ข่าวประชาสัมพันธ์บันเทิง

Movie: “น้ำตาลแดง”

          สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ บาแรมยู เปิดทางเลือกใหม่ของภาพยนตร์ อีโรติก ภายใต้พรบ.กำหนดเรทติ้งที่คนทำหนังพร้อมเปิดอก และชวนทุกคนเปิดใจดู          
          6 เรื่องราวอีโรติกจาก 6 มุมมองของ 6 ผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ระดับมือรางวัล ที่จะทำให้มุมมองของ “เซ็กส์และศิลปะ” หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ครั้งแรกในชีวิตกับการถ่ายทอดสปิริททางการแสดงของ อุ้ม ลักขณา, ครี พัสวีพิชญ์, ปรางทอง ชั่งธรรม, แอนนา รีส,
ปั๋ง ประกาศิต, หนอ วีระชัยศรีวณิก, อธิศ อมรเวช, บลูม วรินทร, โอเด็ต เฮนเรียต แจ๊คโคมิน, เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ เหล่านักแสดง, ศิลปิน, นางแบบ, นักร้องระดับแถวหน้าของเมืองไทย ที่กล้าและท้าทายอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนบนแผ่นฟิล์ม ภายใต้การควบคุมงานสร้างโดย บัณฑิต ทองดี (นาคปรก, เฮี้ยน, มนต์เพลงลูกทุ่งเอฟ.เอ็ม) 26 สิงหาคมนี้...หวานเข้มเต็มอรรถรส “น้ำตาลแดง” ทุกโรงภาพยนตร์
          เมื่อคนทำหนังพร้อมใจกันเปิดอก แล้วคนดูพร้อมที่จะเปิดใจดูแล้วหรือยัง
          6 เรื่องราวอีโรติกจาก 6 มุมมองของ 6 ผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ระดับมือรางวัล
          เนิบแนบความเปลี่ยว ดื่มด่ำความเหงาด้วยแรง......ปรารถนา
          ที่รอสัมผัสอย่างเร้าใจ # 1
          2 # โสบนเตียง.... เติมรักเต็มรส สุดขีด เร่าร้อน ตลอด1วัน 1คืนชนิดไม่แคร์สื่อ 
          เกมส์ขำๆกับเซ็กส์หรรษาชวนวาบหวิวของคู่รักวัยรุ่น... # 3 รักต้องลุ้น 
          4 # หลุมพราง....ปมพิศวาสลึกล้ำวาบหวามหวาดระทึก 
          สัมพันธภาพห่างใกล้แต่ความใคร่แอบลึกซ่อนเร้น....ทฤษฏีบนโต๊ะอาหาร # 5
          6# คู่รักบนดาวโลก...... สวยงาม ลึกซึ้ง อ่อนไหวเหนือจินตนาการ...

 
ปรารถนา –โสบนเตียง-รักต้องลุ้น
กำหนดฉาย 26 สิงหาคม 2553
แนวภาพยนตร์ อีโรติก
ผู้สร้างและจัดจำหน่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
บริษัทดำเนินงานสร้าง บาแรมยู
อำนวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
ที่ปรึกษา ปรัชญา ปิ่นแก้ว
ควบคุมงานสร้าง บัณฑิต ทองดี
กำกับภาพยนตร์ กิตติยาภรณ์ กลางสุรินทร์ (ปรารถนา)
ภาณุมาศ ดีสัตถา (โสบนเตียง)
ศาสตร์ ตันเจริญ (รักต้องลุ้น)
นำแสดงโดย ลักขณา วัธนวงส์ศิริ, วรินทร ญารุจนนทน์ (ปรารถนา)
พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัคราภา, ประกาศิต โบสุวรรณ (โสบนเตียง)
นัฏฐกันย์ อนุมาตรฉิมพลี, จิตติกร สรจันทร์ (รักต้องลุ้น)
พร้อมด้วย โอเด็ต เฮ็นเรียต แจ๊คโคมิน และเต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์
กับรสชาติพิเศษของ “น้ำตาลแดง”

          
 
 
 
 
 
 
 
 
ปรารถนา
นักแสดง อุ้ม-ลักขณา วัธนวงส์ศิริ, บลูม-วรินทร ญารุจนนทน์
กำกับภาพยนตร์โดย กิตติยาภรณ์ กลางสุรินทร์
อีโรติก เรียลลิตี้ โรแมนติก ในขณะที่ “ปรารถนา” เป็นการถ่ายทอดมุมมองของความอีโรติกผ่านมุมมองของผู้กำกับหญิงเพียงหนึ่งเดียวของโปรเจ็คต์ “น้ำตาลแดง” โดยหยิบเอาเรื่องราวความสัมพันธ์ที่แสนเปลี่ยวเหงาของชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งซึ่งเกิดขึ้น ท่ามกลางแสงสี และความสับสนวุ่นวายในเมืองใหญ่ ที่แต่ละชีวิตต่างดำเนินไป โดยหารู้ไม่ว่าวันหนึ่ง “แรงปรารถนา”จะย่นย่อระยะห่างแห่งสัมพันธภาพของหนุ่มช่างสัก และพนักงานสาวนวดไทยแผนโบราณให้เขยิบเข้ามาชิดใกล้กว่าที่คาดคิดและเคยเป็น จากเพียงแค่ต่างฝ่ายต่างมีสายตาที่จดจ้องต้องกัน และไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวจะสื่อสารพูดคุยกัน 
          ระดับความอีโรติก
-ในแต่ละท่วงท่านวดที่อวัยวะทุกส่วนบนร่างกายของหญิงสาวสัมผัสต้องเนื้อตัวของชายหนุ่ม การโอบรัด ดัด แนบชิด เพื่อปลดปล่อยและขจัดความรู้สึกเมื่อยล้าที่ปรากกฏอยู่บนทุกอณูเนื้อ คือรสสัมผัสแห่งแรงปรารถนาที่เย้ายวนใจ และคงไม่ผิดความจริงนักถ้าจะบอกว่าอีโรติกซีนสุดท้าทาย ที่มาพร้อมกับความยาวถึง 10 นาทีในรูปแบบ long take โดยไม่มีการตัดต่อ ทั้งเซ็กซี่ที่สุด และมีความเรียลลิตี้สมจริงที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน เผยให้เห็นถึงสปิริททางการแสดงของอุ้ม-ลักขณานางแบบนักแสดงสาวสุดฮ็อต แต่อาจเป็นที่มาของการตั้งคำถามที่ว่าภาพที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่การแสดงหรือไม่ 

          
 
 
 
 
 
โสบนเตียง
นักแสดง พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา(ครี), ประกาศิต โบสุวรรณ (ปั๋ง)
กำกับภาพยนตร์โดย ภาณุมาศ ดีสัตถา
อีโรติก ฮอตแฟนตาซี คอเมดี้ ในขณะที่ “โสบนเตียง” คือการนำเสนอภาพความหวือหวา ร้อนแรงสะท้อนภาพชนชั้นกลางวัยทำงานในสังคมใหญ่กับเรื่องเซ็กส์ โดยตีแผ่รสนิยมเรื่องเซ็กส์ที่เต็มไปด้วยแฟนตาซี และโลดโผนของหนุ่มลุคส์เสี่ยกับสาวมั่นสุดเฉี่ยวไฟแรงสูงซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 1 วัน 1 คืนโดยไม่เกี่ยงสถานที่และเวลา เมื่อทุกห้วงนาทีที่เกิดขึ้นคือการเติมเต็มรสชาติ และสีสันของสิ่งที่เรียกว่า “เซ็กส์แห่งชีวิต” โดยไม่แคร์ต่อเสียงสะท้อนของสังคมรอบตัว ว่ากันว่าเป็นการนำเสนอแง่มุมแฟนตาซีทางด้านเซ็กส์ที่ผู้ชายส่วนใหญ่เฝ้าฝันถึง แต่แท้จริงแล้วในสังคมที่ทุกอย่างเท่าเทียมกัน ฝ่ายหญิงก็มีโอกาสที่จะแสดงออกถึงมุมมองความคิด ความต้องการ รวมไปถึงรสนิยมทางเพศได้ทัดเทียมผู้ชายไม่ว่าจะอยู่สถานะใดของสังคม
ระดับความอีโรติก
- ระดับดีกรีความร้อนแรงที่มีอยู่อย่างเปี่ยมล้นในตัวของครีนางแบบสาวสุดฮ็อตที่ถูกนำเสนอผ่านฉากอีโรติกสุดเซ็กซี่อันหลากหลายผ่านทุกอิริยาบถ ทางการแสดง ตั้งแต่แววตา ท่วงท่า สรีระ เรือนร่าง ตั้งแต่วินาทีแรกไปจนถึงวินาทีสุดท้ายในภาพยนตร์สะท้อนคาแรคเตอร์ “สาวไฟแรงสูง” ได้อย่างไร้คำอธิบาย

          รักต้องลุ้น
นักแสดง นัฏฐกันย์ อนุมาตรฉิมพลี, จิตติกร สรจันทร์
กำกับภาพยนตร์โดย ศาสตร์ ตันเจริญ
อีโรติก ทีนเอจ คอเมดี้ เซ็กซี่หรรษา สำหรับ “รักต้องลุ้น” หยิบเอาประเด็นเรื่องเซ็กส์กับวัยรุ่นวัยหนุ่มสาว ความอยากลุ้นอยากลองรู้อยากเห็น เมื่อหญิงสาวต้องอยู่บ้านเพียงลำพังและเอ่ยปากชักชวนให้เด็กหนุ่มเพื่อนสนิทอยู่เป็นเพื่อนกันในค่ำคืนหนึ่ง จากบทสนทนาที่สะท้อนถึงมุมมองและทัศนคติความสนใจใคร่รู้ที่บ่งบอกถึงสรีระและเรือนร่างของกันและกัน จนเริ่มมีการสัมผัสถูกเนื้อต้องตัว กระทั่งหญิงสาวเริ่มต้นท้าทายเสนอให้ชายหนุ่มร่วมเล่นเกมส์ทายใจที่ใครแพ้ต้องสลัดอาภรณ์ที่อยู่บนเรือนร่างทีละชิ้น ทีละชิ้น...อันนำไปสู่จุดเริ่มต้นของการตัดสินใจที่จะมีเซ็กส์กันของวัยรุ่น 2 คน (หรือไม่) ถึงแม้ปลายทางของสวรรค์จะอยู่ไม่ไกลอย่างที่ใครหลายคนคาดคิด แต่เชื่อเถอะว่าบทสรุปของเกมส์ครั้งนี้อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่พวกคุณคิดก็เป็นได้....
ภาพยนตร์อีโรติกที่มาพร้อมกับการตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ขอบเขตของศีลธรรมและความต้องการของวัยรุ่นที่มักคิดว่าผู้ใหญ่ไม่เคยเข้าใจ
ระดับความอีโรติก
- เริ่มจากถ้อยคำหยอกล้อ ตามภาษาวัยรุ่นที่พูดถึงสรีระของกันและกัน ตามด้วยการสัมผัสเนื้อตัว นำไปสู่การเอ่ยปากเล่นเกมส์ชวนลุ้นที่มาพร้อมกติกาที่แสนวาบหวิว ใครแพ้ต้องถอดเสื้อผ้าออก และตามไปด้วยสิ่งต้องห้ามที่วัยรุ่นทุกคู่ในยุคนี้ต่างฝันถึง คือการมี “เซ็กส์”

น้ำตาลแดง เอกลักษณ์ความหวานแสนเย้ายวนใจที่มีมากกว่ารูปลักษณ์
สู่ทางเลือกใหม่ของคนดูหนังที่ปราศจากการปรุงแต่ง
แต่กลั่นกรองจากก้านสมองและไอเดียของคนทำหนังรุ่นใหม่
ทั้งเข้มข้น จัดจ้านอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ณ พ.ศ.นี้
น้ำตาลแดง หรือ น้ำตาลทรายแดง คือน้ำตาลที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการฟอกขาว ถึงแม้ว่าหน้าตาจะไม่สะสวยและเป็นที่ต้องใจเหมือนกับน้ำตาลทรายขาวซึ่งเป็นที่นิยมของคนส่วนใหญ่มากกว่า แต่สำหรับใครที่เคยลิ้มลองมักจะติดใจและปฏิเสธไม่ได้ว่า “น้ำตาลแดง” มีบางอย่างให้ชวนหลงใหล เป็นความหวานที่ไม่ธรรมดา บางครั้งอาจจะหวานขมเพราะเสน่ห์ความเข้มข้นของรสชาติที่ปราศจากการปรุงแต่ง ทำให้น้ำตาลแดง มีรสชาติของความหอมหวานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เปรียบได้กับเซ็กส์ที่ช่วยหล่อหลอมเติมเต็มให้กับทุกชีวิตมีสีสันลงตัวอย่างสมบูรณ์ แต่สำหรับ “น้ำตาลแดง” ในรูปแบบภาพยนตร์คือ 1ในโปรเจ็คต์ภาพยนตร์ทางเลือกใหม่ที่เกิดขึ้นจากความต้องการที่จะผลักดันและสนับสนุนให้คนทำหนังรุ่นใหม่ได้มีเวทีที่จะถ่ายทอดมุมมอง แนวคิด ไอเดีย และความสามารถในการผลิตภาพยนตร์เข้าสู่อุตสาหกรรมของภาพยนตร์ไทยจากสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีส่วนในการผลิตบุคคลากรมากความสามารถได้ยืนหยัดอยู่ในวงการภาพยนตร์มาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นโครงการยักษ์เล็กสนับสนุนผู้กำกับรุ่นใหม่อย่าง “มะเดี่ยว” ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล จากรั้วนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งแจ้งเกิดจาก “คนผีปีศาจ” ก่อนที่จะประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดจาก “13เกมสยอง” และ “รักแห่งสยาม” แม้แต่ “กั๊กกะกาวน์” และ “เขาชนไก่” ผลงานภาพยนตร์จากกลุ่มนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่มี “นิหน่า สุฐิตา เรืองรองหิรัญญา” รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ และ “อู๊ด-วิฑิต คำสระแก้ว” เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ รวมไปถึง “กะทิ” ภาพยนตร์คุณภาพที่สร้างจากวรรณกรรมรางวัลระดับซีไรต์” จากกลุ่มผู้ผลิตภาพยนตร์ “ชูใจ” และเพื่อเป็นการตอกย้ำในความตั้งใจของบริษัทเองที่จะร่วมผลักดันให้เหล่าบุคลากรที่เป็นคลื่นลูกใหม่ซึ่งมีความสามารถมีโอกาสได้เข้ามาร่วมเป็นฟันเฟืองสำคัญของวงการ
          
หนังไทยจึงเปิดไฟเขียวให้นักทำหนังรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ ผลงานภาพยนตร์ในแนวทางของตนเองอย่างเต็มรูปแบบโดยได้มอบหมายให้ บัณฑิต ทองดี ผู้กำกับภาพยนตร์มนต์เพลงลูกทุ่งเอฟ.เอ็ม, เฮี้ยนและโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์เรื่อง “นาคปรก, who are you-ใครในห้อง” คัดเลือก สนับสนุนและผลักดัน6ผู้กำกับรุ่นใหม่ที่คร่ำหวอดในวงการหนังสั้นซึ่งแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีผลงานเป็นที่ยอมรับและคว้ารางวัลจากเวทีประกวดในเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ นำเสนอไอเดียและแนวคิดใหม่ๆ ในการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์ในแนวอีโรติก 6 เรื่องภายใต้โปรเจ็คต์ “น้ำตาลแดง” ในนามของกลุ่มโกอิ้งเบอร์เซิร์ก (GOING BERSERKER GROUP) กลุ่มนักทำหนังจากรั้วนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งประกอบไปด้วยอนุรักษ์ จรรโลงศิลป (โจ้) กำกับภาพยนตร์เรื่อง “คู่รักบนดาวโลก”, ภาณุมาศ ดีสัตถา กำกับภาพยนตร์เรื่อง “โสบนเตียง”, ปรัชญา ลำพองชาติ กำกับภาพยนตร์เรื่อง “ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร”, สุรวัฒน์ ชูผล กำกับภาพยนตร์เรื่อง “หลุมพราง”, กิตติยาภรณ์ กลางสุรินทร์ (เอม) กำกับภาพยนตร์เรื่อง “ปรารถนา”, ศาสตร์ ตันเจริญ กำกับภาพยนตร์เรื่อง “รักต้องลุ้น” โดยทั้ง 6 เรื่องล้วนมุ่งนำเสนอแง่มุมเกี่ยวกับเซ็กส์เป็นพื้นฐานและเป็นจุดร่วมสำคัญ แต่ล้วนมีรูปแบบและแนวทางในการนำเสนอแตกต่างกันไปตามเนื้อหาของแต่ละเรื่องราว โดย อ็อด บัณฑิต ทองดีซึ่งรับหน้าที่โปรดิวเซอร์กล่าวถึงโปรเจ็คต์นี้ว่า
“ต้องยอมรับว่าสหมงคลฟิล์มเป็นแหล่งผลิตคนรุ่นใหม่ที่ดี ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นบริษัทที่ให้โอกาสคนรุ่นใหม่มาตลอด ตั้งแต่ยุคก่อนเช่นคุณเพิ่มพล เชยอรุณ, หม่อมน้อย, คุณศุภักษร หรือมายุคใหม่จะมีมะเดี่ยว, นิหน่า, อู๊ด วิฑิตจากเขาชนไก่, กั๊กกะกาวน์ รวมทั้งตัวผมด้วยได้มีโอกาสทำหนังเรื่องแรกอย่างมนต์เพลงลูกทุ่งเอฟเอ็มสร้างงาน มาจนถึงล่าสุด เสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ)ได้เปิดไฟเขียวให้ผู้กำกับรุ่นใหม่จบด้านฟิล์ม ด้านภาพยนตร์จากม.รังสิตทำหนังแนวใหม่ แล้วไม่ได้เปิดแค่คนเดียวด้วย แต่ยอมให้เปิดทีเดียว6คนเลย ภายใต้โปรเจ็คต์ที่มีชื่อว่าน้ำตาลแดงเป็นโปรเจ็คต์ที่พูดได้ว่าเป็นแนวทางใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทยในทุกวันนี้ สร้างโดยคนรุ่นใหม่ที่กำกับและเขียนบทด้วยตัวเองทั้ง6คนซึ่งประกอบไปด้วย ศาสตร์ ตันเจริญ, สุรวัฒน์ ชูผล, ภาณุมาศ ดีสัตถา, ปรัชญา ลำพองชาติ, อนุรักษ์ จรรโลงศิลป, กิตติยาภรณ์ กลางสุรินทร์ซึ่งพูดได้ว่าแต่ละคนล้วนมีฝีมือจัดจ้าน โดยเรามองเห็นความสามารถในเรื่องของการทำหนังจากผลงานที่พวกเขาทำในระหว่างที่เรียน และถึงแม้ว่าจะเรียนจบไปแล้วก็ยังทำหนังสั้นส่งประกวดกันอยู่เสมอ ส่วนใหญ่ได้รับรางวัลไม่ที่ 1 ที่ 2 ก็มีรางวัลชมเชยมาตลอด บางคนก็ทำหนังสั้นในแบบที่เรียกว่าอีโรติก ซึ่งตรงกับโปรเจ็คต์ที่เราต้องการพอดี น่าจะเป็นหนังสั้นที่มีความเป็นอีโรติก ดูแล้วมีความน่าสนใจในภาคของตลาดกว้าง ด้วยผลงานและโพร์ไฟล์ต่างๆ ที่ผ่านมาของน้องเขาเป็นจุดน่าสนใจที่คิดว่าน่าจะทำโปรเจ็คต์นี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความโดดเด่นทางด้านภาพ ถ่ายภาพสวย เล่าเรื่องด้วยภาพโดยสามารถสื่อ

ความหมายของงานศิลปะภาพยนตร์อย่างดี มีองค์ประกอบภาพสวย มีการจัดแสงเงาอย่างดี ทำให้คิดว่ากลุ่มคนทำหนังพวกนี้มีการเล่าเรื่องที่เป็นภาษาหนังที่ดีในการที่จะถ่ายทอดออกมาเป็นหนังใหญ่ได้ รวมทั้งมีวิธีการเล่าเรื่องของหนังให้เข้าใจง่าย และกระชับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ดูงานที่น้องๆ ตัดต่อกันเสร็จแล้ว ผมรู้สึกว่า Happy มีความสุขกับผลงาน เพราะว่าน้องๆ ชัดเจนตลอดว่าจะทำแบบนี้ นี่คือสิ่งที่เขาจะนำเสนอ แล้วพอออกมามันก็เป็นอย่างที่เราคิด และเต็มไปด้วยความหลากหลาย ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าเด็กเหล่านี้สามารถเติบโตเป็นคนทำหนังที่ดีได้ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย”

เมื่อเสน่ห์แห่งความ “อีโรติก” ถูกตีความและนำเสนอผ่าน
“สปิริท-ความกล้าทางการแสดง” ของเหล่า “นักแสดงมืออาชีพระดับแถวหน้า”
คงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่อยู่ๆ จะมีผู้กำกับสักคนลุกขึ้นมาประกาศว่าจะทำโปรเจ็คต์หนังที่มี “เซ็กส์” เป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่สำหรับ “น้ำตาลแดง” ไปไกลกว่านั้น เพราะเป็นการประกาศทำหนัง6เรื่องในแนวอีโรติกโดยผู้กำกับหน้าใหม่ถึง 6 คน โดยทั้ง 6 เรื่องมาพร้อมเจตนารมณ์ที่ชัดเจนว่าทุกเรื่องจะไม่มีการตัดทอนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถึงฉากที่ตัวละครจะต้องมีการปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ห่อหุ้มร่างกาย หรือฉากที่ตัวละครมีการแสดงออกซึ่งความรู้สึกในการที่จะต้องมีอะไรกัน หรือพูดให้ชัดเจนก็คือ ภาพยนตร์ทั้ง6เรื่องภายใต้ชื่อโปรเจ็คต์ “น้ำตาลแดง” จะไม่มีการบดบังหรือหลีกเลี่ยงการถ่ายทอดความรู้สึก นึกคิดตลอดจนความต้องการของแต่ละตัวละครที่มีต่อกันในความสัมพันธ์เรื่อง “เซ็กส์” เพราะภาพยนตร์ทุกเรื่องของโปรเจ็คต์ถือกำเนิดขึ้นภายใต้องค์ประกอบที่ว่านักแสดงทุกคนจะต้องสื่อสารผ่านร่างกายของตนโดยไม่ใช้ตัวแสดงแทนหรือสแตนอินไม่ว่าฉากนั้นจะมีไดอาล็อคหรือเสื้อผ้าปกปิดร่างกายหรือไม่ก็ตาม รวมไปถึงฉากโป๊เปลือยทั้งหมดที่มีอยู่ในภาพยนตร์ ผ่านการตีความและสะท้อนถึงแง่มุมต่างๆ ในกรอบของศีลธรรม และนี่คือเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ 6 ผู้กำกับหนังสั้นรุ่นใหม่ระดับมือรางวัลถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจแหวกความคิดไอเดีย และแนวทางในการก้าวเข้าสู่เวทีของผู้กำกับภาพยนตร์ในกระแสที่จะทำภาพยนตร์ในแนวอีโรติก 6 เรื่องจากการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์จากมุมมองของตัวเอง เกิดเป็นภาพยนตร์ในแนวอีโรติกที่มีชื่อว่า “น้ำตาลแดง” ถึงแม้ว่าในช่วงแรกของการเริ่มต้นโปรเจ็คต์ความมั่นอกมั่นใจในแนวทางปฏิบัติจริงของกฏระเบียบข้อบังคับที่จะเกิดขึ้นตามมาตรการและกระบวนการกำหนดเรทติ้งของ

พรบ.ภาพยนตร์ฉบับใหม่จะยังไม่ปรากฎออกมาเป็นรูปธรรมชัดเจนก็ตาม ทำให้รายละเอียดและความชัดเจนสำหรับการนำเสนอฉากอีโรติกในภาพยนตร์ กลายเป็นข้อถกเถียงสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในขั้นตอนการคิดพล็อตเรื่องต่อยอดไปจนทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนพัฒนาบทภาพยนตร์ออกมาอยู่หลายร่างกว่าจะลงตัวออกมาเป็นบทภาพยนตร์ร่างสุดท้ายเพื่อใช้ในการถ่ายทำจริงก็ตาม โดยงานนี้บรรดาผู้กำกับทั้ง 6 คนและโปรดิวเซอร์ผู้ควบคุมดูแลงานสร้างของโปรเจ็คต์น้ำตาลแดงต่างต้องทำการบ้านอย่างหนัก ไปจนถึงขั้นมีการวาดสตอรี่บอร์ดให้เห็นภาพและกำหนดระยะเวลา ความยาว ไปจนถึงจำนวนช็อตของภาพหรือซีนอีโรติกที่จะปรากฎขึ้นมาเป็นเฟรมและวินาที รวมทั้งเหตุและผลของการกระทำของแต่ละตัวละครที่จะต้องถ่ายทอดและนำเสนอออกมาผ่านการแสดงของเหล่านักแสดงแต่ละคน ซึ่งคือรายละเอียดที่จะต้องได้รับการพูดคุยและอธิบายอย่างชัดเจน เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการติดต่อทาบทามเหล่านักแสดงมืออาชีพที่มีชื่อเสียงแต่ละคน ให้เข้าใจถึงเหตุผลและความตั้งใจในการนำเสนอ ซึ่งรวมไปถึงรายละเอียดของฉาก ระดับความโป๊เปลือย ขีดขั้นความหวือหวาของระดับความอีโรติกที่นักแสดงแต่ละคนจะต้องถ่ายทอดออกมาผ่านร่างกายและความท้าทายทางการแสดงซึ่งจะปรากฎบนจอภาพยนตร์ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่กลายมาเป็นหัวข้อถกเถียงสำคัญที่จะต้องได้รับการพูดคุยอย่างละเอียดเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้าร่วมเป็น1ในกลุ่มนักแสดงที่กล้าท้าทายและปฏิวัติรูปแบบการแสดงในภาพยนตร์ไทยที่แตกต่างจากภาพยนตร์ทุกเรื่องที่เคยปรากฎขึ้นหรือได้รับการบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ไทย ถึงการนำเสนอมุมมองของ “เซ็กส์และศิลปะ” ที่ถูกหลอมหลวมเป็นหนึ่งเดียว และแน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่เกิดจากนักแสดงและเหล่าคนทำหนังที่กล้าลุกขึ้นมาตั้งคำถามสะท้อนกลับไปยังผู้ชมที่เป็นคนดูว่าถึงเวลาแล้วหรือยังกับภาพยนตร์ในแนวอีโรติก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางภาพยนตร์ไทยที่จะเกิดขึ้น ณ พ.ศ.นี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่นักแสดงมีชื่อเสียงจะเข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในโปรเจ็คต์อีโรติกจากการกำกับโดยผกก.หน้าใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย รวมทั้งขั้นตอนวิธีการในการกำกับนักแสดงที่ต้องมีแนวทางในการทำงานที่ชัดจน โดยเฉพาะสิ่งสำคัญที่สุดนั่นคือ

ตัวผู้กำกับจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักแสดงเพื่อให้เกิดความรู้สึกมั่นใจในการที่จะถ่ายทอดการแสดงผ่านตัวละครและสื่อความหมายถูกต้องตรงตามความต้องการให้ปรากฎออกมาเป็นรูปธรรมให้จงได้
โดยทั้งนี้ทั้งนั้นในภาพยนตร์ทั้ง 6 เรื่องก็จะมีระดับดีกรีเข้มข้นหวือหวาของฉากอีโรติกมากน้อยแตกต่างกันไปตามเรื่องราวที่ผู้กำกับแต่ละคนต้องการนำเสนออย่างใน รักต้องลุ้น 1 ใน 6 ภาพยนตร์ภายใต้โปรเจ็คต์น้ำตาลแดงที่โอ ศาสตร์ ตันเจริญ ต้องการสื่อถึงการความสัมพันธ์ของหนุ่มสาววัยรุ่นกับความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของ “เซ็กส์” โดยเป็นการทำงานร่วมกันกับ 2 นักแสดงหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ทางการแสดงมาก่อน
“เป็นธรรมชาติให้มากที่สุด และก็มีอิมโพรไวส์บ้างตามความเหมาะสม นักแสดงนำทั้งหมดตั้งใจกับงานค่อนข้างดี อย่างฉากที่จูบก็จูบโดนกันจริงๆ สัมผัสกันจริงๆ โดยที่เวลาจูบกันเราก็บอกให้จูบแบบนัวเนียและขั้นตอนมันก็ควรมีระยะเวลาในการจูบการสัมผัสกันสักพักจนกว่าจะรู้สึกถึงกัน ไม่ใช่แค่จูบเป็นพิธีว่านี่คือจูบกันนะ ก็คุยตรงๆ ว่ามันก็เป็นการแสดงตามบทตามเรื่องตามราว ไม่ได้มีอะไรนอกเหนือจากนั้นเลย หรือฉากที่ต้องโชว์เนื้อหนัง หรือฉากร่วมรักก็พยายามให้นักแสดงเล่นเองให้ได้มากที่สุด เช่นฉากที่ตัวพระเอกต้องถอดกางเกงออกแล้วโชว์ก้นให้กล้องเห็นจะๆ ก็จะคุยกับน้องผู้ชายตรงๆ ว่ามันเป็นอย่างนี้เห็นแค่นี้และเหตุผลตามเรื่องราวว่ามันคืออะไร เราต้องการอะไร ตัวละครมันต้องการหรือมีความรู้สึกถึงอะไร (ทั้งสองคนทั้งพระเอกและนางเอก) ตัวน้องผู้หญิงก็ต้องกำชับประมาณว่าพอน้องผู้ชายถอดกางเกงออกจนเห็นก้นเต็มหน้ากล้องเนี่ยะ ในส่วนด้านหน้าก็ให้คิดไปเลยว่าเห็นอวัยวะเพศชายของตัวน้องผู้ชายแบบจะๆ (ซึ่งจริงๆ แล้วตัวน้องผู้ชายก็ติดเซฟเอาไว้ตรงเป้า)”
ในขณะที่ “โสบนเตียง” จากการกำกับภาพยนตร์ของ ภาณุมาศ ดีสัตถา คือการหยิบเอามุมมองและรสนิยมที่โลดโผนเกี่ยวกับเซ็กส์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคมปัจจุบันมานำเสนอพร้อมไปด้วยสารพัดฉากอีโรติกที่เต็มไปด้วยความหวือหวา
“สำหรับโสบนเตียงเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นในโปรเจ็คต์น้ำตาลแดง เรื่องนี้จะมีฉากที่นักแสดงต้องจับ ต้องลูบ ต้องจูบ ต้องถอด ต้องกอด ต้องเปลือย ต้องถึงเนื้อถึงตัวซึ่งกันและกันมากๆ ผมต้องระวังมากๆ กับการที่จะทำฉากเหล่านี้ไม่ให้ออกมาเป็นหนังโป๊ทั่วไป เพราะถ้าไม่ใส่ใจกับมันแล้วมันจะเป็นหนังโป๊ได้ง่ายมาก แต่ด้วยเรื่องที่มันเป็นสิ่งที่เราเห็นในสังคมเราอยู่แล้วมันเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก บวกกับการที่ผมใช้ศาสตร์

ของภาษาภาพยนตร์ที่เรียนมา มันทำให้รู้สึกว่าเรื่องที่คาดไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้นจริงในสังคมรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นจริงได้ ดังนั้นสิ่งที่เรารู้สึกกับมันจริงๆมันจึงยากมากที่คนดูจะมองว่ามันเป็นเรื่องลามก อนาจาร ผมตั้งใจให้ฉากหวือหวาเหล่านั้นเป็นฉากที่ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาให้ชัดที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามถ่ายทอดความรู้สึกที่แท้จริงออกมาให้สมจริงที่สุด เพื่อที่จะให้คนดูได้เห็นของคุณค่าของความสุขในอารมณ์ที่เกิดในสถานการณ์แบบนั้น โดยที่ไม่มีใครเดือดร้อนเพราะเรื่องเหล่านี้ ถ้าเราเอามาพูดเล่นหรือเอามาพูดเป็นเรื่องสนุกๆง่ายมากที่จะเป็นประเด็นลบต่อสังคมและก็คนพูดต่อด้วย เพราะฉะนั้นคุณค่าของโสบนเตียงนั้นมันอยู่ที่ประเด็นที่นำมาถ่ายทอดครับส่วนเรื่องฉากหวือหวาเป็นการถ่ายทอดให้เห็นอารมณ์ที่มาจากประเด็นนี้ให้ชัดขึ้นครับ”
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นลองมาฟังความคิดเห็นของนางแบบสาวสุดฮอตอย่างครี พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา ที่ปัจจุบันกำลังศึกษาปริญญาโททางด้านภาพยนตร์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในโปรเจ็คต์ภาพยนตร์น้ำตาลแดงภาค1 เรื่อง “โสบนเตียง” โดยผ่านการจับคู่ทางการแสดงร่วมกับ ปั๋ง ประกาศิต โบสุวรรณศิลปินนักร้องชื่อดังที่มีผลงานการแสดงอย่างโชกโชน ซึ่งมองว่าจุดเด่นของโปรเจ็คต์อยู่ที่ความสมจริงทางการแสดงที่มาพร้อมสปิริติโดยไม่ใช้สแตนอินของนักแสดงทุกคนที่เข้าร่วมในโปรเจ็คต์น้ำตาลแดง
“ความหวือหวาหรือความอีโรติกในโสบนเตียงคือ เล่นจริง เจ็บจริง ก็คือเล่นเองไม่ใช้สแตนอินทุกซีนทุกช็อต ผู้ชมที่เข้ามาดูน้ำตาลแดงจะสัมผัสได้เลยว่ามันจริงมากๆ ทั้งครีทั้งพี่ปั๋งใส่อารมณ์เต็มที่ ทุกอย่างมันอินกับบทมาก คือเราสองคนยังรู้สึกเลยในตอนที่อยู่หน้าเซ็ตตรงนั้น เรารู้สึกเลยว่ามันใช่จริงๆ แล้วเราเป็นดาพี่ปั๋งเป็นกร เป็นตัวละครนั้นจริงๆ แล้วก็ความหวือหวาในเรื่องของแอ็คชั่นทั้งหมด ครีอยากให้มองว่าในตรงนั้นมันมีความหมายแฝงมากกว่านั้นคะ อยากให้จ้องตาไม่กระพริบเลย แต่ว่าไม่ใช่จ้องว่าจะจูบกันเมื่อไหร่ ไม่ใช่นะ จะต้องจ้องดูว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้น มันคืออะไร แล้วก็จะต้องเอาภาพที่ผ่านตาไปแล้วมาประกอบกับภาพใหม่ที่เห็นแล้วทั้งหมด แล้วตีความออกมามันคือคำตอบที่เกิดขึ้นที่ตัวหนังต้องการจะนำเสนอมายังผู้ชมค่ะ ในมุมมองที่สะท้อนสังคม ในแง่ความเป็นผู้หญิงในยุคปัจจุบัน หนังจะบอกให้คนดูรู้ว่า ถึงแม้เราจะเป็นผู้หญิงยุคใหม่ มีความมั่นใจ แต่เราก็ไม่ควรลืมความเป็นตัวตน เราไม่ควรลืมความรับผิดชอบในหน้าที่ของเรา พราะฉะนั้นในเรื่องน้ำตาลแดงจะสะท้อนให้ผู้หญิงไทยได้เห็นบทบาทที่สำคัญของตัวเองแล้วก็คุณค่าในตัวเองคะ อยากให้ผู้หญิงไทยได้รับมิตินี้ของหนัง แล้วเก็บไปใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ตัวเองมีคุณค่ามากที่สุดคะ”

นอกจากภาพหวือหวาตรงหน้าแล้ว คงไม่ผิดความจริงนัก ถ้าจะบอกว่า ความอีโรติกโป๊เปลือยของโปรเจ็คต์น้ำตาลแดง ในทุกๆ การปลดเปลื้องอาภรณ์หรือแต่ละเลิฟซีนของทุกๆ ตัวละครล้วนมีเหตุและผลของการกระทำที่สื่อความหมายของแต่ละเรื่องราวไปในทิศทางตามที่ผู้กำกับตั้งใจนำเสนอ เพราะฉะนั้นเราจะได้เห็นการเปิดพื้นที่และมิติทางการแสดงจากเหล่านักแสดงระดับมืออาชีพที่มีชื่อเสียง หลายๆคนที่เข้ามามีส่วนร่วมในโปรเจ็คต์พร้อมกับสปิริททางการแสดงที่ทุ่มเทอย่างขีดสุด ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหญิงหรือนักแสดงชาย อย่างที่ปรากฎในโปรเจ็คต์ภาพยนตร์ “น้ำตาลแดงภาค1-ปรารถนา” ที่ผู้ชมจะได้สัมผัสถึงเรื่องราวของ “เซ็กส์” ที่ถ่ายทอดผ่านมุมมองของ เอม กิตติยาภรณ์ กลางสุรินทร์ ผู้กำกับหญิงเพียงหนึ่งเดียว ที่ยืนยันถึงความสำคัญของฉากที่ อุ้ม ลักขณา วัธนวงศ์สิริ ซึ่งรับบทเป็นพนังงานนวดแผนไทย ต้องเปิดเผยถึงแรงปรารถนาจากความรู้สึกส่วนลึกในจิตใจงตัวเองในฉากสำคัญที่ถ่ายทำแบบ long take ไม่มีการตัดต่อด้วยความยาวถึง 10 นาทีโดยไม่ใช้สแตนอิน และในระหว่างการถ่ายทำมีเพียงทีมงาน2คนคือตากล้องและผู้กำกับเท่านั้น โดยทีมงานทั้งหมดที่เหลือต้องอยู่นอกบริเวณการถ่ายทำ
“ตอนที่คิดเรื่อง เราใส่มันเต็มที่แล้วก็ปรึกษาพี่อ็อด (บัณฑิต ทองดี) ตลอดว่าได้หรือไม่ จนออกมาเป็นภาพอย่างที่เราต้องการ………ความหวือหวาของลีลาการนวดที่แนบเนื้อกัน มือที่สัมผัสไปทั่วร่างกาย เสื้อที่อุ้มใส่ก็จะค่อยๆ หลุดไปตามกำลังที่ลงแรงนวด จนผ่านเห็นร่องอกและเนินนมด้านข้างผ่านเสื้อที่ผูก
ด้วยเชือก คือ เราต้องอธิบายให้เค้าเข้าใจคอนเซ็ปต์ก่อนตอนแรก และเล่าเรื่องให้อุ้มฟังว่าตัวละครเป็น
อย่างไร และมีความรู้สึกและเบื้องหลังอย่างไร เราจะบอกว่าเราอยากให้เล่นเองโดยไม่ใช้สแตนอิน เพราะเรา
อยากให้ดูสมจริง และซีนที่เล่นหรือภาพที่ออกมาไม่น่าเกลียดหรือไม่ได้ดูออกมาไม่ดีแน่นอน ก็มีการนำเอาภาพพวก Reference ให้อุ้มดูพร้อมอธิบาย เพื่อให้รู้สึกเชื่อใจและเชื่อมั่นในตัวเรา ภาพในใจที่ต้องการคือ
เสื้อผ้าที่อุ้มใส่จะค่อยๆ หลุดไปตามจังหวะและแรงนวดบวกกับอารมณ์ที่ปลดปล่อยเต็มที่ของผู้หญิงคนหนึ่ง ฯลฯ ก่อนจะถ่ายฉากนั้น เราเอาคลิปให้อุ้มดูพร้อมกับอธิบาย ก็บอกอุ้มไปว่า ถ้าเล่นไม่ได้เดี๋ยวเราซื้อไวเบรเตอร์ให้ เพื่อช่วยในการแสดง แต่อุ้มเค้าบอกว่าเล่นได้ และถ่ายทอดอารมณ์การแสดงออกมาดีมากๆ เราก็บอกอุ้มว่าเราอยากให้มันออกมาเป็นธรรมชาติจริงๆ เพราะจริงๆ แล้วภาพที่เราจะสื่อออกมาเป็นประมาณนี้ อุ้มกับบลูม (นักแสดงชาย) เต็มที่กับงานและให้ใจกับงานเรามากๆ เรารู้สึกดีที่นักแสดงมีชื่อเสียงหรือทีมงานเชื่อและมั่นใจในตัวเรา ในงานของเรา จำได้ว่าตอนที่คุยกับอุ้มครั้งแรก เอมพูดจนอุ้มร้องไห้เลย ตอนนั้นเราตกใจว่าพูดอะไรผิดหรือเปล่า หรือเป็นอะไร พอถามอุ้มๆ ก็บอกว่า มันโดนจุดข้างใน”

ในขณะที่อุ้ม ลักขณา นักแสดงหลักจากน้ำตาลแดง1 ปรารถนา มองว่าการเข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครในแง่มุมอีโรติกครั้งนี้ไม่เพียงท้าทายในฐานะนักแสดง แต่ยังถือได้ว่าเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญ โดยมีองค์ประกอบอย่างบทภาพยนตร์และผู้กำกับเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ
“ยอมรับว่าครั้งแรกรู้สึกไม่มั่นใจ ผกก.ก็อายุเท่าเรา จะกำกับได้เหรอ ยิ่งเป็นหนังอีโรติกด้วย แต่พอได้คุยกัน เรารู้สึกได้ถึงความละเอียดอ่อน ความเอาใจใส่ในเรื่องของการเขียนบท แล้วก็การกำกับในตัวเอมผู้กำกับ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเราอยากเล่น แล้วตัวบทเองพอได้อ่าน รู้สึกว่ามันท้าทายความสามารถ มีเสน่ห์มาก น่าเล่นจังเลย อุ้มถือว่าเป็นการพลิกคาแรคเตอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของอุ้มเลยนะ เพราะที่ผ่านมาในเมืองไทยยังไม่มีภาพยนตร์เรื่องไหนที่จะทำในแนวอีโรติกอาร์ตออกมาได้อย่างนี้ แล้วมันก็เป็นหนังที่มีเสน่ห์จริงๆ ไม่อยากให้คนมองว่าคำว่าอีโรติก จะต้องเป็นเรื่องของเซ็กซ์เป็นเรื่องของอนาจารเป็นเรื่องของคนที่ต้องมาแก้ผ้ากันอย่างนั้น มันมีอย่างอื่นที่ไม่ใช่แค่ตรงนั้น แต่มันเป็นเรื่องปกติธรรมชาติของมนุษย์นะ ที่ถ้าเราจะมีเซ็กซ์กัน มันก็จะเห็นภาพเปลือย ถอดเสื้อผ้าอะไรอย่างเนี่ยะ เพียงแต่พอพูดถึงอีโรติกปุ๊บทุกคนก็จะคิดว่าหนังโป๊ หนังเปลือยจริงๆ แล้ว มันไม่ใช่ เราต้องลองเรียนรู้ที่จะเปิดใจกว้างๆ เยอะๆ แล้วจะได้รู้ว่าหนังอีโรติกจริงๆ แล้วมันมีเสน่ห์มากๆ”
กล่าวได้ว่าโปรเจ็คต์น้ำตาลแดงเป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์ทางด้านภาพยนตร์ที่ควรจะได้รับการบันทึกว่าได้รวมนักแสดง ศิลปิน นายแบบนางแบบ นักร้อง นักดนตรีที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย อาทิ แอนนา รีส (ปืนใหญ่จอมสลัด, มหา’ลัยสยองขวัญ), หนอ วีระชัยศรีวณิก วรรณึกกุล (นายแบบ, นักแสดงละครบ้านร้อยดอกไม้) ,บลูม-วรินทร ญารุจนนทน์ (นักดนตรี นายแบบ 1 ใน 10 หนุ่ม Men's Health Guys' Challenge 2010), จ๊ะ อธิศ อมรเวช (มือกีตาร์วง The Mousses, นักแสดงจากมหา’ลัยสยองขวัญ) ฯลฯ และที่พิเศษสุดคือการได้ซูเปอร์โมเดลนางแบบสาวสุดเซ็กซี่อย่าง โอเด็ต เฮนเรียต แจ็คโคมินและเต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์นักแสดงหนุ่มคุณภาพเจ้าของรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมสุพรรณหงส์ทองคำจากไอ้ฟัก มาร่วมเติมเต็มสีสันเพิ่มรสชาติความเข้มข้นของน้ำตาลแดงให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และน่าจะเป็นการเปิดประตูทางความคิดของคนทำหนังไทยรุ่นใหม่ซึ่งกล้าลุกขึ้นมาฉีกบรรทัดฐานและกฎเกณฑ์เดิมๆ