ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป

“พีเอฟพี” เปิดตัวข้าวกล่อง 2 เมนูใหม่ ปลาหิมะญี่ปุ่นราดซอสกระเทียม และปลาซาบะย่างซีอิ๊วญี่ปุ่น

          "พีเอฟพี" เปิดตัวข้าวกล่อง 2 เมนูใหม่ ปลาหิมะญี่ปุ่นราดซอสกระเทียม และปลาซาบะย่างซีอิ๊วญี่ปุ่น สร้างความแตกต่างโดยการคัดเนื้อปลาทะเลนำเข้าคุณภาพสูงจากต่างประเทศ หวังเจาะกลุ่มลูกค้าตามกระแสการรักษาสุขภาพ เผยใช้กลยุทธ์ใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้า จับมือโรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต จัดทำโครงการ "108 พัน 9 เมนูเพื่อคนรักสุขภาพ จากพีเอฟพีและโรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต" หวังใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย พร้อมดึงผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมโครงการเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ใช้กลยุทธ์การทำ CRM สื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย พุ่งเป้าให้พีเอฟพีเป็นเมนูที่ผู้บริโภคเลือกรับประทานอย่างน้อย 1 มื้อในแต่ละวัน
          นายทวี ปิยะพัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด (พีเอฟพี) ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูปแช่แข็งที่ทำมาจากเนื้อปลาบดหรือซูริมิ เช่น ปูอัด เต้าหู้ ปลา โอโบโร่ ก้ามปูเทียม และข้าวกล่องสำเร็จรูปพร้อมรับประทานภายใต้แบรนด์ "ทัพพี" กล่าวว่า พีเอฟพีได้เปิดตัวเมนูข้าวกล่องสำเร็จรูปแช่แข็งพร้อมรับประทานใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 เมนู คือ ปลาหิมะญี่ปุ่นราดซอสกระเทียมและปลาซาบะย่างซีอิ๊วญี่ปุ่น ซึ่งเมนูใหม่ทั้ง 2 ชนิดจะมีข้อแตกต่างจากเมนูที่มีอยู่เดิม กล่าวคือพีเอฟพีได้ใช้เนื้อปลาคุณภาพชั้นดีที่นำเข้าจากต่างประเทศมาปรุงเป็นเมนูสำเร็จรูปเพื่อเพิ่มจุดแข็งให้กับสินค้าและสร้างความหลากหลายให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่รักษาสุขภาพและชอบรับประทานเนื้อปลา ทั้งนี้คาดว่าข้าวกล่องเมนูใหม่ทั้ง 2 เมนู จะได้เริ่มการวางจำหน่ายที่ตู้แช่พีเอฟพีที่ตั้งอยู่ในเขต กทม. กว่า 650 จุดแล้ว และจะเริ่มวางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศได้ภายในมิถุนายนนี้ ซึ่งเมนูทั้งหมดจะใช้เนื้อปลานำเข้าคุณภาพสูงมาปรุงสำเร็จเช่นเดียวกัน รวมทั้งสิ้นอีกจำนวน 6 เมนู
          นายทวี กล่าวถึงแผนงานด้านการตลาดของพีเอฟพีว่า เพื่อเป็นการรองรับกับกระแสของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของสังคมเมืองที่ทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยมีข้อจำกัดทางด้านเวลาซึ่งเป็นตัวแปรที่สำคัญในการดำรงชีวิตมากขึ้น พีเอฟพีจึงได้ร่วมมือกับโรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จัดทำ "โครงการ 108 พัน 9 เมนู เพื่อคนรักสุขภาพจาก พีเอฟพีและโรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต" ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างสรรค์รายการอาหารเพื่อคนที่รักสุขภาพให้มีโอกาสได้ปรุงอาหารแบบง่ายๆได้เอง โดยในการจัดทำเมนูอาหารจำนวน 108 เมนู ได้ใช้ผลิตภัณฑ์พีเอฟพีเป็นวัตถุดิบหลักและใช้สูตรการประกอบอาหารนานาชาติสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต" นั้น นอกจากจะใช้เป็นคู่มือที่ให้ความรู้กับผู้บริโภคทั่วไปในการใช้ผลิตภัณฑ์ของพีเอฟพี สำหรับปรุงอาหารแบบง่ายๆ เพื่อสุขภาพได้ด้วยตนเองแล้ว คู่มือดังกล่าวพีเอฟพี จะได้นำไปเผยแพร่ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลทางด้านโภชนาการทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่อไป
          นายพริษฐ์ อนุกูลธนากร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด กล่าวถึงการจัดทำ "108 พัน 9 เมนู เพื่อคนรักสุขภาพ จาก พีเอฟพีและโรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต" ว่า เมนูที่จัดทำขึ้นนั้น พีเอฟพีต้องการที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับผู้บริโภคให้ทราบถึงวิธีการ และการคัดเลือกผลิตภัณฑ์พีเอฟพีไปใช้เพื่อประกอบอาหาร นอกเหนือจากการอุ่นเพื่อรับประทานทันที ซึ่งที่ผ่านมานั้นพีเอฟพีมีฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ลงทะเบียนไว้แล้วกว่า 30,000 รายทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการสื่อสารโดยการจัดส่งข้อมูลข่าวสารให้กับลูกค้าโดยตรงนั้นเป็นการทำ CRM (Customer Relationship Management) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญที่พีเอฟพีได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด
          ในโอกาสเดียวกันนี้พีเอฟพีได้นำโครงการดังกล่าวไปใช้เพื่อขยายฐานลูกค้าโดยจะใช้การประชาสัมพันธ์และชักชวนให้ผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศนำเมนูเพื่อสุขภาพของ "โครงการ 108 พัน 9 เมนู เพื่อคนรักสุขภาพจาก พีเอฟพีและโรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต" เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในเมนูอาหารของร้าน ซึ่งร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการฝึกอบรมจากโรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ทั้งนี้นอกจากจะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีปรุงอาหารตามสูตรของเมนูเพื่อคนรักสุขภาพแล้วผู้ประกอบการร้านอาหารจะได้รับการอบรมหลักสูตรการบริหารจัดการร้านอาหารระยะสั้นเพิ่มเติมอีกด้วย
          นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ร้านอาหารที่เข้าร่วม "โครงการ 108 พัน 9 เมนู เพื่อคนรักสุขภาพจาก พีเอฟพี และโรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำหรับติดหน้าร้าน ซึ่งผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นสื่อที่แสดงให้ลูกค้าทราบว่าร้านอาหารของตนได้รับการรับรอง ทั้งด้านคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติของอาหารจากหน่วยงานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหารโดยตรง ทั้งนี้พีเอฟพีคาดว่าจะในระยะแรกจะสามารถดึงผู้ประกอบการให้เข้าร่วมโครงการได้ไม่น้อยกว่า 100 แห่งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังเป็นช่องทางที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้พีเอฟพีมีช่องทางการกระจายสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งพีเอฟพีได้วางแผนที่นำการกระจายตู้แช่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเข้าไปวางจำหน่ายให้กับลูกค้าในร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการอีกทางหนึ่ง
          "การดึงให้ผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมโครงการ เราคาดว่าจะสามารถเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทั่วถึงขึ้น ไม่ว่าจะเลือกรับประทานที่บ้านหรือนอกบ้าน พีเอฟพีก็เข้าไปอยู่ในรายการที่ผู้บริโภครับประทานอย่างน้อย 1 มื้อต่อวัน" นายพริษฐ์ กล่าว
          นายพริษฐ์ กล่าวถึงแผนงานด้านการตลาดในปีนี้ว่า พีเอฟพีมุ่งเน้นที่จะประชาสัมพันธ์และการทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ และมีเป้าหมายสูงสุดในการสร้างให้พีเอฟพีเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค โดยในส่วนของการดำเนินกิจกรรมทั้งในส่วนของการส่งเสริมการขายที่จะครอบคลุมลูกค้าเป้าหมายในทุกช่องทาง และการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆทั้ง สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ เพื่อให้ผู้บริโภคและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายรับรู้ถึงที่มาและตำแหน่งทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ "พีเอฟพี" ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากปลาทะเล ทั้งนี้ในเบื้องต้นพีเอฟพีได้ตั้งงบประมาณสำหรับแผนงานดังกล่าวไว้จำนวนกว่า 20 ล้านบาทสำหรับปีนี้
          ในขณะเดียวกันพีเอฟพียังมุ่งเน้นที่จะขยายฐานการตลาดให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่นการเจาะกลุ่มโรงแรมต่างๆ สถาบันการศึกษา รวมถึงตลาดล่างและโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ และเพิ่มกลยุทธ์ให้กับตัวสินค้าในเรื่องของราคาและขนาดที่เหมาะสม การจัดวางและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้ถึงมือผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาพีเอฟพีได้กระจายสินค้าในช่องทางตู้แช่ได้มากกว่าถึง 650 ตู้ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลและคาดว่าจะสามารถขยายโครงการนี้ให้ครบ 1,500 ตู้ภายในสิ้นปีนี้
 
          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
          บริษัท อินไซท์ พีอาร์ จำกัด (ที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์)
          กิตติยา พิทักษ์เงินดี ( Tel. 06-303 1522, 02-522 1678-9)