ข่าวประชาสัมพันธ์พลังงาน

อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ (ADNOC) คืบหน้า เจรจาหาพันธมิตรสัมปทานน้ำมันนอกชายฝั่ง

          กิจการน้ำมันข้ามชาติ (IOCs) และนักลงทุนทั่วโลกต่างให้ความสนใจในโอกาสที่จะได้รับสัมปทานระดับโลกครั้งนี้ ซึ่งจะมีการแบ่งเป็น 2 – 3 สัมปทานย่อย เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสการสร้างพันธมิตรของ อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงตลาดเงินทุนระยะยาว และความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี เพื่อการเติบโตอย่างชาญฉลาด
 
          อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ (Abu Dhabi National Oil Company: ADNOC) กิจการพลังงานชั้นนำ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเจรจากับพันธมิตรธุรกิจกว่า 12 แห่งที่แสดงความสนใจในสัมปทานนอกชายฝั่ง (offshore concession) ซึ่งปัจจุบัน บริษัทปฏิบัติการ อาบูดาบีมารีน (ADMA-OPCO) เป็นผู้ดำเนินงานอยู่และกำลังจะหมดสัญญาในเดือนมีนาคมศกหน้า ทั้งนี้ พันธมิตรใหม่ที่มีศักยภาพและยังอยู่ระหว่างการเจรจานั้น เป็นทั้งกิจการที่ถือสัมปทานนอกชายฝั่งของ อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ อยู่แล้ว และรวมถึงบริษัทใหม่ที่มีความสนใจในสัมปทานนี้ด้วย
          การประกาศความคืบหน้าในการหาพันธมิตรของ อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ ได้เผยถึงแผนการขยายธุรกิจโดยใช้โมเดลการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ และบริหารพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์อย่างจริงจัง โดยโมเดลใหม่นี้พัฒนามาจากโมเดลปฏิบัติการที่มีความยืดหยุ่นและทรงประสิทธิภาพ รวมถึงปรับให้เข้ากับยุทธศาสตร์การเติบโตเพื่อก้าวไปสู่ปี 2030 (พ.ศ. 2573) ที่จะช่วยเผยศักยภาพและเพิ่มมูลค่าให้กับทุกธุรกิจของทั้งกลุ่ม โมเดลธุรกิจใหม่จะส่งผลให้บริษัทมีกระแสรายได้ที่ดีขึ้นและนำไปสู่การเติบโตอย่างชาญฉลาด ขณะที่ประสิทธิภาพและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ ในตลาดเป้าหมายที่มีการเติบโตดี ก็พัฒนาขึ้นด้วย
          สัมปทานปัจจุบันของ บริษัทปฏิบัติการ อาบูดาบีมารีน Lower Zakum, แหล่ง Umm Shaif, แหล่ง Nasr, แหล่ง Umm Lulu และแหล่ง Satah Al Razboot (SARB) สำหรับ อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ ซึ่งถือเป็นตัวแทนรัฐบาลแห่งอาบูดาบี จะยังคงถือหุ้นในสัดส่วน 60% ของสัมปทานแหล่งน้ำมันเหล่านี้
          ดร.สุลต่าน อาห์เหม็ด อัล จาเบอร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประธานคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัท อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ กล่าวว่า "เราได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งพันธมิตรปัจจุบันและพันธมิตรใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ในสัมปทานต่างๆ ที่อยู่ในระหว่างการเจรจา ซึ่งดำเนินไปด้วยดี ความสนใจที่เข้ามาก็เนื่องมาจากความเชื่อมั่นในการลงทุนที่มีเสถียรภาพของเรา และความน่าเชื่อถือของอาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ ในฐานะพันธมิตร รวมทั้งเล็งเห็นแล้วว่า ผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น น่าสนใจและมีความยั่งยืน"
          "ด้วยแนวทางใหม่ในการขยายความร่วมมือกับพันธมิตร ทำให้เรามองหาพันธมิตรที่จะช่วยนำเสนอแนวคิดและความก้าวล้ำทางนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามา เป็นพันธมิตรที่สามารถสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับการดำเนินงานของเราอย่างชัดเจน ด้วยเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ เงินทุนระยะยาว และการเข้าถึงตลาด รวมทั้งมีพันธะสัญญาร่วมกันที่จะขับเคลื่อนผลการดำเนินงานและประสิทธิภาพโดยรวม ให้สามารถสร้างการเติบโตอย่างชาญฉลาดและผลตอบแทนทางการเงินที่แข็งแกร่ง พันธมิตรในอุดมคติของเรายังควรพร้อมลงทุนในส่วนต่างๆ ของห่วงโซ่มูลค่าของเราด้วย" ดร. อัล จาเบอร์ กล่าวเสริม
          ความสนใจในเขตสัมปทานใหม่นั้น เป็นผลมาจากความสำเร็จของ อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ ในด้านความสัมพันธ์ระยะยาวกับพันธมิตร ภาวะการลงทุนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่มีเสถียรภาพ ต้นทุนการผลิตในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ต่ำเป็นอันดับต้นๆ และการเป็นที่ยอมรับในระดับโลกด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพและการปกป้องสิ่งแวดล้อม
          สืบเนื่องจากประกาศของ อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ ในปีพ.ศ. 2559 เรื่องการผนวกรวมปฏิบัติการนอกชายฝั่งของ บริษัทปฏิบัติการ อาบูดาบีมารีน และ Zakum Development Company (ZADCO) ทำให้สัมปทานใหม่ของ อาบูดาบีมารีน (ADMA) และสัมปทาน Upper Zakum ในปัจจุบันซึ่งดำเนินงานโดย ZADCO จะมีการดำเนินงานโดยบริษัทร่วมนอกชายฝั่งแห่งใหม่ ที่จะประสานความแข็งแกร่งด้านการดำเนินงานและประสิทธิภาพที่ล้ำหน้า สำหรับการผนวกรวมกิจการทั้งสองแห่งข้างต้น มีกำหนดจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้
          เนื่องจาก อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ ตั้งเป้าจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันให้เป็น 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีพ.ศ. 2561 การพัฒนาธุรกิจนอกชายฝั่งจึงเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทมุ่งเน้น เขตสัมปทานปัจจุบันซึ่งดำเนินงานโดย บริษัทปฏิบัติการ อาบูดาบีมารีน ผลิตน้ำมันได้ราว 700,000 บาร์เรลต่อวัน จึงมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตให้เป็น 1.0 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปีพ.ศ. 2564
          อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ มีแผนพัฒนาในเชิงรุก มุ่งสร้างการเติบโตในอนาคตด้วยยุทธศาสตร์การก้าวไปสู่ปี 2030 (พ.ศ. 2573) โดยตั้งเป้าสร้างธุรกิจต้นน้ำที่ทำกำไรมากขึ้น และธุรกิจปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น มีทรัพยากรก๊าซที่ประหยัดและยั่งยืนขึ้น ในส่วนของธุรกิจต้นน้ำ อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ ได้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ในตลาด โดยการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานให้เต็มที่ ลดต้นทุนและเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบเป็น 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีพ.ศ. 2561 สำหรับธุรกิจก๊าซ อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ จะพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติให้มีความหลากหลาย ซึ่งรวมถึงทรัพยากรก๊าซที่อยู่ส่วนบนของแหล่งกักเก็บ หลุมเจาะที่ยังไม่ได้พัฒนา และก๊าซที่มีความเป็นกรดสูง ขณะที่ในธุรกิจปลายน้ำ อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์ ตั้งเป้าเพิ่มมาร์จิ้นผลผลิตจากการกลั่นน้ำมันแต่ละบาร์เรลให้มากขึ้น และเพิ่มกำลังการผลิตปิโตรเคมีจาก 4.5 เป็น 11.4 เมตริกตันต่อปีภายในปีพ.ศ. 2568 และบริษัทจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีมูลค่าสูง เพื่อสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น และเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันเพื่อสร้างกระแสรายได้ใหม่ๆ ด้วย
          ผู้ถือหุ้นของ บริษัทปฏิบัติการ อาบูดาบีมารีน ในปัจจุบัน ได้แก่ BP (14.67%) Total (13.33%) และ JODCO (12%) สำหรับผู้ถือหุ้นของ ZADCO ที่เป็นกิจการระหว่างประเทศ ได้แก่ ExxonMobil (28%) และ JODCO (12%) ส่วนรัฐบาลอาบูดาบีถือหุ้น 60% ในบริษัทปฏิบัติการทั้งสองแห่ง โดยผ่านทาง อาบูดาบี เนชั่นนัลออยล์