาโซนิค สตาร์ ชาเลนจ์ ปี 2003 ค่ะ ตอนนั้นได้ที่ 2 ประเภทวงรุ่นเล็ก แต่นิคเข้ามาคนเดียวก่อน เดี๋ยวเพื่อนๆ ในวงตามเข้ามา(หัวเราะ) ก็ได้เซ็นสัญญา แล้วก็ได้เรียนร้องเพลงที่อาร์เอส หลังจากนั้นก็ได้มาเจอพลอยกับเพลินค่ะ
          เพลิน-พลอย: เพลิน-พลอย เข้ามาที่หลังนิคค่ะ พอดีว่าได้เจอพี่คนนึงที่อาร์เอสที่ร้านขายเครื่องกีต้าร์ ก็เลยชักชวนเข้ามาค่ะ พอเข้ามาก็มาเทสต์ก่อน พอเทสต์ผ่านก็ได้เรียน แล้วก็ได้มาเจอกับนิคค่ะ
          นิค: ตอนแรกนิคได้ทำเพลงกับค่ายจีโนม เรคคอร์ดส ของพี่ปอน-ธนา ลวสุต ก่อน เป็นแนวเพลงป๊อบร็อคค่ะ ที่นี้คอนเซ็ปต์อัลบั้มจะเป็นความสนุกสนาน แต่ว่าร้องอยู่คนเดียวไม่สนุก เลยหาเพื่อนมาเพิ่ม ก็ได้มาเจอเพลิน-พลอย เข้ามาร่วมวงกัน
 
ที่ร่วมวงกัน เพราะว่ามีคาแร็กเตอร์แนวเดียวกันหรือเปล่า?
          นิค: ก่อนหน้าที่นิคจะหาเพื่อนเข้ามา นิคชอบร้องเพลงป๊อบร็อคอยู่แล้ว แล้วยิ่งได้มาเจอ เพลิน-พลอย ที่คุยกันเขาก็เล่นแนวนี้อยู่แล้ว เลยลงตัวกันค่ะ
ตั้งใจให้เป็นวงผู้หญิงล้วนหรือเปล่า?
          นิค: ก็ไม่ได้คิดค่ะ
          เพลิน-พลอย: ตอนแรก เพลิน-พลอย เล่นดนตรีกันสองคน ก็ไม่คิดว่าวันนึงจะมามีอัลบั้มเป็นของตัวเอง จะได้มาทำอะไรอย่างนี้ค่ะ

เพลิน-พลอย เล่นดนตรีมานานหรือยัง?
          เพลิน-พลอย: เริ่มเล่นตั้งแต่ ม.4 ค่ะ อายุ 14 เริ่มจากกีต้าร์ก่อน ม.5 ก็เล่นกลอง ม.6 ก็เล่นเบส เล่นเป็น 3 ชิ้น แต่พอมาเป็นวง ก็เลยแบ่งกันว่าใครจะเล่นอะไร สรุปแล้วเพลินเล่นเบส พลอยเล่นกีต้าร์ค่ะ
 
แล้วเรื่องการร้องเพลง นิคได้เรียนร้องเพลงหรือเปล่า?
          นิค: บ้านนิคอยู่สุพรรณบุรีค่ะ แต่ว่าตอนเด็กๆ ชอบฟังเพลง ก็จะหัดร้องตามมากกว่า ไม่ได้เรียนร้องเพลงเป็นเรื่องเป็นราว คือฟังเพลงจากวิทยุก็ร้องตาม พอเข้ามัธยมก็ได้เป็นนักร้องของโรงเรียน เลยได้ฝึกการร้องเพลงจากตรงนั้นมา พออยู่ ม.2 ก็ได้ประกวดร้องเพลงของโรงเรียน ได้ที่ 2 พอ ม.3 ก็ประกวดร้องเพลงของจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ที่ 1 ค่ะ
 
ทราบมาว่า เพลิน-พลอย มีแรงบันดาลใจในการเล่นดนตรี มีแรงบันดาลใจมาจากอะไรคะ?
          เพลิน-พลอย: เพลิน-พลอย เริ่มเล่นดนตรี เพราะว่ามีแรงบันดาลใจมาจาก The Beatles ค่ะ จริงๆ แล้วเริ่มตั้งแต่ ม.ต้น ตอนแรกยังไม่รู้จัก The Beatles วันนั้นนั่งอยู่ในรถพ่อ แล้วพ่อก็เปิดในรถ ฟังแล้วชอบ เลยขอซีดีของพ่อมา รู้สึกว่าจะเป็นซีดีรวมฮิตเพลงของ The Beatles หลังจากนั้นก็ติดตามทุกอัลบั้มของ The Beatles พอ ม.4 ก็เริ่มอยากมีวงดนตรีเหมือนเขา อยากเป็นแบบเขา ก็เริ่มตัดผมทรง The Beatles มาตลอดจนถึงตอนนี้ค่ะ ทรงนี้ก็มาจาก The Beatles นะคะ (ชี้ที่ผมตัวเอง) แต่เป็น Modern Beatles
 
ชอบเพลงไหนของ The Beatles?
          เพลิน-พลอย: ชอบหลายเพลงเลยค่ะ ทั้งเพลง I feel fine, ticket to ride, All My Loving, In My Life
 
แรงบันดาลใจของนิค?
          นิค: คงได้มาจากคุณแม่ค่ะ เพราะตอนเด็กๆ เปิดอัลบั้มรูปของคุณแม่ดู คุณแม่ก็เป็นนักร้องของโรงเรียน จะร้องเพลงของสุนทราภรณ์ และคุณแม่ก็ชอบฟังเพลง พอท่านเปิดก็ร้องตามค่ะ ก็เลยชอบร้องเพลงตั้งแต่นั้นมา
 
เคยคิดว่าจะมีอัลบั้มของตัวเองหรือเปล่า?
          นิค: ตัวนิคเองไม่เคยคิดค่ะ แต่ว่าชอบร้องเพลง เวลาเป็นเวรทำความสะอาดห้องเรียน ก็จะเอาไม้กวาดมาทำท่าเป็นกีต้าร์แล้วก็ร้องเพลง เพื่อนๆ มองแล้วก็ทำหน้าเซ็งๆ แบบเป็นเอามากนะเนี่ย และ ม.ต้นที่เป็นนักร้องของโรงเรียน เพราะว่าวันนึงอาจารย์ก็มาบอกว่าจะมีประกวดร้องเพลง ห้องนี้ต้องส่งประกวดด้วย เพื่อนๆ ก็บอกว่านิติญาค่ะ นิติญา อาจารย์ก็เลยให้ร้องเพลงให้ฟังก่อน อาจารย์ฟังแล้วก็บอกว่าใช้ได้ ให้ไปลงสมัครนะ ตอนนั้นอยู่ ม.1 ตกตั้งแต่รอบแรกเลย พอ อยู่ ม.2 ก็ได้ที่ 2 พอ ม.3 ก็ได้ที่ 1
 
เคยแอบฝันหรือเปล่าว่าจะเป็นนักร้อง?
          นิค: นิคคิดว่าเป็นนักร้องมันยากมาก เราคงทำไม่ได้หรอก มองในโทรทัศน์ก็คิดว่า คนที่จะมาเป็นนักร้องได้ต้องเก่ง เจ๋งมากๆ นิคไม่คิดว่าวันนึงตัวเองจะเป็นนักร้อง ส่วนที่เข้ามาประกวดพานาโซนิค สตาร์ ชาเลนจ์ ก็เพราะเพื่อนชวน นิคไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตี เพื่อนๆ เข้าจะมาประกวดกัน ก็เลยชวนนิคมาร้องเพลง นิคก็มา เพราะชอบร้องเพลงอยู่แล้ว ไม่คิดว่าจะต้องได้รางวัล ร้องเพราะชอบจริงๆ
 
การประกวดพานาโซนิค สตาร์ ชาเลนจ์ ซึ่งเป็นเวทีระดับประเทศ มีความแตกต่างจากที่เราเคยประกวดมาก่อนหรือเปล่า?
          นิค: ต่างมากค่ะ ยิ่งได้มาเจอพี่ปาน-ธนพรด้วย โอ๊ย!! สั่นไปหมดเลย และอีกอย่างดีที่ว่านิคไม่ได้ประกวดร้องเพลงเดี่ยว ไม่อย่างนั้นยิ่งแย่กว่านี้อีก เพราะนิคไม่รู้ว่าจะต้องแต่งตัวกันอลังการมากๆ เห็นแต่ละคนแล้วนิคหวั่นเลย เพราะไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าอลังการขนาดนั้น แอคติ้งก็ไม่มี วันที่ประกวดก็ใส่เสื้อเชิ้ตขาว กางเกงสีดำ
 
ตอนที่ผ่านรอบคัดเลือกจนเข้ามารอบตัดสินแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง?
          นิค: ตอนนั้นนิคกับเพื่อนที่อยู่สุพรรณฯ ก็ไปบนบานกับสมเด็จพระนเรศวร ว่าถ้าได้เข้ารอบจะไปเล่นแก้บน รอบแรก 5 เพลง รอบระดับภาค 10 เพลง และรอบระดับประเทศ 15 เพลง คนที่ขับรถผ่านไป-มา เขาก็มองกัน ประมาณว่าเด็กพวกนี้มาทำอะไรกันเนี่ย (หัวเราะ)
 
แล้ว เพลิน-พลอย ล่ะคะ เคยฝันที่จะมีอัลบั้มเหมือนอย่าง The Beatles?
          เพลิน-พลอย: เคยค่ะ เพราะเพลิน-พลอย ก็มีวงดนตรีของตัวเองอยู่เหมือนกัน ไปเล่นตามผับต่างๆ เรารู้สึก Happy ที่เราได้ขึ้นเวที มีคนมายืนดูเรา เราก็เลยฝันอย่างจริงจังมากขึ้น ว่าอยากมีอัลบั้มของตัวเอง ประสบการณ์การเล่นในผับเป็นอย่างไรบ้าง คือเราไปขอเขาเล่น ขอไปแจม เพราะเราไม่ได้ไปออดิชั่นตามร้าน เราก็ขอเขาขึ้นไปแจมสักเพลง 2 เพลง และเราก็เป็นผู้หญิงด้วย พี่เขาก็ให้เล่น แต่ว่าเราก็ติดลม ขอ 2 เพลงแต่เล่น 5 เพลง (หัวเราะ) แล้วเราเล่นกัน 2 คนหรือเปล่า ไม่ค่ะ ก็จะเป็นเพลินไปตีกลอง พลอยไปเล่นเบส แล้วพี่ๆ เขาก็ช่วยเล่นอย่างอื่นด้วย
 
ที่เราร้องเพลงตามผับ คุณพ่อคุณแม่มีเป็นห่วงหรือเตือนบ้างหรือเปล่า?
(เพลิน-พลอย) เรื่องที่เพลิน-พลอยไปเล่นดนตรีในผับ คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ค่ะ ท่านสนับสนุนเราอย่างเต็มที่ เราก็ไม่ได้เละเทะ ไม่ได้กินเหล้า เราแค่ไปเล่นดนตรีอย่างเดียว ไปร้องเพลงตามผับไม่น่ากลัวเหรอ ไม่น่ากลัวค่ะ เป็นการทำตามฝันอย่างที่เราชอบมากกว่า คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ
 
ทั้ง 3 คนมีส่วนร่วมในอัลบั้มนี้อย่างไรบ้าง?
          นิค: พี่ๆ เขาให้อิสระกับพวกเราอย่างมากค่ะ อย่างในเรื่องเนื้อร้อง พี่ๆ เขาก็จะให้เราเขียนประสบการณ์ของเรา หรือของเพื่อนเกี่ยวกับความรัก มาทำเป็นเนื้อเพลง เวลาเข้าห้องอัด เขาก็ให้อิสระเราในการดีไซน์เสียงร้องเอง
          เพลิน-พลอย: ในเรื่องของดนตรี เราช่วยเสนอความคิดเห็นมากว่า เพราะเป็นอัลบั้มแรกของเรา ยังไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรมากมาย ให้พี่เขาไกด์ก่อน อย่างที่พี่เขาทำเดโม เราก็เสนอไปว่าอยาก Solo หรือ Beat เสียงตรงไหน ก็บอกพี่เขาได้
 
คาดหวังกับอัลบั้มนี้อย่างไรบ้าง?
          นิค: คาดหวังว่าจะมีคนชอบเพลงของเราค่ะ ไม่ได้หวังว่าจะต้องดังเป็นซูเปอร์สตาร์ แค่ขอให้มีคนรู้จักเพลง และชอบเพลงของเราก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วค่ะ
 
ในเวลาในการทำอัลบั้มนานแค่ไหน?
          นิค: ประมาณ 1 ปีค่ะ ตั้งแต่เจอกันมา
 
เพลงไหนในอัลบั้มที่คิดว่าร้องยากที่สุด?
          นิค: เรื่องการออกเสียงร้องไม่ค่อยยากค่ะ แต่ยากที่จะทำอารมณ์ให้ตรงกับเพลงอันนั้นยากกว่า แต่เพลงที่คิดว่าร้องยากที่สุด ก็เป็นเพลง "ไม่ขอเป็นคนสุดท้าย" ค่ะ เป็นเพลงโปรโมทด้วย เพลงนี้เข้าห้องอัดเป็นเพลงแรก อัดทั้งวันเลย เพราะอารมณ์ไม่ได้ พี่ปอน บอกว่า ถ้าเราร้องเพลงแล้วไม่รู้สึก คนฟังเขาก็ไม่รู้สึกเหมือนเราด้วย เพลงนี้ขึ้นชาร์ตรู้สึกอย่างไรบ้าง รู้สึกดีใจค่ะ หายเหนื่อย เพราะเพลงนี้เป็นเพลงที่เราเข้าห้องอัดเป็นเพลงแรก และเป็นการเข้าห้องอัดครั้งแรกของนิคด้วย ซ้อมร้องเยอะมาก แต่พอเพลงออกมาแล้วทุกคนชอบกัน ก็รู้สึกดีใจ แล้วก็หายเหนื่อย
 
ได้ทำงานกับพี่ปอน-ธนา ลวสุต เป็นอย่างไร?
          นิค: ตอนแรกรู้สึกเกร็งๆ ค่ะ พี่ปอนจะเงียบๆ ไม่ค่อยพูด เวลาเราพูดอะไร พี่ปอนก็บอกแต่ อืม เราก็คิดว่า เราพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า พอเข้าห้องอัด ก็สนิทกับพี่ปอนมากขึ้น เราเสนอไอเดียอะไรไปพี่ปอนก็จะให้อิสระเราอย่างเต็มที่
 
ดนตรีในอัลบั้มเป็นแนวไหนคะ?
          เพลิน-พลอย: เป็นแนวป๊อบร็อคผสมพังค์ค่ะ ซึ่งโดยพื้นฐานของพวกเราเป็นป๊อบร็อค แต่ว่าป๊อบร็อคในบ้านเรามีเยอะแล้ว เราก็เลยหาแนวเพลงแบบอื่นเข้ามาผสมด้วย สุดท้ายก็มาลงตัวที่พังค์ค่ะ ที่เป็นแนวสนุกๆ เน้นจังหวะโดดๆ และอีกอย่างพวกเราก็ชอบสีขาว-ดำ ซึ่งเป็นแนวของพังค์ด้วย วง Badz เลยเป็นแนวป๊อบร็อคผสมกลิ่นพังค์ค่ะ
 
เสื้อผ้าและทรงผมคิดเองหรือเปล่าค่ะ ทำสีผมพร้อมกันด้วย?
          เพลิน-พลอย: คิดเองค่ะ ชุดนี้ทำเอง ส่วนทรงผมก็เป็นแนว Modern Beatles
          นิค: ส่วนสีผมตอนแรกพวกเราผมดำกันค่ะ แต่ว่าเป็นทรงนี้อยู่แล้ว พี่ที่ค่ายมองว่าน่าจะทำสีผม เพราะสีดำดูเรียบๆ ไป ก็เลยไปทำมา ออกมาเป็นอย่างที่เห็นกันค่ะ ไปทำพร้อมกันเลย
 
ตอนที่เรายังไม่ได้เข้ามาเป็นนักร้อง มองว่าการทำงานตรงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
          นิค: ยากมากค่ะ ในส่วนตัวของนิคเอง ตอนที่ประกวดเราก็คุมแต่เสียงของเราเอง แต่พอมาเป็นศิลปินแล้ว เสียงอย่างเดียวไม่ช่วยอะไรค่ะ เราต้องคุมคนฟังได้ด้วย ต้องเอ็นเตอร์เทนคนฟังด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่ยาก เพื่อให้เขาประทับใจเราที่สุด
 
อะไรที่ยากที่สุดในการทำงาน?
          เพลิน-พลอย: เวลาขึ้นเวทีอันนี้เป็นสิ่งที่ยากที่สุด อย่างปกติเพลิน-พลอยเล่นดนตรีกันที่บ้านก็จะงึมงำกันสองคน แต่พอขึ้นเวที การดึงคนให้อยู่กับเราเนี่ยยากที่สุด เพราะฉะนั้นเราต้องสนุกกับเพลงของเรา เมื่อเราสนุกแล้ว คนดูเขาก็จะสนุกตาม
 
ตอนนี้ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ไหนมาบ้าง?
          เพลิน-พลอย: เพิ่งไปแคมปัสที่ภาคเหนือ และภาคอีสานมาค่ะ สนุกมาก คนร้องเพลงตามกันได้ "ไม่ขอเป็นคนสุดท้าย"
 
คอนเสิร์ตกลางแจ้งที่แสดงเป็นครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง?
          เพลิน-พลอย: ครั้งแรกเล่นที่จังหวัดนครสวรรค์ ฝนตกเลย ร้องๆ ไป ไมค์ดูดปากนิค สนุกดี
          นิค: ที่นครสวรรค์เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของพวกเรา เกร็งมากๆ พวกเราเอาเทปมาดูก็คิดว่าไม่ไหว ต้องปรับปรุง แสดงว่าตอนนี้สบายแล้ว ก็มีพัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ล่าสุดที่ไปทัวร์ภาคอีสานมา ลงเวทีมา เหงื่อท่วมตัวเลย กระโดดกันสุดฤทธิ์
 
ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างหรือเปล่า หลังจากมาเป็นศิลปิน มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ทั้งร้องเพลง และเล่นดนตรี?
          นิค: เปลี่ยนไปมากค่ะ จากเดิมที่เราร้องเพลงธรรมดา ก็ฝึกร้องมาจากบ้าน ก็เท่านั้น แต่วันนี้เราร้องเพื่อให้คนฟังเพลงของเรา เราจะทำอย่างไรให้เขาฟังเพลงของเรา สื่อเพลงนี้ไปถึงคนฟัง ทำให้เราต้องทำการบ้านมากขึ้น 
          เพลิน-พลอย: ส่วนเพลิน-พลอย ต้องทำการบ้านมากขึ้น ซ้อมดนตรีมากขึ้น ซ้อมทุกวัน และเต็มที่เหมือนขึ้นเวทีจริงๆ เลย
 
ด้านชีวิตส่วนตัวล่ะ เปลี่ยนแปลงหรือมีข้อห้ามอะไรมั๊ย?
          นิค: ไม่เปลี่ยนนะคะ เพราะในอัลบั้มนี้ก็เป็นตัวของเราอยู่แล้ว ไม่ได้สวยอะไร เป็นปกติของเรา ส่วนข้อห้ามยังไม่มีนะคะ
 
รู้สึกอย่างไรบ้างที่คนอื่นอยากเป็นนักร้องอย่างเรา?
          นิค: ภูมิใจค่ะ พ่อกับแม่ก็ภูมิใจไปกับเราด้วย พ่อก็บอกกับนิคเสมอค่ะว่า พ่อภูมิใจนะที่นิคได้เป็นนักร้องมีอัลบั้มของตัวเอง ซึ่งส่วนตัวของนิคเอง นิคภูมิใจและพอใจอย่างมาก แต่ว่าก็ต้องมีพัฒนาการต่อไป เพราะนิคคิดว่าวันนี้ยังไม่มีที่สุด มันต้องดีกว่านี้ ถ้าเราคิดว่าวันนี้ดีแล้ว เราจะไม่มีการพัฒนาค่ะ
          เพลิน-พลอย: ก็ภูมิใจ จากที่ตอนแรกพ่อกับแม่ส่งไปเรียน ยังไม่รู้เลยว่าลูกจะเอาดีทางด้านนี้จริงหรือเปล่า วันนี้ก็เป็นการพิสูจน์แล้วว่าเราจริงจังกับดนตรีจริงๆ พ่อแม่ก็ภูมิใจค่ะ
 
เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ทั้ง 3 คนเลยหรือเปล่า?
          นิค: ใช่ค่ะ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย แต่ของนิคจะเรียน 3 เทอม จะไม่ตรงกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ นิคเรียนที่สถาบันการบินพลเรือน อาจารย์จะไม่ค่อยเช็คเรื่องการเข้าเรียนเท่าไร นิคก็จะตามกับเพื่อน ฝากเพื่อนอัดเสียงบรรยายไว้ แล้วก็อ่านหนังสือตามให้ทัน แล้วเพื่อนๆ ก็จะคอยโทรศัพท์มาบอกด้วยว่ามีงานนั้นงานนี้
          เพลิน-พลอย: ส่วนเรา 2 คน เรียนที่ นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ปี 3 ค่ะ ในส่วนอื่นจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่ว่าในปี 3 จะมีวิชาปฏิบัติเยอะ แต่ก็พยายามเลี่ยงโดยบอกคิวกับทางอาร์เอส แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เราก็ต้องตามงานให้ทัน เพราะที่นี่ไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น ต้องขยันมากขึ้น
 
เพื่อนๆ ว่าอย่างไรบ้างกับผลงานเพลงของเรา?
          เพลิน-พลอย: เพื่อนๆ โกรธค่ะ เพราะเราไม่ได้บอกอะไรเพื่อนเลย ทำผมสีทองเพื่อนก็กรี๊ดเลยเพราะไม่คิดว่าเราจะกล้า อย่างมากก็ทำสีน้ำตาล อีกอย่างทุกวันศุกร์เราหายไป เขาก็สงสัยกัน พยายามเค้นให้ได้ว่าไปไหน เราก็ไม่บอกว่าเราไปซ้อมดนตรี มาเปิดเผยก็วันที่มิวสิควีดีโอออกอากาศ อึ้งกันไปเลย
          นิค: ของนิค เพื่อนๆ ในกลุ่มจะรู้ จะคอยถามไถ่อยู่ตลอด ว่าเป็นอย่างไรบ้าง วันที่มิวสิค วิดีโอออกอากาศครั้งแรก รายการ Max Channel ก็กรี๊ดเลย ดีใจมากกว่านิคอีก นิคออกทีวี นิค ออกทีวี ดีใจกันใหญ่(หัวเราะ)
 
อนาคตคิดว่าจะทำงานด้านไหน หรืออยากเป็นอะไร?
          เพลิน-พลอย: เรา 2 คน เรียนสายนิเทศศาสตร์มา เราฝันกันตั้งแต่เด็กว่าอยากทำงานเบื้องหลังบันเทิง ทั้งรายการทีวี โปรดิวเซอร์เพลง แต่ว่าวันนี้ได้ทำงานเบื้องหน้า ก็ขอทำงานตรงนี้ให้ดีที่สุด
          นิค: นิคอยากเป็นนักบินค่ะ แต่ด้านการร้องเพลงถือเป็นความสามารถพิเศษ มีโอกาสก็ของทำงานด้านร้องเพลงก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่ได้เรียนหนักมาก ถ้ายังทำควบคู่กันได้ก็ขอทำคู่กันไปก่อน
 
คำถามสุดท้าย ชอบเพลงไหนที่สุดในอัลบั้มนี้?
          นิค: ชอบ "ไม่ขอเป็นคนสุดท้าย" ค่ะ เพราะนิคทำการบ้านกับเพลงนี้มากที่สุด เพราะเป็นเพลงแรกของเรา เพลงแรกที่เข้าห้องอัด และยังเป็นเพลงที่นำมาโปรโมทด้วย เอาไปร้องที่ไหนก็มีคนร้องตามได้ เลยชอบเพลงนี้ค่ะ
          เพลิน: ชอบเพลง "กอดฉันอีกสักที" ชอบเนื้อหาเพลงประมาณว่า คนจะโดนทิ้ง ก็ขอใช้เวลาที่เหลือได้ไหม ขอกอดอีกสักที
          พลอย: ชอบเพลง "ไม่ได้คิดถึง" เป็นแนวฟอร์มจัดปากแข็ง ไปหาเขาเพราะว่าคิดถึง แต่ก็บอกว่าฉันไม่ได้คิดถึง ก็แค่ผ่านมา เลยแวะมาหาเท่านั้น ชอบเพราะตรงกับตัวเอง(หัวเราะ)
 
          ...ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวและมิวสิควีดีโอของ 3 สาว วง Badz ได้ในรายการโทรทัศน์ในเครืออาร์เอส