ข่าวประชาสัมพันธ์การศึกษา

สยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ เผย “70 กว่าเปอร์เซ็นต์เชื่อค้ามนุษย์ในไทยแก้ไขไม่ได้”

          ศ. ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโสสำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) แถลงผลการสำรวจ "ความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปต่อการบุกจับสถานบริการอาบอบนวดกับปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทย" สำรวจระหว่างวันที่ 19 ถึง 24 มกราคม พ.ศ. 2561 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,209 คน
          สถานบริการประเภทอาบอบนวดถือเป็นธุรกิจบริการที่อยู่คู่กับสังคมไทยมามากกว่า 50 ปี โดยมีที่มาจากการให้บริการสถานที่อาบน้ำสาธารณะของประเทศญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตาม ได้มีข่าวปรากฏอยู่เป็นระยะถึงการบุกจับกุมสถานบริการประเภทอาบอบนวดของเจ้าหน้าที่รัฐเนื่องจากพบการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ ของสถานบริการเหล่านั้น ซึ่งการกระทำผิดหนึ่งที่พบคือการค้ามนุษย์โดยการนำเด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีมาลักลอบค้าประเวณี
          ทั้งนี้ การค้ามนุษย์ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นพอสมควร และสถานบริการอาบอบนวด คือ สถานที่หนึ่งที่พบปัญหาการค้ามนุษย์เป็นประจำ ขณะเดียวกันทุกครั้งที่มีการจับกุมสถานบริการประเภทอาบอบนวดมักจะปรากฏรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องจนกลายเป็นเรื่องปกติที่สังคมเคลือบแคลงสงสัยว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเรียกรับผลประโยชน์จากสถานบริการอาบอบนวดเหล่านั้น ประกอบกับนักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนผู้คนทั่วไปในสังคมต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนว่าอาจรู้เห็นเป็นใจให้สถานบริการอาบอบนวดกระทำผิดกฎหมายโดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยที่ไม่สามารถแก้ไขให้หมดไปได้นั้นส่วนหนึ่งเกิดจากการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน จากประเด็นดังกล่าว สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปต่อการบุกจับสถานบริการอาบอบนวดกับปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทย
          จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดอายุ 20 ปีขึ้นไป แบ่งเป็นเพศหญิงร้อยละ 50.21 เพศชายร้อยละ 49.79 สามารถสรุปผลได้ดังนี้ ในด้านความรับรู้และความคิดเห็นต่อการค้าประเวณีเด็กเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีในสถานบริการประเภทอาบอบนวด กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 70.89 มีความคิดเห็นว่าสถานบริการประเภทอาบอบนวดส่วนใหญ่มีการค้าประเวณีเด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีจริง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 21.75 มีความคิดเห็นว่าไม่จริง ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 7.36 ไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 68.24 ไม่ทราบว่าการค้าประเวณีเด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีไม่ว่าเด็กเยาวชนจะยินยอมหรือไม่ถือเป็นการค้ามนุษย์ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 31.76 ระบุว่าทราบ
          ในด้านความรู้สึกต่อการเข้าจับกุมสถานบริการประเภทอาบอบนวด กลุ่มตัวอย่างเกือบสี่ในห้าหรือคิดเป็นร้อยละ 79.16 ระบุว่าตนเองไม่รู้สึกแปลกใจเมื่อทราบข่าวการบุกจับกุมสถานบริการประเภทอาบอบนวดของเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างถึงร้อยละ 90.24 ระบุว่าตนเองไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยที่มักปรากฏรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนรับผลประโยชน์ทุกครั้งที่มีข่าวการจับกุมสถานบริการประเภทอาบอบนวด นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 82.96 เชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์จากสถานบริการประเภทอาบอบนวดจริง โดยมีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 5.87 ไม่เชื่อ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 11.17 ไม่แน่ใจ และกลุ่มตัวอย่างเกือบสี่ในห้าหรือคิดเป็นร้อยละ 79.9 ไม่เชื่อว่าจะสามารถเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีส่วนในการเรียกรับผลประโยชน์จากสถานบริการประเภทอาบอบนวดได้จริง
          ในด้านการแก้ปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ในสถานบริการประเภทอาบอบนวดนั้น กลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 67.33 มีความคิดเห็นว่าการเพิ่มบทลงโทษกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำผิดกฎหมายในเรื่องต่างๆ ภายในสถานบริการอาบอบนวดให้หนักขึ้นกว่าการสั่งย้ายออกนอกพื้นที่จะมีส่วนช่วยลดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐได้
          สำหรับความคิดเห็นต่อปัญหาการค้ามนุษย์ในสถานบริการประเภทอาบอบนวดในประเทศไทยนั้น กลุ่มตัวอย่างเกือบสามในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 73.28 เห็นด้วยว่าปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขให้หมดไปได้เนื่องมาจากมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่รู้เห็น/ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 69.64 มีความคิดเห็นว่าหากเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับควบคุมกวดขันการใช้กฎหมายกับสถานบริการอาบอบนวดอย่างจริงจังและเท่าเทียมจะมีส่วนช่วยลดปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยได้
          นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 70.22 มีความคิดเห็นว่าหากมีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับสถานบริการประเภทอาบอบนวดให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นจะมีส่วนช่วยลดปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยได้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างมากกว่าสามในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 77.92 มีความคิดเห็นว่าการกำหนดให้การขายบริการเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมายโดยมีการขึ้นทะเบียนผู้ขายบริการอย่างถูกต้องชัดเจนจะไม่มีส่วนช่วยลดปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยได้