ข่าวประชาสัมพันธ์การเงิน/หลักทรัพย์

“ALLA” เทิร์นอะราวด์เต็มตัว ปักธงรายได้ปี 60 โต 20% ปรับกลยุทธ์การตลาด สยายปีกบุกอินโดนีเซีย-เมียนมาร์

          "ออลล่า" ส่งสัญญาณผลประกอบการปีนี้กลับมาสดใส หลังการลงทุนฟื้น ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 20% ตุน Backlog 282 ลบ. ปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก ชัดเจนลงทุนอินโดนีเซีย Q3/60 พร้อมศึกษาแผนบุกเมียนมาร์
          นายองอาจ ปัณฑุยากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล่า จำกัด (มหาชน) หรือ ALLA ผู้ผลิต จำหน่าย และติดตั้งเครน และรอกไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุอุปกรณ์ และสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้าต่าง ๆ เปิดเผยว่า บริษัทฯตั้งรายได้ในปีนี้เติบโตที่ระดับ 20% เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่มีรายได้จากการขาย และบริการที่เกี่ยวข้อง 607 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของการลงทุนภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทำให้มีความต้องการเครน และรอกไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุอุปกรณ์ และสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในปีนี้บริษัทฯเตรียมที่จะเสนอเข้ารับงานมูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปัจจุบันได้มีการเสนอราคาเข้ารับงานแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะได้รับงานราว 200 ล้านบาท ในขณะเดียวกันบริษัทฯลมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ หรือ Backlog อยู่ที่ 282 ล้านบาท ซึ่งจะสามรถรับรู้รายได้เกือบทั้งหมดภายในปีนี้
          ในขณะเดียวกันปีนี้บริษัทฯมีแผนที่จะพัฒนาด้านการตลาด และปรับกลยุทธ์ให้เป็นเชิงรุกมากยิ่งขึ้น รวมถึงปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในเพื่อลดต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มสูงขึ้น และมีความหลากหลายในอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น เช่นโรงไฟฟ้า หรืออุตสาหกรรมน้ำตาลเป็นต้น เพื่อกระจายความเสี่ยงให้กับธุรกิจอีกด้วย ทั้งนี้แผนการลงทุนในประเทศอินโดนีเซียอยู่ในระหว่างการศึกษารูปแบบของการลงทุน ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ รวมถึงบริษัทฯอยู่ในระหว่างการศึกษาแผนที่จะขยายการลงทุนไปยังประเทศเมียนมาร์ ซึ่งบริษัทฯเล็งเห็นโอกาสจากลูกค้าชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นฐานลูกค้าเดิมของบริษัทฯได้ขยายการลงทุนในประเทศเมียนมาร์อย่างต่อเนื่อง และในปัจจุบันก็เริ่มมีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาบางส่วนแล้ว
          "ในปีนี้เราคาดว่าภาพรวมจะดีขึ้นจากปีก่อน โดยดูจากแนวโน้มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ทั้งการลงทุนของภาครัฐ และเอกชน เห็นได้ชัดจากข้อมูลการเสนอราคาเพื่อเข้ารับงานในช่วง 2 เดือนแรกของบีนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัวทั้งจำนวน และมูลค่าของงาน และที่สำคัญเรายังศึกษาแผนขยายการลงทุนไปยังประเทศอินโดนีเซีย และเมียนมาร์อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มศักยภาพ และโอกาสในการสร้างรายได้ให้เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต" นายองอาจกล่าว